เสียง AI ไปไกลกว่าที่คิด! ‘Suno’ จับมือค่ายเพลง เปิดโมเดล ‘V6’ จากที่เคยโดนฟ้อง สู่การแบ่งรายได้ให้ศิลปิน

วงการ AI สร้างเพลงกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ เมื่อ Suno ได้ประกาศเปิดตัว V6 โมเดลสร้างเพลงรุ่นใหม่ที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมเพลงอย่าง Warner Music Group, BMG, Believe และ TuneCore พร้อมเปลี่ยนแนวทางจากการถูกตั้งคำถามเรื่องลิขสิทธิ์ สู่การทำงานร่วมกับเจ้าของสิทธิและเปิดทางให้ศิลปินมีส่วนร่วมและสร้างรายได้จาก AI มากขึ้น

แม้ก่อนหน้านี้ Suno เคยถูกค่ายเพลงรายใหญ่ฟ้องในประเด็นการนำเพลงที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ฝึกโมเดล AI แต่ในปัจจุบัน Suno ก็ได้บรรลุข้อตกลงกับพันธมิตรบางรายแล้ว ขณะที่ทางค่ายเพลงอย่าง Universal Music Group และ Sony Music นั้นยังคงมีคดีความกับ Suno อยู่ ทำให้การเปิดตัว V6 ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการอัปเกรดเทคโนโลยี แต่ยังเป็นการเปลี่ยนทิศทางเรื่องลิขสิทธิ์ของแพลตฟอร์มด้วย

Suno partners with Believe

โดยสำหรับ V6 Suno ได้ระบุตรงไปตรงมาว่าเป็นโมเดลใหม่ถูกพัฒนาร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมเพลง โดยมีระบบจัดการสิทธิและมาตรการป้องกันการเลียนแบบเสียงหรือดนตรีของศิลปินจากค่ายที่เข้าร่วม รวมถึงมีการแบ่งรายได้ให้กับค่ายเพลงเมื่อเพลงที่สร้างด้วยโมเดลถูกนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดสัดส่วนรายได้ที่ผู้สร้างเพลงต้องแบ่งยังไม่ได้เปิดเผยออกมา

และอีกดีลที่น่าสนใจคือดีลของค่าย Believe และ TuneCore ซึ่งได้เข้ามาช่วยเป็นฝ่ายเชื่อม Suno กับกลุ่มศิลปินอิสระและค่ายเพลงอินดี้ทั่วโลก โดยศิลปินที่เลือกเข้าร่วมโปรดักต์ใหม่ของ Suno จะมีช่องทางในการสร้างเพลง ร่วมงานกับแฟน ๆ และสร้างรายได้จากผลงานมากขึ้น ขณะเดียวกันเพลงที่สร้างผ่าน Industry Partner Model ของ Suno จะมีสิทธิ์นำไปจัดจำหน่ายผ่าน Believe และ TuneCore ได้ด้วย

นั่นหมายความว่าเส้นทางของเพลง AI จะไม่ได้จบแค่พิมพ์ Prompt แล้วได้เพลงอีกต่อไป แต่กำลังถูกต่อยอดไปถึงขั้นร่วมสร้าง ช่วยเผยแพร่ให้เข้าถึงผู้ฟัง ไปจนถึงการสร้างรายได้ โดยเฉพาะสำหรับศิลปินอินดี้ที่ต้องการผลิตและปล่อยเพลงด้วยตัวเอง ซึ่ง TuneCore ก็ได้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับศิลปินที่ต้องการเผยแพร่เพลงด้วยตัวเองอยู่แล้ว

นอกจากนั้น Suno ยังเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยเพื่อรองรับการนำเพลงออกไปเผยแพร่นอกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Audio Watermarking และ Fingerprinting สำหรับช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถระบุได้ว่านี่เป็นเพลงที่สร้างจาก Suno และเพื่อช่วยให้ศิลปินรับมือกับการโกงหรือการใช้งานในทางที่ผิด รวมถึงจำกัดจำนวนการดาวน์โหลดเพื่อป้องกันการนำเพลงจำนวนมากไปกระจายบนบริการสตรีมมิงแบบผิดปกติ โดยมาตรการเหล่านี้จะครอบคลุมเพลงที่จัดจำหน่ายผ่าน Believe และ TuneCore ด้วยนั่นเอง

ซึ่งความน่าสนใจอยู่ที่ก่อนหน้านี้ทาง Believe และ TuneCore เคยมีประกาศออกมาว่าจะไม่รับจัดจำหน่ายเพลงที่สร้างจากโมเดล AI ซึ่งไม่ผ่านมาตรฐานของบริษัท รวมไปถึงโมเดลของ Suno ในเวลานั้น แต่หลังจากมีการพูดคุยและทำงานร่วมกัน Suno ระบุว่าทั้งสองฝ่ายพบจุดร่วมเรื่องการให้ศิลปินมีทางเลือก การสร้างโอกาสในการเผยแพร่ และการสร้างรายได้จากผลงาน จนนำไปสู่ความร่วมมือครั้งนี้

สุดท้ายนี้สำหรับ Suno V6 ที่เปิดตัวออกมานั้นแบ่งออกเป็น 3 รุ่นย่อย ได้แก่

  • V6: รุ่นหลักสำหรับสร้างเพลง รองรับงานเพลงหลากหลายประเภท และเปิดให้ผู้ใช้แพ็กเกจเสียเงินใช้งาน
  • V6-Wild: รุ่นสำหรับทดลองสร้างเพลงและไอเดียใหม่ ๆ ที่อาจให้ผลลัพธ์คาดเดาไม่ได้ เหมาะกับการทดลองแนวทางสร้างสรรค์
  • V6-Mini: รุ่นขนาดเล็กที่ทำงานได้รวดเร็ว และเปิดให้ใช้งานฟรี

ดังนั้นจึงสรุปการเปิดตัวครั้งนี้ได้ว่าการเปิดตัว Suno V6 กำลังสะท้อนการเปลี่ยนพื้นที่ใหม่ของ AI ที่ใช้สร้างเพลงอย่างชัดเจน เพราะจากช่วงที่ Suno ถูกตั้งคำถามและเผชิญคดีเรื่องการใช้เพลงที่มีลิขสิทธิ์ ไปสู่การจับมือกับค่ายเพลงและแพลตฟอร์มสำหรับศิลปินอินดี้ เพื่อสร้างระบบที่ให้ทั้ง AI, ค่ายเพลง และศิลปินมีส่วนร่วมกับการสร้างและแบ่งรายได้ ก็ยังมีโจทย์ใหญ่ที่ต้องเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะข้อพิพาทกับ Universal Music Group และ Sony Music ทำให้เรื่อง AI กับลิขสิทธิ์เพลง ยังเป็นประเด็นที่ครีเอเตอร์ต้องจับตาต่อไปเช่นเดียวกัน

ที่มา: https://suno.com/blog/believe-partnership

Copyright © 2026 RAiNMaker. All rights reserved.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save