
Meta ได้เปิดมุมมองเกี่ยวกับโลก E-Commerce ใหม่ว่ากำลังเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เพราะยุคที่ผู้คนตัดสินใจและเลือกซื้อไม่ได้แค่เห็นโฆษณาบ่อยหรือเข้าไปมีส่วนร่วมเท่านั้น แต่ต้องทำให้แบรนด์อยู่ในเทรนด์หรือเกิดเป็น ‘Culture’ มากขึ้นเหมือนเป็นการเสพวัฒนธรรมหรือเทรนด์ใหม่ ๆ โดยถูกโน้มน้าวผ่านคอนเทนต์หรือกระแสรีวิวจากครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์
ทำให้ปัจจุบันเรื่องของ ‘Commerce & Culture’ เป็นเรื่องสำคัญ และสามารถเปลี่ยนวิธีคิด ของแบรนด์และครีเอเตอร์ในยุคโซเชียลได้ อีกทั้งพฤติกรรมของผู้คนในปัจจุบันไม่ได้แค่เห็นโฆษณาและคลิกเข้าไปมีส่วนร่วมแล้วซื้อเลยอีกต่อไป
แต่คอนเทนต์หรือโฆษณาของแบรนด์ที่เห็นจะต้องดึงดูดมากพอให้มีส่วนร่วม และนำไปสู่การตัดสินใจซื้อต่อเช่นกัน เนื่องจากผู้คนไม่ได้เข้ามาเพื่อซื้อของโดยตรง แต่เป็นการเข้ามาดูคอนเทนต์และเสพเทรนด์ใหม่ ๆ ที่แบรนด์ต้องตามให้ทันมากขึ้นท่ามกลางการแข่งขันหน้าฟีดกับแบรนด์คู่แข่ง
และการขายแบบ Hard Sell อาจเริ่มใช้ไม่ได้อีกต่อไป อีกทั้งครีเอเตอร์ก็ไม่ได้เป็นแค่คนทำคอนเทนต์แล้ว แต่กลายเป็น Trend Setter, Culture Driver และ Trust Builder มากขึ้น ทำให้แบรนด์ที่เข้าใจโลก Commerce to Culture มากขึ้นจะไม่ได้แค่ Awareness แต่จะสามารถส่งอิทธิพล (Influence) ให้แปลงเป็นยอดขายได้จริง
รวมถึงคอนเทนต์ Reels ที่กลายเป็นศูนย์กลางของทั้ง Facebook และ Instagram ก็จะกลายเป็นพื้นที่รวม Culture และเทรนด์ใหม่ ๆ ด้วย แบรนด์จึงต้องปรับตัวโดยการเข้าไปอยู่ในคอนเทนต์มากขึ้นไม่ใช่แค่การโฆษณาและบูสต์แอดให้เห็นแล้วจบไป แต่ต้องเป็นเหมือนกับครีเอเตอร์ในยุค ‘Creator-Led Economy’ ให้ได้
ทำให้ Meta เริ่มขยาย ‘Reels Trending Ads’ เพื่อเชื่อมแบรนด์กับคอนเทนต์ยอดนิยมมากขึ้น โดยเพิ่มการจัดกลุ่มคอนเทนต์ตามอีเวนต์สำคัญ เช่น Fashion Week, F1, Black Friday หรือ NFL เป็นต้น รวมถึงเพิ่มหมวดหมู่คอนเทนต์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็น
- TV & Movies
- Travel
- Business
- Finance & Investments
โดยฟีเจอร์นี้ช่วยให้แบรนด์สามารถแสดงโฆษณาควบคู่ไปกับคอนเทนต์ Reels ที่กำลังได้รับความนิยมได้มากขึ้น และยังเพิ่มอัปเดต Creator Marketplace เพื่อช่วยให้แบรนด์สามารถค้นหาครีเอเตอร์ที่เหมาะสมมาร่วมงานหรือคอลแลบกันได้ง่ายขึ้นด้วย
เพราะปัจจุบัน Meta มีครีเอเตอร์มากกว่า 1.5 ล้านราย ที่สามารถค้นหาได้ใน Marketplace นี้ รวมถึงมีการอัปเกรด Partnership Ads Hub ให้ใช้งานแบบมีอินไซต์มากขึ้น ช่วยให้แบรนด์ค้นหาและจัดการแคมเปญร่วมกับครีเอเตอร์ได้ทันที และทำให้ Creator Collaboration มีประสิทธิภาพ
และในยุค AI ก็มีเครื่องมือใหม่ในการสร้างคอนเทนต์โฆษณาเข้ามาด้วย ไม่ว่าจะเป็น
- AI Voiceover: สำหรับสร้างเสียงพากย์จากคอนเทนต์เดิม
- AI Avatar Video: สำหรับสร้างวิดีโอสไตล์ UGC (User-Generated Content)
- AI Translation: สำหรับแปลเสียงและข้อความในวิดีโอ
- AI Catalog: Meta กำลังทดสอบฟีเจอร์ใหม่ที่สามารถสร้างวิดีโอสินค้าอัตโนมัติจาก Catalog และใช้ Asset ที่มีอยู่มาทำเป็นวิดีโอได้
โดยสรุปแล้ว Meta พยายามที่จะอัปเกรดฟีเจอร์และเครื่องมือใหม่ ๆ มาตอบโจทย์การทำคอนเทนต์สำหรับครีเอเตอร์และแบรนด์ให้ร่วมงานกันง่ายขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุค Commerce to Culture นั่นเอง
ที่มา: https://www.facebook.com/business/news/from-commerce-to-culture-at-newfronts
