
พี่ใหญ่วงการวิดีโอคอนเทนต์อย่าง YouTube เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ Voice Replies ให้รองรับครีเอเตอร์ทุกคนทั่วโลกเป็นที่เรียบร้อย พร้อมเริ่มทดสอบการใช้ AI Tools เข้ามาเป็นผู้ช่วยในฟีเจอร์ Remix เพื่อให้ครีเอเตอร์สามารถตัดต่อวิดีโอได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
ซึ่ง Voice Replies เป็นการตอบกลับด้วยเสียงใต้คอมเมนต์สำหรับช่องของครีเอเตอร์ทุกคน รวมถึงการเปิดให้ทดลองใช้ Tools ใหม่ ๆ สำหรับการตัดต่อ Shorts เพื่อให้เหล่าครีเอเตอร์สร้างสรรค์คอนเทนต์ได้ง่ายขึ้น ในยุคที่มีการแข่งขันวิดีโอคอนเทนต์เพิ่มขึ้นจำนวนมาก
โดยก่อนหน้านี้ YouTube เริ่มเปิดให้ครีเอเตอร์บางกลุ่มใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2024 ที่ผ่านมา และขยายการใช้งานให้ครอบคลุมครีเอเตอร์ทั่วโลกหลายล้านคนตลอดปี 2025 ซึ่งปัจจุบัน YouTube เปิดให้ครีเอเตอร์ทุกคนสามารถใช้งานฟีเจอร์ Voice Replies ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วบนระบบ Studio Mobile และบน Android กับ iOS
การอัปเดตครั้งนี้จึงมีเป้าหมายหลักคือต้องการให้เหล่าครีเอเตอร์สามารถ Connect กับผู้ชมได้ง่ายขึ้น ผ่านน้ำเสียงที่แสดงความจริงใจและความขอบคุณ ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าเหล่าครีเอเตอร์เข้าถึงง่ายและเป็นกันเอง
นอกจากนี้ยังมีการทดสอบ AI Tools เข้ามาช่วยงานตัดต่อ Shorts สำหรับฟีเจอร์ Remix ซึ่งจะมีฟังก์ชันใหม่ที่เข้ามา ดังนี้
- Add an Object: ใช้ AI Prompt เพื่อเพิ่มวัตถุเข้าไปในฉากของคลิปต้นฉบับ เลยช่วยให้ปรับแต่งวิดีโอด้วยเอฟเฟกต์หรือการจัดวางองค์ประกอบของคลิปให้สร้างสรรค์มากขึ้น
- Reimagine: ผู้ใช้สามารถนำเฟรมจากคลิปต้นฉบับไปแปลงเป็นวิดีโอใหม่ได้ทั้งหมดผ่าน AI Tools ของแอปที่แนะนำมา หรือจะปรับแต่งเองตามความเหมาะสมก็ได้ และยังสามารถอัปโหลดภาพไว้ใช้อ้างอิงได้สูงสุด 2 ภาพ เพื่อให้ AI ทำความเข้าใจและนำไปปรับใช้กับ Shorts ได้ต่อไป
โดยรวมแล้วฟีเจอร์ Remix ที่เสริมทัพด้วย AI Tools ถูกมองว่าเป็นการเปิดทางให้ครีเอเตอร์ได้สร้างสรรค์คอนเทนต์ใหม่ ๆ จากเนื้อหาเดิม พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมกับเทรนด์ต่าง ๆ ของ Shorts บน YouTube มากขึ้น
เพราะก่อนหน้านี้ YouTube เคยเปิดตัวฟีเจอร์ Extend with AI เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา สำหรับการปรับแต่งคอนเทนต์ให้สามารถดีไซน์ตอนจบของ Shorts ได้ง่ายขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่ ๆ ในการสร้างคอนเทนต์ให้ครีเอเตอร์มาแล้ว
อย่างไรก็ตามการที่ AI Tools เข้ามามีบทบาทในงานคอนเทนต์มากขึ้น อาจก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์และคำถามตามมา ว่าคอนเทนต์แบบไหนมีคุณภาพกว่ากัน ระหว่างคอนเทนต์ที่มีการตัดต่อแบบมืออาชีพกับการใช้ AI เข้ามาช่วย ซึ่งความเห็นเหล่านี้อาจยังไม่สามารถด่วนสรุปได้ และต้องรอติดตามกันต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือ YouTube พร้อมจะทดลองและเดินหน้าต่อในการพัฒนา AI Tools เพื่อให้ครีเอเตอร์ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น
