
Cyberspace Administration of China (CAC) ได้เริ่มบังคบใช้กฎหมายใหม่ในจีนเมื่อ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีกำหนดให้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ในจีนที่ทำคอนเทนต์จริงจัง ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับสายอาชีพการแพทย์ กฎหมาย การศึกษา หรือการเงิน จะต้องมีหลักฐานใบวิชาชีพ หรือใบวุฒิแสดงความเชี่ยวชาญรองรับด้วย
ซึ่งแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Douyin ที่เหมือนกับ TikTok ของจีน, Bilibili และ Weibo จะต้องเพิ่มการตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวของอินฟลูเอนเซอร์ในจีนให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่ามีการอ้างอิงมาจากแหล่งข้อมูลที่ใช้ทำคอนเทนต์น่าเชื่อถือจริง โดยเฉพาะการศึกษาวิจัยนั้นมีส่วนประกอบของการใช้ AI หรือไม่
โดยตามข้อมูลของ IOL กฎหมายนี้ครอบคลุมมากกว่าแค่การสร้างคอนเทนต์แบบรายบุคคล โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ต้องให้ความรู้กับครีเอเตอร์ถึงความรับผิดชอบของตัวเองเมื่อมีการแชร์คอนเทนต์ออกไปบนแพลตฟอร์ม
นอกจากนี้ CAC ยังได้ห้ามถึงการโฆษณาโปรดักต์และบริการทางการแพทย์ รวมถึงอาหารเสริมและอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะกำหนดเป้าหมายป้องกันการโปรโมตแบบแอบแฝง ที่อาจมีคอนเทนต์หลอกลวงผู้บริโภคและปลอมแปลงเป็นคอนเทนต์แบบให้ข้อมูลบิดเบือนหรือเกินความจริง
ทำให้กฎหมายข้อบังคับการกำหนดให้ครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ต้องมีวุฒิบัตรวิชาชีพนั้น ถือเป็นความพยายามที่ทางการจีนจะเข้มงวดเรื่องการควบคุมคอนเทนต์ออนไลน์มากขึ้น หลัง การศึกษาล่าสุดของ UNESCO ที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัย Bowling Green State พบว่ามีผู้สร้างคอนเทนต์ดิจิทัลเพียง 36.9% เท่านั้นที่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนโพสต์ลงแพลตฟอร์มให้กับผู้ชม
และผลการศึกษายังพบอีกว่า 41.7% ของครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ จะใช้เกณฑ์วัดความนิยมคอนเทนต์ของตัวเอง จากยอดไลก์และยอดวิวเป็นหลัก ส่วนตัวชี้วัดหลักในการประเมินความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลการทำคอนเทนต์ ส่วนใหญ่จะใช้ประสบการณ์ส่วนตัว (58.1%) รองลงมาคืองานวิจัยอิสระและการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ (38.7%)
ซึ่งชี้ให้เห็นถึงช่องว่างความรู้ในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับกฎระเบียบต่าง ๆ ประมาณ 59% และครีเอเตอร์กับอินฟลูเอนเซอร์ส่วนใหญ่ยังไม่คุ้นเคยหรือเคยได้ยินเกี่ยวกับกรอบการกำกับดูแลสำหรับการสื่อสารดิจิทัล กับอีก 27% ยังไม่เคยรู้เกี่ยวกับกฎระเบียบการสร้างคอนเทนต์ในประเทศของตัวเองด้วย
อีกทั้งในปัจจุบันหน่วยงานเซ็นเซอร์ของจีนก็ได้ดำเนินการกับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังหลายคนเมื่อเร็ว ๆ นี้ไปแล้ว ทั้งการลงโทษบล็อกเกอร์ที่สนับสนุนการลดแรงกดดันในการทำงาน อินฟลูเอนเซอร์ที่คัดค้านการแต่งงานและการมีบุตรด้วยเหตุผลทางการเงิน และนักวิจารณ์ที่สังเกตเห็นว่าคุณภาพชีวิตของจีนยังตามหลังประเทศตะวันตก เป็นต้น
และแม้ว่าแนวทางของจีนจะเป็นหนึ่งในแนวทางที่เข้มงวดที่สุด แต่ประเทศอื่น ๆ ก็มีกฎระเบียบเกี่ยวกับอินฟลูเอนเซอร์เช่นกัน อย่างในปี 2024 สเปนก็ได้ออก “กฎหมายอินฟลูเอนเซอร์” ของตัวเอง โดยกำหนดให้ครีเอเตอร์ที่มีชื่อเสียงและมีรายได้มากกว่า 300,000 ยูโรต่อปี รวมถึงมีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน จะต้องลงทะเบียนและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การโฆษณาที่เข้มงวดของประเทศ
ปัจจุบันรัฐบาลท้องถิ่นและแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในจีนก็กำลังดำเนินการตามคำสั่งของ CAC กันอย่างเข้มงวด โดย NYT ได้รายงานว่า Weibo ได้ระงับบัญชีผู้ใช้กว่า 1,200 บัญชีเนื่องจากมีการเผยแพร่ข่าวลือเกี่ยวกับเศรษฐกิจและโครงการสวัสดิการของรัฐบาล เลยคาดว่าความพยายามในการกำกับดูแลเนื้อหาของจีนนั้นอาจมีกระแสแฝงทางการเมืองอย่างชัดเจน