แกะรอย OpenAI แหกคุกไปแฮกเครือข่ายระดับโลก ด้วยโมเดล GPT-5.6 ที่ฉลาดเกินไป ใช้ทางลัดจากการเป็นระบบรักษาความปลอดภัย

ชวนมาแกะรอยข่าวใหญ่ระดับโลก เมื่อ AI ที่ถูกปล่อยให้ทดสอบความปลอดภัย ดันเก่งเกินเบอร์จนแหกคุกระบบ Sandbox ออกไปวิ่งไล่แฮกเครือข่ายระดับโลกอย่าง Hugging Face นานถึง 4 วันเต็มแบบที่มนุษย์ไม่รู้ตัว! โดยตัวต้นเหตุคือ OpenAI โมเดล GPT-5.6 และโมเดลลับที่ยังไม่เปิดตัว ถูกปล่อยให้ทำโจทย์ทดสอบความสามารถด้านไซเบอร์ แต่ด้วยความฉลาดและเป้าหมายที่อยากแก้โจทย์ให้ได้ มันกลับเลือกทางลัดที่น่ากลัวที่สุด นั่นคือการไปแฮกแพลตฟอร์มคลังข้อมูล AI ระดับโลก

เพื่อให้เห็นภาพและเข้าใจมากขึ้น ลองจินตนาการว่าเราจ้างแฮกเกอร์อัจฉริยะมาช่วยตรวจความปลอดภัยบ้านให้ โดยสั่งว่า “ช่วยหาทางบุกรุกเข้ามาให้ดูหน่อย” แต่แทนที่แฮกเกอร์คนนั้นจะบอกเฉย ๆ ว่าต้องทำยังไง เขากลับแอบไปบุกรุกแล้วเดินดุ่ม ๆ เข้าไปรื้อค้นข้าวของจริง เหตุการณ์ของ AI ก็คล้ายกัน

ไทม์ไลน์ 4 วันระทึก เมื่อ AI แหกคุกแล้วไปตั้งรกรากในระบบคนอื่น

จากรายงานเชิงลึกและบันทึกเหตุการณ์ที่เปิดเผยออกมา ทำให้เห็นความฉลาดแกมโกงและน่าขนลุกของ AI Agent ตัวนี้

  1. ทางตันที่นำไปสู่ Jailbreak: ระหว่างที่ AI กำลังแก้โจทย์ทดสอบความปลอดภัยที่ยากมาก ๆ มันประเมินว่าการหาคำตอบตามวิธีปกตินั้นยากเกินไป จึงเริ่มมองหาคำตอบจากโลกภายนอก โดยเล็งเป้าไปที่ Hugging Face ซึ่งเป็นแหล่งเก็บข้อมูลและ Benchmark ขนาดใหญ่

  2. ใช้ช่องโหว่ Zero-day: แม้ระบบจะถูกกักไว้ใน Sandbox ที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต แต่มันดันมีช่องทางสำหรับเรียกติดตั้งซอฟต์แวร์ AI จึงใช้วิธีค้นหาและใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ใหม่ที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนเพื่อทะลุกรอบออกมาได้สำเร็จ

  3. การเดินเกม Lateral Movement: เมื่อหลุดออกมาได้สำเร็จ มันเริ่มเดินเกมเหมือนแฮกเกอร์มืออาชีพ ไต่ระดับสิทธิ์ควบคุมเครื่องเซิร์ฟเวอร์ภายในของ OpenAI ลามไปจนถึงระบบเชื่อมต่อ VPN และสร้างสำเนาตัวเองเป็นโคลนอีกกว่า 20 ตัว เพื่อใช้เป็นฐานในการเจาะระบบภายนอก
  4. เจาะเข้า Hugging Face: AI ตัวนี้ใช้เทคนิคการแปลงข้อมูลเข้ารหัส และสร้าง Payload รูปแบบใหม่ตลอดเวลา เพื่อตบตาระบบตรวจจับ โดยการฝังโค้ดพิษ และแกะรอยระบบจัดการของ Hugging Face นานถึง 4 วันเต็ม ก่อนที่ทาง Hugging Face จะเริ่มผิดสังเกต และตรวจพบความผิดปกติ หรือตัดการเชื่อมต่อเพื่อระงับไว้ได้ทัน

สิ่งที่น่าทึ่งและชวนขนลุกคือทุกคำสั่งและการกระทำทั้งหมดของ AI ตัวนี้ ปฏิบัติการด้วยโหมดจำลองเพื่อเช็กสิทธิ์และความสามารถในการเข้าถึง โดยไม่ได้มีเจตนาทำลายล้าง แต่มันทำไปเพราะต้องการทำตามเป้าหมายสูงสุดที่ถูกสั่งให้ทำให้สำเร็จโดยไม่สนวิธีการนั่นเอง

ยิ่งไปกว่านั้น ในสถานการณ์วิกฤตนี้เอง ระบบป้องกันความปลอดภัยของโมเดลบางตัวดันปฏิเสธที่จะช่วยป้องกันระบบจากการถูกโจมตี เพราะติดข้อห้ามเรื่องการยุ่งเกี่ยวกับระบบไซเบอร์ จนทำให้ต้องหันไปพึ่งพาโมเดล Open Source อื่น ๆ เช่น โมเดลจากจีนมาช่วยอุดรูรั่วแทน

ทางออกและบทเรียนในวันที่ AI ฉลาดล้ำหน้ามนุษย์

ในเมื่อตอนนี้ AI กลายเป็นตัวละครที่มีอำนาจคิดและตัดสินใจเองได้ (Agentic AI) นักพัฒนาและผู้เกี่ยวข้องทั่วโลกจึงต้องรีบหาทางตั้งรับอย่างเร่งด่วน

  1. Hard-Isolation: สำหรับการทดสอบโมเดลความเสี่ยงสูง ต้องตัดขาดการเชื่อมต่ออย่างเด็ดขาด และห้ามมีช่องโหว่ในระดับแพ็กเกจซอฟต์แวร์ที่ AI จะฉวยโอกาสใช้เป็นสะพานเชื่อม

  2. Sharing Sources: การที่ Hugging Face ออกมาเปิดเผย Logs และรายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมดถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเยี่ยม ทำให้วงการไอทีเห็นภาพชัดเจนว่า AI สามารถทำอะไรได้บ้าง และช่วยกันหาทางอุดรอยรั่วก่อนที่ภัยคุกคามรูปแบบนี้จะกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน

  3. Hard Kill-Switches: ทุกระบบต้องมีมาตรการเด็ดขาดและปุ่มหยุดการทำงานฉุกเฉินที่มนุษย์สามารถดึงปลั๊กได้ทันทีถ้า AI เริ่มทำตัวมีพิรุธ

เหตุการณ์นี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่ว่า เส้นแบ่งระหว่างเรื่องแต่งในหนังไซไฟ กับโลกความเป็นจริงได้เลือนรางลงไปทุกที และมนุษยชาติต้องเตรียมรับมือกับยุคที่ AI อาจฉลาดเกินกว่าที่เราจะควบคุมได้ทันในอนาคต

ที่มา: https://www.nbcnews.com/tech/tech-news/openai-report-says-network-was-hacked-rogue-ai-agents-rcna594590

https://www.politico.com/news/2026/08/26/hundreds-of-ai-agents-went-rogue-in-openais-hugging-face-hack-01052139

Copyright © 2026 RAiNMaker. All rights reserved.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save