AI
ข่าวดีสำหรับสายตัดต่อในแอป Edits เพราะล่าสุด Meta ผู้พัฒนาแอปได้อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ ที่เพิ่ม Tools ในการดู Insights ให้ทั้งผู้ใช้และนักการตลาดหลายคนสามารถหยิบ Data เหล่านี้ไปพัฒนาคอนเทนต์ต่อได้
สำหรับฟีเจอร์ Picture-in-Picture (PiP) หรือฟีเจอร์ที่ทำให้สามารถรับชมวิดีโอ แบบมีหน้าต่างขนาดเล็กแยกออกมาได้เมื่อเข้าแท็ปอื่น ที่ปกติแล้วจะให้ใช้งานได้กับแค่ผู้ใช้ YouTube Premium เท่านั้น แต่ตอนนี้ YouTube ได้ประกาศให้ฟีเจอร์ PiP ใช้ได้ทั่วโลกฟรีแบบไม่ต้องเสียเงินแล้ว
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่เกมเศรษฐกิจดิจิทัลครั้งใหญ่ หลังที่ประชุมบอร์ด BOI ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน อนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่รวม 6 โครงการ มูลค่ากว่า 958,168 ล้านบาท โดยหนึ่งในโปรเจกต์ที่ถูกจับตามากที่สุด คือการลงทุนของ TikTok ที่เตรียมทุ่มงบกว่า 842,350 ล้านบาท เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน ‘Data Center’ และระบบประมวลผลข้อมูลในประเทศไทย
ปัญหาที่แก้ไม่เคยได้สำหรับคนทำ YouTube นั่นก็คือการที่ใส่เพลงในวิดีโอแล้วโดน Copyright เล่นงาน จนอาจจะต้องถูก Mute เสียงหรือต้องเปลี่ยนซาวด์ใหม่ทำให้มู้ดของคลิปเปลี่ยนไป ทำให้ต้องมีการทดสอบฟีเจอร์ใหม่เพื่อทำให้ครีเอเตอร์สามารถสร้าง ‘Instrumental Track’ แบบ Royalty-Free ขึ้นมาใช้แทนเพลงที่ติด Copyright ในวิดีโอได้โดยตรงเลย
ในยุคที่ผู้คนเริ่มแยกไม่ออกว่าคอนเทนต์ไหนมาจากออริจินัลหรือคอนเทนต์ไหนถูก Gen ด้วย AI ก็เลยทำให้ Instagram เปิดตัว Label ใหม่สำหรับครีเอเตอร์ที่ใช้ AI Tools ในการทำคอนเทนต์ด้วย อย่าง ‘AI Creator’ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและรองรับการใช้ AI ในคอนเทนต์มากขึ้นท่ามกลางกระแส AI สามารถเป็นผู้ช่วยครีเอเตอร์ได้
The Cloud ออกประกาศชี้แจงสถานะของเว็บไซต์ ‘readthecloud.co’ อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าเว็บไซต์ดังกล่าวไม่ได้อยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัทอีกต่อไป และไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2569 เป็นต้นมา ส่งผลให้เนื้อหาและกิจกรรมทั้งหมดบนโดเมนดังกล่าวอยู่นอกความรับผิดชอบของ The Cloud
ในยุคที่ทุกคนมักจะเสิร์ชหาคำตอบด้วย AI กันมากขึ้น ทำให้หลายแพลตฟอร์มต้องปรับตัวเพื่อให้ทันกับพฤติกรรมผู้คน ซึ่ง YouTube ก็ได้เตรียมขยายโหมด AI Search อย่าง ‘Ask YouTube’ เพื่อให้ถามตอบได้แบบไม่ต้องไปเสิร์ชหาคลิปเอง ข้ามจากการหาคลิปไปสู่การหาคำตอบโดยตรงได้เลย
ในยุคที่เวลากลายเป็นทรัพยากรที่ถูกแย่งชิงมากที่สุดจากหน้าจอมือถือและโซเชียลมีเดีย ปัญหาไถฟีดเพลินจนหลุดโฟกัสไม่ได้เป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ อีกต่อไป แต่กลายเป็นพฤติกรรมร่วมของผู้คนจำนวนมากทั่วโลก และนั่นคือจุดตั้งต้นของไอเดียสุดครีเอทีฟจากนักพัฒนาชาวญี่ปุ่น ที่เลือกแก้ปัญหานี้ด้วยวิธีที่ทั้งเรียบง่ายและคาดไม่ถึง ผ่าน Extension บน Google Chrome ที่ชื่อว่า ‘Cat Gatekeeper’
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
