GoogleNews

Avatar

Passapornpor April 18, 2018

Google จับมือ CyArk อนุรักษ์โบราณสถานผ่านเทคโนโลยี VR

Google ประกาศจับมือกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร CyArk ร่วมกันสร้างภาพ VR เพื่ออนุรักษ์ความมหัศจรรย์ของสถานที่ทางประวัติศาสตร์เอาไว้ให้เด็กรุ่นต่อๆไปได้รู้จัก และเพื่อให้คนทั่วไปที่ไม่เคยมาได้สัมผัสภาพเสมือนจริงในรูปแบบ VR

 

ในยุคที่โลกถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยี กลับกันกับโบราณสถานต่างๆที่กำลังทรุดโทรมลงทุกวัน ไม่ว่าสาเหตุจากอายุการใช้งาน หรือความขัดแย้งของมวลมนุษยชาติก็ตาม ทำให้ Google เห็นถึงความสำคัญที่เราควรรักษาสถานที่เหล่านี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้เชยชม โดยการสร้างภาพ VR ที่ทุกคนทั่วโลกสามารถเข้ามาท่องเที่ยวสถานที่เหล่านี้ผ่านหน้าจอได้ไม่ยาก ผ่านโปรเจค Open Heritage

 

 

ด้วยเทคโนโลนีทันสมัย ทำให้เราสามารถถ่ายภาพของสถานที่ต่างๆได้ทุกรายละเอียดมากกว่าแต่ก่อน ไม่ว่าจะเป็นสี ลวดลาย และรูปทรงต่างๆทั้งหมดซึ่งจะถูกถ่ายโดยเครื่องสแกนเลเซอร์ ซึ่งให้ความแม่นยำต่อมิลลิเมตรในการสร้างภาพ 3 มิติ เลยทีเดียว” Chance Coughenour โอกาส นักโบราณคดีดิจิทัล และผู้จัดการโครงการร่วมกับ Google Arts and Culture กล่าวในงานแถลงข่าว

เมื่อปี 2011 ทาง Google Arts & Culture ได้จัดตั้งเป็นรูปแบบบริษัทเพื่อช่วยเหลือ และทะนุบำรุงศิลปะจากทั่วโลกมาแล้ว โดยเริ่มจากการจับมือร่วมกับพิพิธภัณฑ์เพื่อนำชิ้นงานศิลปะเหล่านั้นสู่โลกออนไลน์ จากนั้นจึงค่อยๆขยายไปสู่ชิ้นงานอื่นๆตามมา โดยทั้งหมดเป็นการใช้ VR นำทัวร์ รวมถึงเครื่องมือการเรียนรู้ต่างๆเสริมเข้ามาด้วย

Ben Kacyra นักพัฒนา ผู้ร่วมก่อตั้ง และผู้บริหาร จาก Cyra Technologies ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับแผนที่เลเซอร์ โมเดล และผลิตภัณฑ์ CAD วิศวกร และบริษัทก่อสร้าง ได้กล่าวว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจที่จะสร้าง CyArk โดยใช้ เทคโนโลยีแผนที่เลเซอร์ของ Cyra หลังจากที่เขาได้เห็น กลุ่มตาลีบัน ได้ระเบิดทำลายพระพุทธรูปบามิยันที่มีอายุกว่า 1,500 ปี ทิ้งไปเมื่อปี 2001

 

 

ภารกิจที่ CyArk จะต้องทำคือการเก็บภาพโบราณสถานที่ถูกทำลายลงไปแล้วให้เหมือนจริงที่สุด ซึ่งเวอร์ชั่นของระบบเลเซอร์แสกนเดิมเป็นระบบของ Kacyra เป็นผู้บุกเบิกที่ Cyra ซึ่งได้จากภาพถ่ายคุณภาพสูงที่ใช้โดรน และกล้อง DSLR ในการถ่ายทำ อาทิ วัด Ananda Ok Kyaung ในพุกาม ประเทศพม่า ซึ่งถูกแผ่นดินไหวสร้างความเสียหายไปเมื่อปี 2016 โดย CyArk ได้สร้างแผนที่เลเซอร์ในส่วนที่เสียหายไปขึ้นมาใหม่ และปล่อยมันลงใน Open Heritage โปรเจคของ Google

ที่มา https://www.theverge.com