
ท่ามกลางกระแสคอนเทนต์ Short-form ที่ยังคงได้รับความนิยม ทั้งเทรนด์และไวรัลต่างก็ถูกเสพและจบไปในช่วงเวลาสั้น ๆ การจะหาโอกาสเพื่อเพิ่มยอดเอนเกจเมนต์แบบฉาบฉวย ผ่านการรีโพสต์คลิปที่ไวรัลมาลงซ้ำในช่องตัวเองจึงเริ่มมีมากขึ้น ทำให้ YouTube ต้องออกมาประกาศอย่างชัดเจน ว่าแพลตฟอร์มจะสนับสนุนแค่ ‘Original Content’ บน Shorts เท่านั้น
โดย YouTube ได้ปรับระบบอัลกอริทึมแนะนำ (Recommend) คลิป Shorts เพื่อให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ต้นฉบับมากขึ้น พร้อมลดการมองเห็นหรือการเข้าถึงช่องที่นำคลิปคนอื่นมารีโพสต์ในช่องตัวเอง โดยไม่ได้มีการปรับหรือเล่าเรื่องให้ครีเอทีฟขึ้น
การตรวจจับ Original Content
YouTube ไม่ได้บอกว่าจะใช้เกณฑ์ไหนในการตัดสินว่าคลิปไหนเป็นคลิปต้นฉบับ เพราะระบบอัลกอริทึมจะแนะนำวิดีโอจากหลายอย่าง ทั้งประวัติการรับชม ความน่าสนใจของคลิป และยอดเอนเกจเมนต์ที่ได้จากผู้ชม แต่การอัปเดตครั้งนี้ ช่องส่วนใหญ่เป็นการรวบรวมหรืออัปโหลดวิดีโอของผู้อื่นมาลงใหม่ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในคลิปเลย
ฉะนั้น ถ้าเป็นช่องที่ต้องมีคลิปของคนอื่นอยู่แล้ว ก็ควรวิเคราะห์ในมุมมองตัวเองเพิ่มเติม หรือมีการตัดต่อเรียงลำดับใหม่ และใช้คลิปอื่นเพื่อเป็นส่วนประกอบไม่ใช่นำมาโพสต์ลงใหม่แล้วจบ ทำให้แค่การใส่ซับ หรือเพลง ไปจนถึงเปลี่ยนความเร็วคลิปอาจไม่พอ โดยมีตัวอย่างคอนเทนต์ที่มีความเสี่ยง คือ
- ดาวน์โหลดคลิปไวรัลจากแพลตฟอร์มอื่นมาโพสต์ใหม่
- รวมคลิปหลายคลิปโดยไม่มีการอธิบายเพิ่มเติม
- ครอปภาพ กลับด้าน หรือเปลี่ยนอัตราส่วนคลิป
- เปลี่ยนความเร็ว ใส่เพลง หรือใส่ฟิลเตอร์เล็กน้อย
- เพิ่มคำบรรยายที่ถอดคำพูดจากคลิปเดิม
- ใช้ Template เดียวกันผลิตคลิปจำนวนมาก
- Reaction ที่เพียงแสดงสีหน้าโดยไม่มีความคิดเห็น
- ใช้เสียงบรรยายเพื่ออธิบายเฉพาะสิ่งที่ผู้ชมมองเห็นอยู่แล้ว
ในทางกลับกัน การนำคลิปมาใช้เพื่อวิจารณ์ วิเคราะห์ เล่าเรื่องใหม่ หรือก็ถือเป็นการให้ Content Value เช่นกัน นี่จึงเป็นเหมือนกับอินไซต์ที่เปลี่ยนระบบอัลกอริทึมของ YouTube มากกว่า และไม่ใช่แค่นโยบายการเปลี่ยนแปลงการสร้างรายได้ของครีเอเตอร์เท่านั้น
ทำให้ครีเอเตอร์ที่ทำคอนเทนต์บน YouTube ต้องปรับตัวให้เหมาะกับพฤติกรรมการดู Shorts มากขึ้น หากต้องการนำคลิปต้นฉบับมาทำคอนเทนต์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็น
- สร้างฮุกการเข้าคลิปใหม่
- เล่าเรื่องให้จบได้ภายในคลิป
- ปรับจังหวะการตัดต่อให้เหมาะกับคอนเทนต์แนวตั้ง
- เพิ่มข้อมูลหรือมุมมองที่ไม่มีในวิดีโอต้นฉบับ
- มีการเชื่อมคอนเทนต์ไปยังวิดีโอที่เกี่ยวข้อง
- หลีกเลี่ยงการอัปโหลดคลิปเดิมซ้ำหลายครั้งแบบไม่มีการเปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตาม คอนเทนต์ที่สร้างด้วย AI ยังไม่ได้มีอัปเดตเพิ่มเติมว่าจะถูกลดการมองเห็นหรือไม่ เพราะYouTube ยังคงอนุญาตให้ครีเอเตอร์ใช้ AI ช่วยเล่าเรื่อง เขียนสคริปต์ ตัดต่อ หรือสร้าง Visual ได้ หากผลงานยังออกมาเป็นตามสไตล์ช่องชัดเจน
และการ เตรียมดัน Original Content บน Shorts ก็ไม่ได้หมายความว่า YouTube ห้าม Remix, Reaction หรือการใช้คลิปจากแหล่งอื่น แค่ต้องผสมคอนเทนต์ให้เป็นช่องตัวเองมากที่สุด ไม่ใช่แค่โพสต์วิดีโอซ้ำลงไปแบบเดิมกับต้นฉบับนั่นเอง เพราะในยุคที่ใครก็สามารถตัดคลิปหรือสร้างวิดีโอจำนวนมากด้วย AI ได้ สิ่งที่อัลกอริทึมกำลังพยายามตามหาอาจไม่ใช่คอนเทนต์ที่สดใหม่ แต่เป็นคอนเทนต์ที่มีตัวตนและความคิดของเจ้าของช่องอยู่มากกว่า
ที่มา: https://support.google.com/youtube/thread/470890423/prioritizing-original-content-on-shorts?hl=en
