
Session: CREATIVE IP BULDERS: BUILD YOUR FUTURE ASSET สร้าง IP ให้คนรักต่อยอดงานสร้างสรรค์ให้เติบโต โดย กรชนก ตรีวิทยานุรักษ์ (Codec Creation), ปภากร ศรีกัลยกร (Wednesday) และคนธรัตน์ เตชะไตรศร (give.me.museums)
เมื่อ Character ไม่ได้เป็นแค่ความน่ารักแต่สามารถกลายเป็นทั้ง Fanbase, Product และ Business Opportunity ได้
Character IP ที่ดี เริ่มจากอะไร?

Codec Creatio: เริ่มจากการเลือกสิ่งที่ตัวเองรัก
จุดเริ่มต้นมาจากการนำ Moomin เข้ามา เพราะมองเห็นโอกาสจาก Story และ Human Touch ที่สามารถนำมาปรับให้เข้ากับบริบทของคนไทยได้ ทำให้การเลือก IP ไม่จำเป็นต้องเริ่มจาก Data เสมอไป แต่ Sense ของ Creator ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยต้องมองให้ออกว่าอะไรคือสิ่งที่คน “รักสุดหัวใจ” และสามารถ Relate ได้ ดังนั้นการนำ IP ต่างประเทศเข้ามาไม่ได้จบที่ลิขสิทธิ์ แต่ต้องคิดถึง Experience และพื้นที่ในการขาย ไปพร้อมกัน
ทำไม Character IP ถึงสำคัญกับแบรนด์?
เมื่อปัจจุบันทุกแบรนด์สามารถสร้างหรือมี IP ของตัวเองได้ แต่ต้องเริ่มจากการรู้ว่า Brand Identity คืออะไร และอยาก Go ไปทางไหน เพราะ Character ที่ดีต้องมีมากกว่าดีไซน์ แต่ควรมี Story, Personality และ Emotional Value ที่ทำให้คนจดจำและรู้สึกเชื่อมโยง ซึ่งแบรนด์ควรมี Guidebook เพื่อกำหนด Character Identity และแนวทางการใช้งาน ทำให้ IP สามารถขยาย Fanbase และต่อยอดในอนาคตได้
ตัวอย่างอย่าง Tokyo Skytree แสดงให้เห็นว่า Character สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Brand Experience และสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนได้

Wednesday: จากความชอบ สู่ Fanbase ของตัวเอง
จากจุดเริ่มต้นมาจากการทำงานประจำควบคู่กับการออกแบบ Merchandise และออกบูธ ก่อนค่อย ๆ พัฒนาเป็น Product และงานหลัก มาพร้อมจุดเปลี่ยนจากการตั้งคำถามว่า
“เรามีอะไรที่เป็น Fanbase ของตัวเองบ้าง?”
โดยจากความรู้สึกว่าเริ่มหมด Inspiration กับงานเดิม ๆ จึงกลับมามองเรื่องใกล้ตัว และหยิบ Character ของแฟนมาพัฒนาเป็น IP เมื่อ Character มีฐาน Fanbase แบรนด์ต่าง ๆ ก็เข้ามา Collaboration เพราะไม่ได้ขายแค่ความน่ารัก แต่ขาย Emotion ที่คนรู้สึกเชื่อมโยงได้

give.me.museums : จาก Landscape สู่ ‘น้องดื้อ’
เริ่มต้นมาจากการกลับมาหา ตัวตนและ Insight ภายในตัวเอง ก่อนพัฒนาออกมาเป็น Product ทำให้น้องดื้อนั้นเกิดจากความต้องการเติมเต็ม Feeling ให้คนสามารถใช้ Character แทนการแสดงอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองได้ เพราะความเป็นเด็ก Innocent และสนุก ทำให้คนสามารถ Relate กับ Character ได้ง่าย และพา IP เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันได้ ส่วนของการ Collaboration จึงไม่ใช่แค่การทำให้แบรนด์ดูเด็กลงแต่ต้องหาจุดร่วมที่ทำให้ Character และ Brand Identity ไปด้วยกันได้
Collaboration ที่ดี ต้องไม่ฝืนกัน
ฝั่งเจ้าของ IP ต้องมี
- Guidebook / IP Asset
- Agreement ที่ชัดเจน
- แนวทาง Merchandising / Adaptation
- รู้ว่า Character ของตัวเองเหมาะกับ Brand แบบไหน
ฝั่งแบรนด์ต้องมี
- Timeline และระยะเวลาการใช้งานที่ชัดเจน
- เลือก Character ที่เข้ากับ Brand Identity
- ทำสัญญาให้เหมาะกับ Scope และ Timeline
- ตรวจสอบ Legal & Copyright ก่อนเริ่มงาน
เพราะการ Collaboration ที่ดีไม่ควรเป็นการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้อง ’ฝืน‘ Character หรือ Brand Identity ของตัวเองเพื่อให้งานไปต่อ
อย่าตั้งราคา IP จากต้นทุนผลิตอย่างเดียว
การคิดราคา Merchandise หรือ Collaboration ต้องมองต้นทุนให้กว้างกว่าต้นทุนดิบ
- ค่าลิขสิทธิ์
- ค่าดีไซน์และพัฒนา
- ต้นทุนการผลิต
- VAT
- Profit Margin
- Scope และระยะเวลาการใช้งาน
และถ้ายังไม่รู้ว่าจะตั้งราคาอย่างไร อาจเริ่มจาก ถามรุ่นพี่ในวงการ ดูราคาตลาด หรือเทียบกับ Scope ของงานก่อน แล้วประสบการณ์จะค่อย ๆ ทำให้ประเมินมูลค่าของงานได้แม่นขึ้น
เมื่อ Copy และ AI กลายเป็นความท้าทายใหม่
เมื่อการถูก Copy ยังคงเป็น Pain Point สำคัญของ Creator โดยเฉพาะเมื่อผลงานถูกนำไปใช้ข้ามประเทศ ดังนันการคุ้มครองลิขสิทธิ์ยังมีข้อจำกัด เพราะต้องอาศัยกฎหมายของแต่ละประเทศ ขณะเดียวกัน AI ก็เพิ่มโจทย์ใหม่เรื่องการนำ Character และผลงานไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นประเด็นที่ Creator ต้องจับตามองต่อไป
ฟังเสียงคนดูให้มากขึ้น
การเติบโตของ IP ไม่ได้เกิดจากการคิดเองอยู่ฝ่ายเดียว แต่ต้อง ฟังเสียงของ Fanbase อย่างต่อเนื่อง การมีช่องทางที่สามารถสื่อสารกับผู้ติดตามได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านคนกลางมากเกินไป ช่วยให้ Creator เข้าใจว่าแฟนต้องการอะไร และนำ Feedback กลับมาพัฒนา Character, Product และ Business ได้อย่างยั่งยืน
สิ่งที่ Creator ต้องสร้าง ไม่ใช่แค่ Character แต่คือระบบ
สุดท้ายแล้วความยากของการทำ Character Business อาจไม่ได้อยู่ที่การรับโจทย์จากลูกค้า แต่อยู่ที่การบริหาร หลังบ้านของตัวเอง ตั้งแต่การจัดการ IP, Pricing, Contract ไปจนถึงการเลือก Collaboration ที่เหมาะสม
และก่อนรับงาน สิ่งที่ Creator ต้องถามตัวเองไม่แพ้กันคือ Brand นี้เหมาะกับ Character ของเราจริงไหม เพราะ IP ที่แข็งแรงไม่ได้เกิดจากการพยายามทำให้ทุกอย่างเข้ากัน แต่เกิดจากการหา Brand–Character Fit ที่ทั้งสองฝ่ายยังเป็นตัวเองได้ และเติบโตไปด้วยกัน
