ChatGPT Ads เปิดให้ยิงแอดในไทยแล้ว! วิเคราะห์เรียลไทม์ก่อนขึ้นโฆษณาว่าคุยเรื่องอะไร คิดค่าใช้จ่ายตาม CPM, CPC และ oCPC

ในที่สุด! ChatGPT Ads หรือการยิงแอดบน ChatGPT ก็เปิดให้ยิงแอดในไทยแล้ว หลังจากทำการทดสอบฟีเจอร์ยิงโฆษณาระหว่างแชตปกติมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ก็ได้เปิดตัวเพิ่มที่ตลาดอื่น ๆ ทั้ง ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไต้หวัน ทำให้ปัจจุบัน ChatGPT Ads ครอบคลุมมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลกแล้ว

ซึ่งใครที่เป็นแบรนด์หรือทำธุรกิจอยู่ก็สามารถสมัครผ่าน OpenAI Ads Manager Beta เพื่อเพิ่มโอกาสในการยิงแอดได้ เพียงแค่ทำตามขั้นตอนนี้

วิธีการสมัคร ChatGPT Ads

  1. สร้างแอ็กเคานต์ของ OpenAI ผ่านอีเมลที่ใช้งาน
  2. กรอกข้อมูลธุรกิจและแบรนด์ของตัวเอง ทั้งเว็บไซต์ โลโก้ ประเทศ สกุลเงิน ไทม์โซน เป็นต้น
  3. ยืนยันความถูกต้องของข้อมูล และรอระบบตรวจสอบ
  4. เพิ่ม Billing Profile และบัตรเครดิต
  5. เปิดเมนูเพื่อสร้างแคมเปญโฆษณา หรือ Ad Group
  6. ส่งแคมเปญเพื่อให้ระบบของ OpenAI ตรวจสอบก่อนแสดงผล

แต่การตั้งค่าประเทศ สกุลเงิน และเขตเวลาระหว่างที่สร้างแอ็กเคานต์ไม่สามารถเปลี่ยนในภายหลังได้ จึงควรตรวจสอบความถูกต้องก่อนกดยืนยันในระบบ อีกทั้งแอ็กเคานต์ที่สมัครจะต้องเป็นของธุรกิจผู้ลงโฆษณาเองด้วย หรือหากต้องการให้เอเจนซีดูแล แบรนด์หรือธุริจก็ควรสร้างแอ็กเคานต์ใหเเสร็จก่อนเช่นกัน

เพราะ OpenAI มีพาร์ตเนอร์เอเจนซีระดับโลก เช่น Dentsu, Havas Media, Omnicom Media, Publicis Groupe และ WPP แต่สำหรับในไทยธุรกิจที่ผ่านการตรวจสอบของระบบแล้วสามารถสมัครและสร้างแคมเปญเองผ่านระบบ Self-service Ads Manager ได้แล้ว โดยมีทั้งการซื้อโฆษณาแบบ CPM, CPC และการปรับแคมเปญเพื่อหา Conversion

โดยโฆษณาจะปรากฏอยู่ด้านล่างคำตอบของ ChatGPT ที่แยกออกมาจากการแชตหลัก พร้อมป้ายกำกับว่าเป็นโฆษณาชัดเจน แบบไม่ให้ปนกับบทสนทนาที่คุยถามตอบกับ ChatGPT และโฆษณาที่ขึ้นก็จะมีทั้ง

  • ชื่อและโลโก้ผู้ลงโฆษณา
  • พาดหัว
  • คำอธิบาย
  • ภาพประกอบ
  • ลิงก์ไปยัง Landing Page

ทำให้การจ่ายเงินซื้อโฆษณาจะไม่ทำให้แบรนด์ถูกเพิ่มเข้าไปในคำตอบแบบ Organic เพราะ OpenAI แยกระบบโฆษณาออกจากการสร้างคำตอบโดยตรง

กลุ่มผู้ใช้ที่จะเห็นโฆษณา

ChatGPT Ads จะแสดงกับผู้ใช้อายุ 18 ปีขึ้นไปที่ใช้แพ็กเกจ

  • ChatGPT Free
  • ChatGPT Go

กลุ่มผู้ใช้ที่ไม่เห็นโฆษณา

  • ChatGPT Plus
  • ChatGPT Pro
  • ChatGPT Business และแพ็กเกจสำหรับองค์กร

โดยผู้ลงโฆษณาจะไม่ได้รับประวัติแชตหรือข้อความส่วนตัวของผู้ใช้ แต่จะเห็นข้อมูลประสิทธิภาพของแคมเปญในภาพรวมเท่านั้น โดยจะมีระบบของ ChatGPT Ads คอยวิเคราะห์ว่าผู้ใช้ต้องการทำอะไร ต้องแก้ปัญหาแบบไหน และอยู่ในขั้นตอนไหนของการตัดสินใจ แล้วจึงจับคู่กับโฆษณาที่คาดว่าจะเกี่ยวข้อง

ระบบการแสดงโฆษณาของ ChatGPT Ads 

ChatGPT Ads ไม่ได้เลือกโฆษณาจาก Keyword เพียงอย่างเดียว แต่ดูว่าผู้ใช้กำลังคุยเรื่องอะไร ต้องการทำอะไร และมีเงื่อนไขแบบไหน ยกตัวอย่าง “อยากหาโต๊ะทำงานสำหรับคอนโด พื้นที่ไม่เยอะ ใช้วางจอสองจอ และมีงบไม่เกิน 8,000 บาท” ระบบจะมองเห็นทั้งประเภทสินค้า ขนาดพื้นที่ วิธีใช้งาน และงบประมาณ ทำให้สามารถเลือกโฆษณาที่ตรงกับความต้องการได้มากกว่าการค้นหาด้วยคำว่า “โต๊ะทำงาน” เพียงคำเดียว

ข้อมูลที่ใช้ค้นหาโฆษณาที่เกี่ยวข้อง

  • พาดหัวและคำอธิบายโฆษณา
  • เนื้อหาบน Landing Page
  • รูปภาพที่ใช้
  • Context Hints ที่แบรนด์ระบุ
  • ราคาที่มองเห็นและผลลัพธ์ที่ระบบคาดการณ์

Context Hints คือข้อความที่แบรนด์ใช้บอกระบบว่าสินค้าเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ไหน แต่ Context Hints ไม่ใช่การซื้อ Keyword แบบตรงตัว จึงไม่สามารถรับประกันว่าโฆษณาจะปรากฏทุกครั้งเมื่อผู้ใช้พูดถึงคำนั้น

โดยระบบ Context Hints จะช่วยให้ระบบของ ChatGPT เข้าใจสินค้าและ Use Case ได้ละเอียดขึ้น โดยควรเขียนเป็นสถานการณ์มากกว่าคำกว้าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น

  • “รองเท้า” เป็น “รองเท้าวิ่งสำหรับมือใหม่ที่ต้องการลดแรงกระแทก”
  • “โรงแรม” เป็น “ที่พักสำหรับครอบครัวใกล้สถานีรถไฟ”
  • “คอร์สออนไลน์” เป็น “คอร์สตัดต่อวิดีโอสำหรับครีเอเตอร์มือใหม่”

ธุรกิจที่ลงแคมเปญโฆษณาได้

  • สินค้า Lifestyle และของใช้ในบ้าน
  • บริการในพื้นที่
  • การท่องเที่ยวและกิจกรรม
  • สินค้าดิจิทัล
  • การศึกษา

ส่วนธุรกิจการเงิน สุขภาพ การแพทย์ และกฎหมาย อาจต้องผ่านการพิจารณาเป็นรายกรณี แต่มีหมวดที่ต้องห้ามหรือถูกจำกัดในการทำโฆษณา คือ แอลกอฮอล์ ยาสูบ การพนัน อาวุธ การเมือง สินค้าปลอม คอนเทนต์สำหรับผู้ใหญ่ และโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิด

การตั้งค่าแคมเปญโฆษณา

ภายใน Ads Manager ผู้ลงโฆษณาสามารถตั้งค่าได้หลายส่วน ตั้งแต่กลุ่มเป้าหมาย งบประมาณ ไปจนถึงบริบทที่ต้องการให้โฆษณาเกี่ยวข้องได้

เลือกเป้าหมายของแคมเปญ

  • เพิ่มการมองเห็น
  • เพิ่มจำนวนคลิกเข้าเว็บไซต์
  • เพิ่มโอกาสเกิด Conversion เช่น การซื้อ สมัครสมาชิก หรือส่งข้อมูล Lead

เลือกพื้นที่ของกลุ่มเป้าหมาย

กำหนดพื้นที่ในระดับประเทศ ภูมิภาค หรือพื้นที่ย่อยที่ระบบรองรับ โดยหน้าตั้งค่า ChatGPT Ads ในประเทศไทยมีตัวเลือกสำหรับเจาะกลุ่มเป้าหมายตามจังหวัดแล้ว

เลือกช่องทางที่จะแสดงโฆษณา

ผู้ลงโฆษณาสามารถเลือกให้โฆษณาปรากฏบนไหน จึงสามารถแยกทดลองได้ว่าผู้ใช้จากแต่ละแพลตฟอร์มมีพฤติกรรมต่างกันหรือไม่

  • เว็บไซต์ ChatGPT
  • แอป ChatGPT บน iOS
  • แอป ChatGPT บน Android

กำหนดงบประมาณ

พร้อมเลือกให้ระบบปรับราคาเสนออัตโนมัติเพื่อหาผลลัพธ์ภายในงบ หรือกำหนดราคาเสนอสูงสุดด้วยตัวเอง แต่ข้อควรระวังคือ Daily Budget เป็นค่าเฉลี่ยในรอบ 7 วัน ระบบอาจใช้เงินมากกว่างบที่ตั้งไว้ในบางวัน แต่จะควบคุมยอดรวมไม่ให้เกินกรอบที่กำหนดในรอบ 7 วัน

  • งบประมาณรายวัน
  • งบรวมตลอดแคมเปญ

กำหนดหน้าเว็บไซต์ปลายทาง

เลือก Landing Page ที่ผู้ใช้จะไปถึงหลังคลิกโฆษณาได้โดยตรง จึงไม่จำเป็นต้องส่งทุกคนไปยังหน้าแรกของเว็บไซต์ เพราะหากมีการคุยถึงสินค้าแบบไหน ก็จะพาผู้ใช้ไปยังหน้าเว็บไซต์นั้นโดยไม่ต้องพิมพ์ค้นหาเองแล้ว

ระบบช่วยสร้างโฆษณา

ผู้ลงโฆษณาสามารถเริ่มจากการใส่ URL เว็บไซต์ จากนั้นระบบจะใช้ข้อมูลบนเว็บไซต์มาช่วยเสนอข้อความและภาพสำหรับทำโฆษณา โดยแบรนด์สามารถตรวจและแก้ไขได้ทั้ง

  • ชื่อแบรนด์
  • พาดหัว
  • คำอธิบาย
  • รูปภาพ
  • URL ปลายทาง

ซึ่งแม้ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้สร้างแบบร่างของแคมเปญได้เร็วขึ้น แต่ก็ควรตรวจสอบด้วยทุกครั้ง โดยเฉพาะราคา โปรโมชัน คุณสมบัติสินค้า และข้อความที่อาจกล่าวอ้างเกินจริง และควรเตรียมภาพสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ 800 × 800 พิกเซล ในรูปแบบ PNG หรือ JPG เพื่อให้พร้อมใช้งานกับการ์ดในการแสดงโฆษณาด้วย

วิธีคิดค่าแคมเปญโฆษณา

  • CPM (Cost per Mille): ค่าใช้จ่ายต่อการแสดงโฆษณา 1,000 ครั้ง เหมาะกับแคมเปญที่ต้องการเพิ่มการมองเห็นและสร้างการรับรู้ให้แบรนด์
  • CPC (Cost per Click): ค่าใช้จ่ายต่อหนึ่งคลิก โดยแบรนด์จะจ่ายเมื่อเกิด Valid Click เหมาะกับแคมเปญที่ต้องการพาผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์หรือ Landing Page
  • oCPC (Optimized Cost per Click): คิดค่าใช้จ่ายต่อคลิกเหมือน CPC แต่ระบบจะช่วยปรับการแสดงโฆษณาไปยังผู้ใช้ที่มีแนวโน้มทำ Conversion เช่น ซื้อสินค้า สมัครสมาชิก หรือกรอกข้อมูล Lead
  • oCPM (Optimized Cost per Mille): คิดค่าใช้จ่ายตามการแสดงผลทุก 1,000 ครั้ง แต่ระบบจะปรับการส่งโฆษณาเพื่อเพิ่มโอกาสเกิด Conversion แทนการเน้นจำนวนการมองเห็นเพียงอย่างเดียว

ระบบการแสดงแคมเปญโฆษณา

ระบบจะพยายามแสดงโฆษณากับผู้ใช้ที่มีโอกาสทำ Conversion เช่น ซื้อสินค้า ลงทะเบียน หรือส่ง Lead ได้ อย่างไรก็ตาม ค่าโฆษณายังคิดแบบคลิกหรือการแสดงผลตามการตั้งค่าของแอ็กเคานต์นั้น ๆ อยู่ โดยไม่ได้คิดเงินต่อ Conversion โดยตรง

ครีเอเตอร์เตรียมตัวอย่างไร

ChatGPT Ads ทำให้คอนเทนต์ประเภทที่ต้องการตัวช่วยเพื่อตัดสินใจมีความสำคัญมากขึ้น ของใช้หรือของที่เกี่ยวข้องกับ Lifestyle จึงเหมาะกับการยิงแอดด้วย ChatGPT มากที่สุด เพราะผู้ใช้มักเข้ามาพร้อมคำถามและเงื่อนไขของแต่ละคนอย่างชัดเจน

ครีเอเตอร์จึงสามารถต่อยอดไปสู่คอนเทนต์ประเภท

  • รีวิวแบบลงรายละเอียด
  • เปรียบเทียบสินค้าแต่ละรุ่น
  • ทดลองใช้ในสถานการณ์จริง
  • ตอบคำถามที่คนสงสัยก่อนซื้อ
  • สร้างภาพและวิดีโอให้แบรนด์นำไปใช้ในโฆษณา
  • ทำคอนเทนต์สำหรับ Landing Page

ส่วนครีเอเตอร์ที่มีสินค้า คอร์ส หรือบริการของตัวเอง ก็สามารถใช้ ChatGPT Ads เข้าถึงคนที่กำลังมองหาวิธีแก้ปัญหาได้โดยตรงเช่นกัน ซึ่งความน่าสนใจของ ChatGPT Ads ไม่ได้อยู่แค่การมีพื้นที่โฆษณาใหม่ แต่คือการเข้าถึงผู้ใช้จากสิ่งที่กำลังคิดและกำลังตัดสินใจอยู่ในขณะนั้นมากกว่า

ซึ่งสิ่งที่แบรนด์ไทยควรทำจึงไม่ใช่การรีบย้ายงบทั้งหมดมาจาก Facebook หรือ Google แต่ควรเริ่มทดลองด้วยงบที่ควบคุมได้ พร้อมเตรียม Landing Page, Context Hints และระบบวัด Conversion ให้ครบก่อนมาทดลองสนามการยิงแอดแบบใหม่ จึงจะได้เปรียบกว่าแบรนด์ที่มีงบการสื่อสารแบบกว้าง ๆ นั่นเอง

ที่มา: https://ads.openai.com/

Copyright © 2026 RAiNMaker. All rights reserved.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save