
หลัง Meta โดนฟ้องจนขึ้นศาลและต้องกลับมาปรับมาตรการบนแพลตฟอร์มเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่น แต่ Meta ไม่ยอมโดนคนเดียว เลยออกจดหมายเปิดผนึกให้ทั้ง TikTok และ YouTube นำมาตรการเดียวกันมาใช้
ซึ่งข้อตกลงของมาตรการใหม่นี้เกิดขึ้นหลังจากอัยการสูงสุดจากหลายรัฐของสหรัฐฯ กล่าวหาว่า Meta ออกแบบฟีเจอร์ที่กระตุ้นให้เด็กและวัยรุ่นใช้แพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง พร้อมปกปิดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาวะของผู้ใช้ ที่ส่งผลให้เกิดการเสพติดโซเชียล
ทำให้ Meta แก้ไขปัญหานี้โดยเริ่มจากจะจ่ายเงินสูงสุด 17.1 พันล้านดอลลาร์ ส่วน Meta อธิบายมูลค่ารวมของข้อตกลงไว้ที่ประมาณ 18 พันล้านดอลลาร์ โดยจะทยอยจ่ายตลอดเป็นระยะเวลา 10 ปี และศาลก็ได้อนุมัติข้อตกลงแล้วเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026
ทำให้มาตรการในการใช้ Facebook และ Instagram ของเด็กและวัยรุ่นที่เป็นผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปีในสหรัฐฯ ต้องเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็น
- จำกัดเวลาใช้งาน Facebook และ Instagram รวมวันละ 2 ชั่วโมง
- บล็อกการเข้าถึงหน้าฟีด สตอรี และหน้าค้นหาในช่วงเวลาเรียน 00.00 – 06.00 น.
- ปิด Push Notification ระหว่างเวลาเรียน 08.00 – 15.00 น.
- มีการแจ้งเตือนทุกครั้งที่ใช้งานต่อเนื่องครบ 15 นาที
- เลือกฟีดแบบไม่ใช้อัลกอริทึมเป็นค่าเริ่มต้นได้
- ปิด Autoplay เพื่อให้ผู้ใช้ต้องแตะหรือปัดก่อนรับชม
- ซ่อนจำนวนไลก์และรีแอ็กชันเป็นค่าเริ่มต้น
- ปิดกั้นฟิลเตอร์ศัลยกรรมและการแต่งหน้าที่เกินจริง
- เพิ่มระบบตรวจจับบัญชีที่อาจแจ้งอายุไม่ตรงกับความเป็นจริง
อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกจำกัดการใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ในช่วงเวลาเรียนหรือช่วงกลางคืน ฟีเจอร์ Direct Message หรือ DM จะไม่ถูกปิดตามข้อจำกัดเรื่องเวลา เพื่อให้วัยรุ่นยังติดต่อครอบครัวและเพื่อนได้ ส่วนมาตรการส่วนใหญ่ต้องคงอยู่เป็นเวลา 10 ปี
ระเด็นที่ทำให้ข้อตกลงนี้ต่างจากคดีทั่วไป คือเงินประมาณ 30% หรือราว 5.3 พันล้านดอลลาร์จะถูกปล่อยให้รัฐต่าง ๆ เมื่อเงื่อนไข 2 ส่วนนี้สามารถทำได้จริง
- TikTok และ YouTube ต้องเพิ่มมาตรการจำกัดเวลาใช้งานวันละ 1 ชั่วโมง เปิด Night Mode และเพิ่มระบบตรวจสอบอายุผู้ใช้งาน
- TikTok และ YouTube ต้องบรรลุข้อตกลงและจ่ายเงินในจำนวนที่กำหนด โดยเงินส่วนหนึ่งของ Meta จะผูกกับ YouTube และอีกส่วนผูกกับ TikTok
นอกจากนี้ หากคู่แข่งเข้าร่วม Meta จะต้องเพิ่มความเข้มงวดให้แพลตฟอร์มของตัวเองด้วย จากเดิมที่จำกัด Facebook และ Instagram รวมกันวันละ 2 ชั่วโมง จะเปลี่ยนเป็นแพลตฟอร์มละ 1 ชั่วโมง พร้อมขยาย Night Mode จาก 00.00 – 06.00 น. เป็น 22.00 – 07.00 น.
อีกทั้ง ข้อผูกพันเรื่อง Time Limit และ Night Mode ซึ่งเริ่มต้นที่ระยะเวลา 5 ปี จะถูกขยายเป็น 10 ปีด้วย ทำให้ข้อตกลงนี้อาจไม่ได้มีผลแค่กับการลงโทษแค่ Meta เพียงเท่านั้น แต่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ข้อจำกัดด้านเยาวชนกลายเป็นมาตรฐานของทั้งอุตสาหกรรมของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
ทำให้ Meta ต้องเริ่มดดันคู่แข่งผ่านเอกสารทางกฎหมาย และเปลี่ยนประเด็นนี้ให้กลายเป็นแคมเปญสื่อสารสาธารณะด้วยมากขึ้น
ด้าน Mike Isaac ผู้สื่อข่าวสายเทคโนโลยีของ The New York Times ระบุว่า Meta เตรียมลงโฆษณาเต็มหน้าใน The Washington Post, Los Angeles Times และ The New York Times เพื่อเรียกร้องให้ TikTok และ YouTube นำมาตรการเดียวกันมาใช้เช่นกัน
แต่การมีมาตรการนี้ก็อาจทำให้ Meta ได้รับประโยชน์เพิ่ม ทั้งลดความเสียเปรียบ หากผู้ใช้วัยรุ่นย้ายจาก Instagram ไปใช้คู่แข่งเมื่อเจอข้อจำกัดจาก Meta และเปลี่ยนต้นทุนจากการปฏิบัติตามข้อตกลงให้กลายเป็นมาตรฐานที่ทุกแพลตฟอร์มต้องแบกร่วมกัน
ฝั่งครีเอเตอร์หรือแบรนด์ที่ทำการตลาดบน Meta ก็ต้องปรับตัวเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่อยากจะเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นฝั่งสหรัฐฯ เพราะจำนวน Impression หรือ Engagement อาจลดลง และแคมเปญ Flash Sale ในตอนกลางคืนก็อาจไม่ได้ผลดีเหมือนเดิมแล้ว
