รวม 10 Trends Design 2026 จาก Adobe’s 2026 Creative Trends Forecast พร้อมธีมที่เน้นความเป็นธรรมชาติมากกว่า AI

Adobe ได้อัปเดตข้อมูล ‘2026 Creative Trends Forecast’ ใหม่ เพื่อให้ครีเอเตอร์และแบรนด์นำไปปรับใช้กันในปีนี้ โดยเหมาะกับทั้งการสร้างวิชวลให้น่าดึงดูด และเจาะกลุ่มเป้าหมายได้หลากหลายขึ้น

ในแต่ละปี Adobe จะมีการคาดการณ์และอัปเดตเทรนด์เพื่อให้ห้เหล่านักดีไซน์ ครีเอเตอร์ หรือแบรนด์ นำไปปรับใช้ได้ในงานดีไซน์ต่าง ๆ ภายในปีนี้และเพิ่มยอด Engagement ได้ในไอเดียที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งธีมหลักปีนี้ Adobe มาในเทรนด์ที่สวนทางกับโลกที่เต็มไปด้วยการใช้ AI และ Hi-Tech Design โดยจะเน้นการให้คุณค่ากับความเป็นธรรมชาติ (Organic), จับต้องได้ (Analog), มีความสมจริง (Realistic) และมีความเป็นมนุษย์ (Human-Centered Design) มากขึ้น

ละที่มาในธีมนี้ก็ไม่ได้มีแค่การอยากพาให้ห่างจากความโกลาหลของโลก (Chaotic) ของมวลมนุษย์ในตอนนี้เพียงเท่านั้น แต่มีเพื่อให้เชื่อมต่อถึงกันและกันมากขึ้น โดยเฉพาะกับการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ผ่านวิชวลในงานดีไซน์ที่มีความหมายมากขึ้น ทำให้การดีไซน์งานส่วนใหญ่เปลี่ยนทิศทางให้มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น ให้ความสำคัญกับธรรมชาติ โดยยึดเอาผู้คนเป็นศูนย์กลางสำหรับงานดีไซน์เหล่านั้นแทน

ซึ่ง 10 เทรนด์ดีไซน์ 2026 จาก Adobe ที่น่าจับตามอง ได้ถูกคัดสรรมาแล้วในบทความนี้ ไม่ว่าจะเป็น

1. All Our Senses, to the Max

การใช้ทุกประสาทสัมผัสที่มีอย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากในปี 2026 นี้ผู้คนเสพติดการใช้โทรศัพท์ การเล่น Gaming Consoles หรืออุปกรณ์อื่น ๆ อีกมากมายในโลกดิจิทัล ทำให้ผู้คนโหยหาพื้นผิวสัมผัสแบบต่าง ๆ ที่ดูเป็นธรรมชาติ งานดีไซน์จึงได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ และมีการใช้วัสดุจริงมาผสมผสานเช่นกัน ซึ่งช่วยสร้างความสนุกสนานและความประทับใจได้อย่างมาก

2. Exaggerated, Playful Letters and Text

การดีไซน์ตัวอักษรและข้อความที่ดูเกินจริงแต่ยังคงดูสนุกสนาน แทนการใช้ข้อความรูปแบบเดิม ๆ เหมือนในคอมพิวเตอร์ การดีไซน์ให้ดู Oversized หรือเป็นสไตล์ Sans-serif พร้อมลายเส้น Handwritten  หรือจะเป็นการเขียนแบบ Loopy Cursives ซึ่งล้วนแต่ให้ความรู้สึกเติมเต็มบางอย่างในชิ้นงาน ส่งผลให้เกิดงานดีไซน์แนวนี้ขึ้นเป็นจำนวนมาก

3. Immersive, High-energy Style

งานดีไซน์ที่ให้ความสมจริงและเต็มไปด้วยมวลที่จัดจ้าน เน้นการใช้สีสันที่สดใส ผสมผสานไปกับการจัดวางภาพโดยรวมที่ดูเหนือจริง สร้างความตื่นตาตื่นใจที่ผู้คนได้สัมผัสอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งความรู้สึกแบบ Nostalgic และความเป็น Futuristic ร่วมอยู่ด้วย

4. Surreal and Absurdist Imagery

ภาพที่ดูเหนือจริงและนอกกรอบในเวลาเดียวกัน ที่สามารถแอบหยอด Easter Egg เวลาดีไซน์ลงไปได้เพื่อให้มีความหมายแฝงในชิ้นงาน หรือการจัดวางแบบ Collage ทำให้บรรยากาศของงานมีความรู้สึกชวนฝันและสนุกสนานร่วมด้วยในเวลาเดียวกัน

5. Organic and Imperfect Design

งานดีไซน์ที่สื่อถึงธรรมชาติที่ไม่สมบูรณ์แบบ ด้วยการจัดวางแบบเดิม ไม่ว่าจะเป็น ตัวอักษรที่วาดด้วยมือ หรือฟอนต์ที่มีความเป็นยุคก่อนด้วยพื้นผิวแบบ Sand, Stone และ Bark แบบเรียบง่าย (Minimal) ซึ่งความไม่สมบูรณ์นี้เองที่เป็นจุดเด่นให้แบรนด์ดูมีความสมจริงและมีชีวิตวีวากว่าเดิม

6. Freeform and Storytelling Layouts

การจัดวางดีไซน์อย่างเป็นอิสระแต่เล่าเรื่องได้ โดยเน้นการจัดวางหลวม ๆ คล้ายกับนิตยสารทำมือ ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ และขึ้นอยู่กับว่าอยากให้คนที่เห็นไปในความหมายแบบไหน ซึ่งความอิสระนี้เองจะช่วยสร้างจังหวะภาพที่มีไดนามิกมากขึ้น

7. Warm, Personal Visual Style

วิชวลที่แสดงถึงความบอุ่นและเป็นกันเอง เน้นความเชื่อมโยงกับผู้คนมากขึ้นด้วยโทนสีที่ดูอ่อนโยนและโอบรับผู้คน ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์ทางอารมณ์ให้รู้สึกเป็นมิตรกับงานดีไซน์ได้อย่างดีเยี่ยม

8. Local and Cultural Flavor

ความเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นและชุมชน ซึ่งสะท้อนถึงรากเหง้าในอดีตที่น่าสนใจและมีความต่างจากงานดีไซน์ทั่วไป ชวนให้นึกถึงความรุ่งเรืองของวัฒนธรรม ผ่านภาพถ่ายเชิงสารคดีและภาพถ่ายทีเผลอ ไปจนถึงอักษรที่มีกลิ่นอายของความเป็นวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นร่วมด้วย จะยิ่งช่วยให้รู้สึกร่วมไปกับงานได้มากกว่าเดิม

9. Collage and Layered Visual Elements

ภาพ Collage ที่ถูกจัดวางอย่างอิสระที่ทับซ้อนกัน ซึ่งการจัดวางที่ดูไม่เรียบร้อยนี้เองที่ช่วยสร้างมิติให้กับภาพได้อย่างเต็มที่ เพราะมีการผสมผสานพื้นผิวในภาพที่แตกต่างกัน เช่น ภาพวาด ภาพถ่าย หรือฝีแปรง สร้างความแปลกใหม่ แตกต่างและน่าดึงดูดในเวลาเดียวกัน

10. Maximalist, Chaotic Layouts

การจัดวางที่จัดเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่ควบคุมได้ ต่อยอดจากเทรนด์เดิมในปี 2025 กับแนวคิด ‘ยิ่งมากยิ่งดี’ ยังคงนิยมต่อเนื่อง เพราะดีไซน์รูปแบบนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและสนุกสนานในเวลาเดียวกัน รวมถึงความต่างของสิ่งที่เลือกใส่ทับซ้อนลงไปในภาพ หรือการใส่สีสันฉูดฉาดจนผู้คนต้องหยุดมองลงไปนี้ คาดว่าจะเป็นเทรนด์ที่ยังมีต่อไป และได้รับความนิยมมากขึ้นกว่าเดิม

และนี่ก็คือทั้ง 10 เทรนด์ดีไซน์จาก Adobe’s 2026 Creative Trends Forecast ที่ครีเอเตอร์และแบรนด์ทุกคน สามารถเลือกไปทดลองหรือปรับใช้ดูว่าเทรนด์ไหนจะเหมาะสมกับแบรนด์ และเพิ่มโอกาสในการเป็นผู้นำเทรนด์ด้านวิชวลมากขึ้นในอนาคต

ที่มา: https://www.adobe.com/express/learn/blog/design-trends-2026

Copyright © 2026 RAiNMaker. All rights reserved.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save