Netflix เปิดรายได้ Q3 ทะลุ 4.1 แสนล้านบาท แต่กลับหั่นงบโฆษณาเหลือ 8.6 หมื่นล้านบาท แม้ TikTok – YouTube จะรุกหนัก ก็ชิงคนดูไปไม่ง่าย!

Netflix รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 ด้วยรายได้รวมที่กว่า 4.1 แสนล้านบาท! หรือเรียกได้ว่าปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 11.8% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งขึ้นเกือบ 44% หรือมูลค่าประมาณ 1.17 แสนล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามแม้ผลประกอบการยังเติบโตต่อเนื่อง Netflix กลับปรับลดเป้ารายได้จากโฆษณาตลอดปี 2026 เหลือเพียง 8.64 หมื่นล้านบาท ท่ามกลางการแข่งขันของแพลตฟอร์มวิดีโอที่เข้มข้นขึ้นและการแย่งชิงเวลารับชมจากผู้ใช้ที่กลายเป็นโจทย์สำคัญของทุกแพลตฟอร์ม

โดยปัจจัยที่ช่วยผลักดันการเติบโตมาจากหลายด้านด้วยกัน ทั้งการเพิ่มขึ้นของจำนวนสมาชิก การปรับราคาสมาชิก รายได้จากโฆษณา และอัตราการยกเลิกสมาชิกที่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน โดย Netflix ยังคงเดินหน้าลงทุนในซีรีส์ ภาพยนตร์ และคอนเทนต์ที่มีความหลากหลาย เพื่อสร้างเหตุผลให้ผู้ชมกลับมาใช้งานแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามประเด็นที่น่าจับตามองคือ Netflix ได้มีการปรับลดประมาณการรายได้จากโฆษณาตลอดปี 2026 จากเดิม 96,000 ล้านบาท เหลือเพียง 86,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวที่ที่ลดลงจากเป้าหมายเดิมราว 9,600 ล้านบาทเลยทีเดียว เนื่องจากการเปิดตัวความสามารถบางส่วนของผลิตภัณฑ์โฆษณาล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้

ซึ่งสถานการณ์นี้ได้สะท้อนให้เห็นว่าถึงแม้ Netflix จะมีฐานผู้ชมและคอนเทนต์ที่แข็งแกร่ง แต่การต่อยอดไปสู่รายได้โฆษณาก็ยังมีความท้าทาย ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี การสร้างระบบโฆษณาที่ตอบโจทย์แบรนด์ และการวัดผลที่มีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันเมื่อมองไปที่การแข่งขันในตลาดคอนเทนต์วิดีโอ จะเห็นได้ว่าการแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่แค่แพลตฟอร์มสตรีมมิงแบบเสียค่าสมาชิกอีกต่อไป เพราะ YouTube และ TikTok ก็ต่างมีบทบาทในการดึงเวลารับชมจากผู้ใช้ และพยายามขยายรูปแบบคอนเทนต์ให้ครอบคลุมพฤติกรรมผู้ชมมากขึ้นเช่นเดียวกัน

เมื่อเจาะลึกจุดแข็งของแต่ละแพลตฟอร์ม YouTube ก็ถือว่ามีความได้เปรียบจากคอนเทนต์ Long-form รายการ และครีเอเตอร์ที่สร้างฐานผู้ชมของตัวเอง และทางด้านของ TikTok ก็ได้เติบโตจากคอนเทนต์แบบ Short-form และระบบแนะนำคอนเทนต์ที่ช่วยให้ผู้ชมสามารถค้นพบคอนเทนต์ใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงกระแสคอนเทนต์แบบเล่าเรื่องเป็นตอนอย่าง Microdrama ที่เปิดโอกาสให้เรื่องราวแบบซีรีส์เข้าถึงผู้ชมผ่านรูปแบบที่สั้นลง

แต่ถึงอย่างนั้นแล้วการขยายรูปแบบคอนเทนต์ก็ไม่ได้หมายความว่า แพลตฟอร์มเหล่านี้จะสามารถสร้างประสบการณ์แบบ Netflix ได้ เพราะคอนเทนต์ประเภทซีรีส์และภาพยนตร์ยังต้องอาศัยการพัฒนาเรื่องราว คุณภาพการผลิต และการสร้างความผูกพันกับตัวละคร เพื่อทำให้ผู้ชมอยากติดตามเนื้อหาต่อเนื่อง ขณะที่แพลตฟอร์มครีเอเตอร์มีจุดแข็งด้านความหลากหลาย ความรวดเร็วในการผลิต และการเข้าถึงผู้ชมผ่านระบบแนะนำคอนเทนต์

ด้วยเหตุนี้เองทำให้การแข่งขันจึงไม่ได้วัดกันแค่ยอดวิวหรือความยาวของวิดีโอเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่ความสามารถในการทำให้ผู้ชมกลับมาใช้งานซ้ำ และเปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นรายได้ในระยะยาว โดยที่ Netflix นั้นยังคงเน้นสร้าง Engagement ผ่านคอนเทนต์ที่มีคุณภาพและหลากหลาย ควบคู่กับการพัฒนาประสบการณ์ใช้งานและเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากทั้งค่าสมาชิกและโฆษณาไปด้วยกัน

นอกจากนั้นทิศทางการเติบโตในระยะถัดไปของ Netflix ก็ได้คาดการณ์รายได้ไตรมาส 4 ปี 2026 ไว้ที่ประมาณ 430,144 ล้านบาท และประเมินรายได้รวมตลอดปี 2026 ที่ประมาณ 1.63 ล้านล้านบาท หรือคาดการณ์การเติบโต 13% จากปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่า Netflix ยังคาดหวังการเติบโตต่อเนื่องแม้ต้องเผชิญการแข่งขันจากแพลตฟอร์มวิดีโอที่แย่งชิงเวลาของผู้ชมมากขึ้นก็ตาม

และในมุมของครีเอเตอร์ หรือนักการตลาดประเด็นสำคัญคือแต่ละแพลตฟอร์มมีจุดแข็งและพฤติกรรมผู้ชมที่ต่างกัน คอนเทนต์แบบ Short-form ก็อาจช่วยสร้างการค้นพบและเข้าถึงผู้ชมใหม่ได้ ขณะที่คอนเทนต์ Long-form ก็ช่วยขยายประเด็นและสร้างความสัมพันธ์กับผู้ชม ส่วนคอนเทนต์แบบซีรีส์ก็สามารถสร้างแรงจูงใจให้ติดตามอย่างต่อเนื่องได้ หากมีเรื่องราวที่แข็งแรง

ท้ายที่สุดแล้วถึงแม้ว่าในตอนนี้ TikTok และ YouTube จะพยายามขยายรูปแบบคอนเทนต์เพื่อชิงเวลารับชมจากผู้ใช้งาน แต่การจะเข้ามาแทนที่ Netflix ในตลาดซีรีส์และภาพยนตร์ยังไม่ใช่เรื่องที่ง่าย เพราะแต่ละแพลตฟอร์มมีรูปแบบการใช้งานและคุณค่าที่มอบให้ผู้ชมแตกต่างกัน สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือใครจะสามารถเปลี่ยนเวลารับชมให้กลายเป็นความผูกพันกับคอนเทนต์ และต่อยอดไปสู่รายได้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเอง

ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/10/20/netflix-nflx-earnings-q3-2026.html

Copyright © 2026 RAiNMaker. All rights reserved.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save