
TikTok เดินหน้ารุกตลาด AI โดยเฉพาะสำหรับนักการตลาดและครีเอเตอร์อย่างจริงจัง ด้วยการเปิดตัว ‘TikTok Symphony’ หรือชุดเครื่องมือ Generative AI ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดขั้นตอนในการผลิตคอนเทนต์ ตั้งแต่การคิดไอเดีย เขียนสคริปต์ สร้างวิดีโอ ไปจนถึงการปรับแต่งคอนเทนต์ให้เหมาะกับแพลตฟอร์ม TikTok โดยเฉพาะ
โดยเป้าหมายหลักของ TikTok ที่อัปเดตเครื่องมือในครั้งนี้คือเพื่อต้องการช่วยให้แบรนด์ ธุรกิจ และครีเอเตอร์สามารถสร้างคอนเทนต์คุณภาพสูงได้รวดเร็วขึ้น ลดข้อจำกัดด้านเวลา งบประมาณ และทรัพยากรในการผลิตคอนเทนต์ พร้อมนำข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเทรนด์และพฤติกรรมผู้ใช้งานบน TikTok มาผสานเข้ากับกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานโดยตรงนั่นเอง
เนื่องจากการอัปเดตในครั้งนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของ TikTok ที่ต้องการลดช่องว่างระหว่างการคิดคอนเทนต์ และการผลิตคอนเทนต์ให้สั้นลงกว่าเดิม โดยการใช้ AI เข้ามาช่วยในขั้นตอนที่ครีเอเตอร์มักใช้เวลาและทรัพยากรมาก ไม่ว่าจะเป็นการระดมไอเดีย การเขียนสคริปต์ การสร้างวิดีโอ ไปจนถึงการปรับแต่งคอนเทนต์ให้เหมาะกับผู้ชมแต่ละกลุ่ม ซึ่งนี่นับได้ว่าเป็นความพยายามของแพลตฟอร์มในการทำให้การสร้างคอนเทนต์คุณภาพสูงเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับทั้งแบรนด์ขนาดใหญ่ ธุรกิจ SME และครีเอเตอร์รายบุคคล
เครื่องมือ TikTok Symphony

Creative Studio
เครื่องมือสร้างวิดีโอด้วย AI ที่สามารถเปลี่ยนข้อความ รูปภาพ หรือข้อมูลสินค้าให้กลายเป็นวิดีโอสไตล์ TikTok ได้ภายในไม่กี่นาที พร้อมแนะนำรูปแบบคอนเทนต์ที่สอดคล้องกับเทรนด์บนแพลตฟอร์ม โดยล่าสุด TikTok ยังได้ผสานการทำงานของ Symphony Creative Studio เข้ากับ ‘Seedance Dreamina 2.0’ โมเดลสร้างวิดีโอ AI รุ่นใหม่ล่าสุดจาก ByteDance เพื่อยกระดับคุณภาพของวิดีโอที่สร้างด้วย AI ให้มีความสมจริงและใช้งานเชิงการตลาดได้มากขึ้น
ทั้งนี้การอัปเกรดนี้ได้ช่วยให้ AI สามารถรักษาความสม่ำเสมอของสินค้าและองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในวิดีโอได้ดียิ่งขึ้น ทำให้แบรนด์ยังคงเอกลักษณ์ของสินค้าได้ตลอดทั้งคลิป ขณะเดียวกันยังช่วยให้การเคลื่อนไหวของตัวละคร ฉาก และวัตถุต่าง ๆ ดูเป็นธรรมชาติและลื่นไหลมากขึ้น ลดความจำเป็นในการแก้ไขงานด้วยตนเองหลังจากสร้างวิดีโอเสร็จ
ทำให้ผู้ใช้งานยังสามารถสร้างวิดีโอได้ด้วยวิธีเดิม เพียงป้อนข้อความ รูปภาพ หรือคลิปอ้างอิงเข้าสู่ระบบ AI ก็สามารถสร้างวิดีโอพร้อมเสียงประกอบที่สอดคล้องกันได้อัตโนมัติ ช่วยให้แบรนด์ ธุรกิจขนาดเล็ก และครีเอเตอร์สามารถผลิตคอนเทนต์คุณภาพสูงได้ในปริมาณมากและรวดเร็วกว่าเดิม
Assistant
ผู้ช่วย AI สำหรับช่วยระดมไอเดีย วิเคราะห์เทรนด์ เขียนสคริปต์ และแนะนำแนวทางการสร้างโฆษณา โดยสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับ Best Practice บน TikTok รวมถึงช่วยต่อยอดแนวคิดคอนเทนต์จากวัตถุประสงค์ทางการตลาดของแบรนด์ ช่วยลดเวลาในการวางแผนและเริ่มต้นสร้างแคมเปญได้อย่าง Impact มากขึ้น
Digital Avatars
ระบบสร้าง AI Avatar ที่สามารถนำเสนอสินค้า อธิบายข้อมูล หรือทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการแทนคนจริง ช่วยให้แบรนด์สามารถผลิตคอนเทนต์ได้ในปริมาณมากโดยไม่จำเป็นต้องถ่ายทำใหม่ทุกครั้ง อีกทั้งยังสามารถเลือก Avatar ที่หลากหลายทั้งด้านภาษา บุคลิกภาพ และลักษณะการนำเสนอ เพื่อรองรับการสื่อสารกับผู้ชมในหลายตลาด
Translate & Dub
ฟีเจอร์แปลภาษาและพากย์เสียงอัตโนมัติ รองรับการแปลคอนเทนต์เป็นหลายภาษา พร้อมรักษาโทนการพูดและจังหวะการนำเสนอของต้นฉบับให้ใกล้เคียงมากที่สุด ช่วยให้แบรนด์สามารถนำคอนเทนต์เดิมไปต่อยอดในตลาดต่างประเทศได้รวดเร็วขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องผลิตวิดีโอใหม่สำหรับแต่ละภาษา
นอกจากการพัฒนาความสามารถของ AI แล้ว TikTok ยังเน้นย้ำถึงแนวทาง Responsible AI หรือการพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบ เนื่องจากได้มีการระบุว่าระบบภายใน Symphony นั้นถูกออกแบบภายใต้หลักการด้านความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อผู้ใช้งาน อีกทั้งโมเดล Dreamina Seedance 2.0 ยังผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยและทรัพย์สินทางปัญญาก่อนเปิดให้ใช้งานจริงแล้ว
ส่งผลให้วิดีโอทุกชิ้นที่ถูกสร้างผ่าน Symphony Creative Studio จะมีการติดป้ายกำกับว่าเป็นคอนเทนต์ที่สร้างโดย AI อย่างชัดเจน เพื่อสร้างความโปร่งใสต่อผู้ชม ขณะที่ผู้ใช้งานยังสามารถควบคุมและปรับแต่งผลลัพธ์ให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์และแนวทางการสื่อสารของแบรนด์ได้อีกด้วย
จากความเข้าใจวัฒนธรรม TikTok

และสิ่งที่ทำให้ Symphony แตกต่างจากเครื่องมือ AI ทั่วไปคือการถูกพัฒนาบนพื้นฐานของข้อมูลและพฤติกรรมผู้ใช้งาน TikTok โดยตรง ทำให้เครื่องมือนี้สามารถที่จะเข้าใจรูปแบบคอนเทนต์ ภาษา มุกตลก รวมถึงแนวโน้มที่กำลังได้รับความนิยมบนแพลตฟอร์มได้ดีกว่า AI ทั่วไป ส่งผลให้คอนเทนต์ที่สร้างออกมามีโอกาสสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ชมมากขึ้น
ซึ่งทาง TikTok ได้ระบุว่า Symphony ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแทนที่ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ช่วยให้ทีมการตลาดสามารถใช้เวลาไปกับการวางกลยุทธ์และการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในระดับที่ลึกขึ้นได้มากกว่าเดิม
จึงสรุปได้ว่านี่อาจเป็นสัญญาณสำคัญของอนาคตของวงการโฆษณาหลังจากการเปิดตัว Symphony เนื่องจากก้าวสำคัญในการแข่งขันด้าน AI Marketing ที่เห็นได้ชัดว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกำลังพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยให้การสร้างคอนเทนต์และโฆษณาเป็นเรื่องง่ายขึ้นเรื่อย ๆ และอาจเปลี่ยนวิธีการทำงานของนักการตลาดในอนาคต จากการผลิตคอนเทนต์แบบ Manual ไปสู่การทำงานร่วมกับ AI ในทุกขั้นตอนของกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานในอนาคตนั่นเอง
ที่มา: https://ads.tiktok.com/business/en/blog/tiktok-symphony-ai-creative-suite
