News
หลังจากที่ Facebook ได้เคยประกาศเอาไว้เมื่อปีที่ผ่านมา ว่าจะมีการดีไซน์หน้าจอผู้ใช้งานใหม่ทั้งหมด เวลาผ่านไปกว่าปี ในที่สุด Facebok ก็ได้ประกาศออกมาแล้วว่า ดีไซน์หน้าจอใหม่นี้จะเปิดให้ทุกคนได้ใช้ในสัปดาห์หน้า
การเผยแพร่เรื่องราวหรือคอนเทนต์ต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตในยุคแรกๆ นั้น ส่วนมากจะไม่พ้นการลงเนื้อหาบนเว็บไซต์ ซึ่งผู้ใช้ก็จะต้องเป็นคนเลือกเข้าไปอ่านเอง ว่าอยากได้ความรู้หรือความคิดเห็นเรื่องอะไร จากเว็บไซต์ประเภทไหน ซึ่งการมาของโซเชียลมีเดียที่กลายเป็นศูนย์กลางรวบรวมคอนเทนต์ในทุกๆ หัวข้อ ทุกประเภท พร้อมทั้งเป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้งานสามารถโต้ตอบกับผู้อื่นได้อย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้รูปแบบการผลิตคอนเทนต์ที่ผู้อ่านจะสนใจนั้น แตกต่างกันออกไปโดยสิ้นเชิง และยังแตกต่างกันในแต่ละแพลตฟอร์มของโซเชียลมีเดียอีกด้วย
หลังจากไวรัสโควิด-19 ระบาดอย่างหนัก เราได้เว้นระยะห่างทางสังคมกันไปแล้ว เเต่ระยะห่างระหว่างเรากับโลกออนไลน์ยังเท่าเดิม เราลองมาเว้นระยะห่างบนโลกออนไลน์ด้วยก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีนะคะ เพราะจะช่วยให้เราได้พักผ่อนจริงๆ เเละลดความตึงเครียดจากการเสพข่าวหรือสื่อต่างๆ ที่มากเกินไป ทำให้เราได้พักผ่อนทั้งกายเเละจิตใจ สมอง เยี่ยมไปเลยค่ะ
เชื่อว่าหลายๆ คนในตอนนี้คงเริ่มหันมาสนใจการ Live Streaming กันมากขึ้น สาเหตุหลักๆ อาจมาจากสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ทำให้เราต้องปรับตัวในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือการเรียน เป็นต้น และหนึ่งตัวเลือกที่ดีในการสื่อสารของช่วงนี้นั้นก็คือการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางต่างๆ หรือเรียกอีกอย่างว่า การไลฟ์สด แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นเรื่องใหม่ของใครหลายคนอยู่ ทำให้เกิดความลังเลและสงสัยว่าควรไลฟ์ช่องทางไหนจะดีกว่ากัน ช่องทางไหนเหมาะสมกับเรามากที่สุด วันนี้ RAiNMaker เลยได้มัดรวมจุดเด่นของแต่ละแพลตฟอร์มมาให้เพื่อประกอบการตัดสินใจค่ะ
เนื่องจาก Facebook เห็นว่าในช่วงเดือนที่ผ่านมา ผู้คนหันมาใช้ Messenger ผ่านเบราว์เซอร์กันมากขึ้นเพื่อติดต่อสื่อสาร เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัส ทำให้มีผู้คนทำงานจากที่บ้านมากขึ้น จึงได้สร้างแอป Messenger เวอร์ชั่น Mac กับ PC เพื่อช่วยให้การสื่อสารมีความสะดวกสบายมากขึ้น
อย่างที่หลายๆ คนกำลังเจอปัญหาคือหลายธุรกิจตกอยู่ในภาวะชะงัก โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก ทาง Sheryl Sandberg ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของเฟซบุ๊กจึงประกาศเตรียมมอบเงินสนับสนุนจำนวนกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,200 ล้านบาท ในรูปแบบเงินสดและเครดิตโฆษณา ช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กจำนวน 30,000 รายใน 30 ประเทศที่ Facebook ดำเนินกิจการอยู่
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
