
ไวรัสทางใจ หรือมลพิษทางความคิด
คือสิ่งที่ทำให้จิตใจเราเป็นพิษ ไม่ว่าจะข่าวสารหรือสิ่งที่เรารับรู้มาจากภายนอกดังนั้นแล้วเราควรจะต้องหาแนวทางคัดกรองสิ่งเหล่านั้นก่อนจะเข้ามาในความคิดหรือจิตใจ
เพราะชีวิตนั้นมีปัญหาบางอย่างในชีวิตอาจจะมีรูปแบบสำเร็จที่แก้ได้ด้วยเงิน หรือปัญหาที่แม้ใช้เงินก็ยังแก้ไม่ได้ โดยสิ่งเหล่านั้นมาจากการที่เรายึดเหนี่ยวกับวัตถุภายนอกจนมากเกินไป นำมาซึ่งความทุกข์ที่เกิดจากสิ่งที่เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเองอย่างแท้จริง
ขยะ 
คือสิ่งที่นอกเหนือจากความจำเป็นในความคิด หรือความคิดลบ ๆ ที่ก่อให้เกิดความทุกข์ ที่เราเป็นคนเก็บเกี่ยวขยะแต่ละชิ้นเข้ามากองทิ้งไว้ในความคิดจนกองพอกพูนจนจิตใจเรานั้นเกินจะรับไหว
ในปัจจุบันเมื่อโลกเข้าสู่โลกออนไลน์ ที่เชื่อมต่อเรื่องราวภายนอกเข้ามาในความคิดมากมายโดยที่ไม่รู้ตัว เสมือนกับทำตาม Checklists ที่ผู้คนมากมายบอกไว้ว่าชีวิตของคนเรานั้นต้องทำหรือต้องมี
บางทีชีวิตเราก็ห้ามได้ยากที่จะไหลไปตามกระแสของความคิดหรือควาทต้องการของผู้อื่น และพร้อมจะละเลยและละทิ้งความต้องการของตัวเองเอาไว้ข้างหลัง
ตัวเราที่คุยกับตัวเรานั้นมีคุณค่ามากกว่าที่คิด ด้วยการมี Checklists ของตัวเอง เพราะการที่ตระหนักได้อย่างแท้จริงว่าต้องการอะไร พึงพอใจอะไร และมีความสุขกับอะไรจะทำให้เราไม่ต้องไหลตาม Checklists ของใคร ๆ
ชีวิตจะทุกข์น้อยลง
เมื่อเราให้ความสำคัญกับสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตลง เช่น ยอดไลก์ เสียงคอนเมนต์ หรือสิ่งที่คนกำลังโอ้อวดกันในโซเชียลมีเดีย เพราะแท้จริงเรามีอิทธิพลกับตัวเองที่จะอนุญาตให้เสียงเหล่านั้นเข้ามามีบทขาทในชีวิตขอฃเรามากนั้นอย่างไร เพราะเสียงของคนอื่นไม่สำคัญเท่าเสียงของเราเอง และอะไรที่เยอะเกินไปหรือหนักเกินจะรับไหว เรามีสิทธิที่จะวางลงและเดินหน้าต่อโดยไม่ให้คุณค่ากับสิ้งที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป
เราเป็นใคร
คือคำถาม ที่เราต้องตอบให้ได้ในวันที่คำถามมากมายถาโถมเข้ามา เราควรจะพิจารณาว่าคนที่ตั้งคำถามกับเรานั้นเป็นใคร ควรให้ค่ามากน้อยแค่ไหน เพราะความทุกข์จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราน้อมรับสิ่งเหล่านั้นให้เข้ามาทำงานกับจิตใจเราได้ จึงควรหาเวลาที่จะเบรก เพื่อหยุดคิด ตกตะกอนให้กับความรู้สึกเหล่านั้น
ร้องเมื่อต้องร้อง
นั่นคือการจัดการความรู้สึก ณ เวลานั้นให้แล้วจบ แต่ว่าเราต้องรับรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นจะยังเกิดขึ้นและยังอยู่ จึงจำเป็นต้องหาพื้นที่และทางออกของปัญหาเหล่านั้นอยู่ดี
วิธีคิดในวันที่ไม่ใช่วันของเรา
- ไม่แบ่งความทุกข์ไปที่อื่น
- ใช้วิธีอยู่กับตัวเอง
- เรียนรู้ตัวเองว่าตอนนี้เราทุกข์แบบไหน
- ทำความเข้าใจกับสิ่งเร้าที่เกิดขึ้น
เพราะบางอย่างในชีวิตเราอาจจะเพียงแค่กำลังเข้าใจผิด หากได้ลองหยุดพัก รับฟัง และเข้าใจตัวเองได้มากยิ่งขึ้น ก็จะทำให้เรารู้ว่าความทุกข์ในใจเราตอนนี้ควรจะจัดการอย่างไร
เรื่องไหนต้องปล่อย
ในบางครั้งเราไม่รู้ว่าเรากำลังเจออะไรอยู่ หรือสภาวะ Hold on tight คือการที่เกิดความรู้สึกไม่มั่นคง ตั้งหลักไม่ได้ ดังนั้นควรที่จะ
- หาที่ยึดเหนี่ยว ไม่ว่าจะศาสนา กิจกรรม
- หาวิธี Stabilize ทีละนิดจนเริ่มมั่นคง
- เริ่ม Analyze ว่าเกิดอะไร
- ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น
- เลือกทางออกกับเส้นทางที่เจอ
เพราะฉะนั้นโลกเหมือนเดิม แต่ปัญหาที่เจอนั้นจะมาเรื่อย ๆ และเปลี่ยนไป ดังนั้นเราทำได้แค่ค่อย ๆ ทวนถาม ค่อย ๆ จำว่าอะไรที่ทำให้เรามาอยู่จุดนนี้แล้วเมื่อเห็นทุกอย่างชัดเจนในเวลาที่เราอยู่ในพื้นที่ปลอกภัยก็จะเห็นทางออกนั่นเอง
