
ช่วงที่ผ่านมา ความสามารถของ Generative AI พัฒนาไปไกลจนสามารถสร้างภาพและวิดีโอที่สมจริงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างกรณีล่าสุดที่มีผู้ใช้งาน X นำ AI มาสร้างคลิป Timelapse การวาดรูปปลอมจากภาพเพียงภาพเดียว โดยจำลองตั้งแต่ขั้นตอนสเก็ตช์ ไปจนถึงการลงสีและเรนเดอร์สุดท้ายจนดูคล้ายกับศิลปินนั่งวาดด้วยตัวเองจริง ๆ
โดยคลิปดังกล่าวกลายเป็นไวรัล มียอดเข้าชมมากกว่า 5.8 ล้านวิว และมีผู้รีโพสต์กว่า 1,800 ครั้ง โดยหลายคนยอมรับว่าเมื่อมองผ่าน ๆ แทบแยกไม่ออกว่าเป็นคลิปที่สร้างด้วย AI ขณะที่บางคนก็ตั้งคำถามถึงเหตุผลของการสร้างคลิปขึ้นมาเพื่อทำให้คนอื่นเชื่อว่าเป็นกระบวนการวาดจริง
แม้เรื่องนี้จะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับ Procreate แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงบริบทของวงการศิลปะในวันที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น และทำให้เส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่มนุษย์สร้างกับสิ่งที่ AI จำลองขึ้นมาเริ่มพร่ามัวกว่าเดิม
ซึ่งท่ามกลางกระแสนี้เอง มีผู้ใช้งาน X รายหนึ่งเข้ามา เมนชันถึง Procreate โดยบอกว่า หวังว่าแอปจะไม่เพิ่มฟีเจอร์ Prompt to Create หรือฟีเจอร์สำหรับสร้างผลงานด้วยคำสั่ง Prompt เข้ามาในอนาคต ทำให้ทางด้านของ Procreate ก็เข้ามาตอบกลับเมนชันดังกล่าวโดยตรง พร้อมยืนยันจุดยืนสั้น ๆ แต่ชัดเจนว่า
“No plans to add generative AI into our apps 🙅”

จุดยืนนี้จึงได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ใช้จำนวนมาก เพราะ Procreate ไม่ได้จำเป็นต้องเดินตามกระแส AI เพียงเพราะเป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยม แต่เลือกยืนอยู่บนแนวคิดที่ว่าแอปควรเป็นเครื่องมือให้ศิลปินสร้างผลงาน ไม่ใช่เข้ามาสร้างผลงานแทนศิลปิน
และในขณะเดียวกัน Procreate ก็ยังคงพัฒนาเครื่องมือสำหรับการทำงานของศิลปินอย่างต่อเนื่อง โดยอัปเดตเวอร์ชัน 5.4.11 เพิ่ม Active Layer Eyedropper, รองรับ Multiple Layer Actions และแก้ไขบั๊กการทำสำเนา Brush
สุดท้ายแล้วประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่ว่าแอปไหนใช้ AI หรือไม่ใช้ AI กันแน่ แต่คือการที่แบรนด์เลือกประกาศจุดยืนของตัวเองให้ชัดว่าเทคโนโลยีควรเข้ามามีบทบาทกับงานสร้างสรรค์ในแบบไหน เพราะสำหรับผู้ใช้งานการรู้ว่าเครื่องมือที่ตัวเองเลือกใช้มีแนวคิดและจุดยืนอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่มีคุณค่าไม่แพ้ฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่นกัน
ที่มา: https://x.com/Procreate/status/2095855847347732534?s=20
