
จากดราม่าที่เราได้เห็นกันในช่วงที่ผ่านมาบนโซเชียลมีเดีย ที่บรรดาร้านอาหาร คาเฟ่ และแบรนด์ต่าง ๆ หันมาใช้ AI สร้างภาพโปรโมตอาหารกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสเต็กที่ดูเหมือนมีหนามโผล่ออกมา เบคอนที่ดูเหมือนกับพลาสติก ไปจนถึงไอศกรีมที่มีเนื้อสัมผัสคล้ายกับยางรถยนต์แทน เบื้องหลังภาพอาหารที่ดูแปลกไปเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่
ข้อจำกัดของโมเดล Diffusion
AI ส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มวาดภาพจากกระดาษเปล่า แต่มันเริ่มต้นจากภาพที่มีความซ่ามั่ว ๆ แล้วค่อย ๆ ลบความซ่าออกทีละนิดเพื่อให้กลายเป็นรูปเป็นร่าง แต่ในช่วงที่กำลังเคลียร์ความซ่าเพื่อปั้นโครงร่างหยาบ ๆ ให้กลายเป็นรูปร่างอาหารนั้น AI มักจะกะระยะและสร้างรูปทรงพื้นฐานผิดพลาดตั้งแต่ต้น คล้ายกับเวลาที่เราเห็นคนในรูป AI มี 6 นิ้ว พอโครงสร้างข้างในมันเพี้ยน ภาพรวมก็เริ่มแปลกประหลาดตั้งแต่ขั้นตอนนั้น AI จึงไม่เก่งเรื่องการวาดเส้นที่ยาวและต่อเนื่องกัน เช่น เส้นบะหมี่ พอสั่งให้ทำ เส้นพวกนี้เลยควบคุมไม่ได้ จึงไหลทะลักไปอยู่ในจุดที่ไม่ควรอยู่ หรือไปกระจุกรวมกันเป็นรูพรุน
ที่จริงแล้ว AI ไม่รู้จักคำว่า “อาหาร”
AI ไม่มีทางเข้าใจว่าแซนด์วิช บะหมี่ หรือกะเพราคืออะไร และไม่รู้ว่าโลกแห่งความเป็นจริงพวกมันควรจะหน้าตาอย่างไร มันแค่เรียนรู้จากสถิติพื้นผิวคร่าว ๆ ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นแค่วัตถุที่ไร้ซึ่งความเข้าใจเรื่องอาหาร จนเผลอทำไอศกรีมให้มีพื้นผิวเหมือนคอนกรีตแตกหรือสเต็กที่ดูเหมือนมีหนาม
อิทธิพลจากภาพถ่ายและอินเทอร์เน็ต
ภาพถ่ายอาหารมักมีความฉูดฉาดและจัดแสงแบบเฉพาะตัว ซึ่ง AI เลียนแบบได้แค่หน้าตาแต่ไม่สามารถเข้าใจสุนทรียภาพ ยิ่งไปกว่านั้นอินเทอร์เน็ตก็ยังเต็มไปด้วยมีมและภาพอาหารแปลก ๆ รวมถึงการที่ AI ยุคใหม่ถูกฝึกด้วยข้อมูลที่สร้างจาก AI ด้วยกันเอง ทำให้ภาพที่ออกมาดูแย่ลงและซ้ำซากจำเจมากขึ้น
กลไกการป้องกันตัวของมนุษย์
มนุษย์เราพัฒนาความรู้สึกรังเกียจขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากพยาธิ สารพิษ และความเน่าเสีย เมื่อภาพอาหารจาก AI มีรูปร่างคล้ายหนอน มีรูกลุ่มก้อน หรือมีสีสันผิดเพี้ยน สมองของเราจึงส่งสัญญาณเตือนทันทีว่าสิ่งนี้ไม่ปลอดภัยที่จะกินจนเกิดอาการสยดสยองและถอยหนีโดยอัตโนมัติ ภาพอาหารจาก AI เลยกลายเป็นภาพ Slop ชวนสะอิดสะเอียนที่ต่อให้พยายามมองยังไงก็ไม่มีทางน่ากิน เพราะต่อให้หน้าตาจะเหมือนอาหารแค่ไหน แต่สัญชาตญาณในตัวมนุษย์เรารู้ดีว่ามันไม่ใช่ของกินแน่นอน
ทางออกสู่ภาพอาหารที่น่ากินจริง
การหยิบ AI มาช่วยคิดเมนู ออกแบบคอนเซปต์ ถือเป็นตัวช่วยทุ่นแรงชั้นยอดสำหรับคนทำร้านอาหารและคาเฟ่ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องหยิบภาพนั้นไปใช้โปรโมต AI ควรเป็นแค่เครื่องมือช่วยคิด ไม่ใช่ใช้ Prompt ในการสร้างทุกอย่างทั้งหมด โดยแนะนำว่าให้ใช้ภาพจริงเป็นหลัก ควรถ่ายภาพอาหารจากจานจริง เมนูจริง ที่ปรุงออกมาเสิร์ฟจริง เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือและป้องกันไม่ให้ลูกค้าเจออาหารปกไม่ตรงปกจนรู้สึกผิดหวัง
ถ้าต้องการใช้ AI ช่วยตกแต่งฉากหลัง เติมบรรยากาศร้าน หรือทำภาพโปสเตอร์โปรโมชันแนวแฟนตาซี ให้แยกส่วนภาพอาหารจริงออกจากองค์ประกอบที่ AI สร้างขึ้น เพื่อไม่ให้ตัวอาหารเพี้ยนกลายเป็น AI Slop จนภาพแปลกไป
ท้ายที่สุดแล้ว เทคโนโลยีอาจช่วยแต่งแต้มสีสันให้ภาพอาหารดูสนุกขึ้นได้ แต่ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ควรมาจากภาพที่ดูไม่แตกต่างจากภาพจริงมากจนเกินไป อีกทั้งความอร่อยที่แท้จริงยังคงต้องอาศัยฝีมือ รสชาติ และความจริงใจในการนำเสนอผ่านภาพถ่ายของจริง ถึงจะมัดใจลูกค้าได้อย่างยั่งยืน
