4 แคมเปญรถ กับโจทย์ Creator ที่เปลี่ยนไป เมื่อแบรนด์ไม่หยุดแค่รีวิว แต่ลงทุนกับทักษะและพื้นที่ให้สร้าง Story

รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่ราคาหลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านอาจมีสเปกเป็นจุดขาย แต่สำหรับคนดูยุคนี้แล้วนั้นตัวเลขและสคริปต์รีวิวเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่ช่วยให้เห็นภาพว่ารถหนึ่งคันจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจริงได้ยังไง

โจทย์ของแบรนด์ยานยนต์จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การนำรถมาให้ครีเอเตอร์รีวิวหน้ากล้อง แต่ต้องคิดต่อว่าจะสร้างประสบการณ์แบบไหนให้ครีเอเตอร์นำไปเล่าเรื่องได้ ตั้งแต่การให้ความรู้ก่อนลงมือทำ การพาออกเดินทางจริง ไปจนถึงการเปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้รถตัวจริงเป็นคนบอกเล่าประสบการณ์ด้วยตัวเอง

วันนี้ RAiNMaker ชวนถอดอินไซต์จาก 4 แคมเปญยานยนต์ในช่วงปี 2566 ไปจนถึง 2569 ว่าแต่ละแบรนด์ออกแบบโจทย์ให้ Creator อย่างไร และนักการตลาดจะนำแนวคิดเหล่านี้ไปต่อยอดได้อย่างไรบ้าง

Mazda | ‘CreatorPreneur Bootcamp: From Content Maker to Business Master’

ลงทุนกับตัวครีเอเตอร์ ให้โตจากคนทำคอนเทนต์สู่เจ้าของธุรกิจ

เริ่มต้นที่ Mazda ซึ่งได้มีการจับมือกับทางคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Digital Tips เปิดแคมป์ฟรีสำหรับครีเอเตอร์และผู้ประกอบการรุ่นใหม่อายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 100 คน เพื่อเรียนรู้ทั้งการทำคอนเทนต์ ธุรกิจ การตลาด และการบริหารจัดการ ภายใต้แนวคิด Joy Drives Lives ของแบรนด์

โดยเกณฑ์การสมัครได้เปิดให้ผู้เข้าร่วมต้องมีผู้ติดตามอย่างน้อย 10,000 คนในช่องทางใดช่องทางหนึ่ง มีโพสต์อย่างน้อย 30 โพสต์ในช่วง 2 เดือนล่าสุด พร้อมเขียนอธิบายว่าอยากทำธุรกิจอะไรและเพราะเหตุใด โดยผู้ผ่านการคัดเลือกจะเข้าเรียนทุกวันเสาร์ ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายนถึง 7 พฤศจิกายน 2569 กับ Mentor จากหลากหลายวงการ อาทิ Her Hyness, Katanyutonight, POEM, เพจนัดเป็ด และมอสมัดจุก

นอกจากนั้นอีกหนึ่งรายละเอียดที่น่าสนใจคือการออกแบบเงื่อนไขเพื่อสร้างความต่อเนื่องในการเรียนรู้ โดยผู้ผ่านการคัดเลือกต้องวางมัดจำ 4,500 บาท และจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวนเมื่อเข้าเรียนไม่น้อยกว่า 80% ของโครงการ

โจทย์ของครีเอเตอร์: เรียนรู้และฝึกทักษะด้านธุรกิจควบคู่กับการทำคอนเทนต์ตลอด 2 เดือน

สิ่งที่ได้รับ: ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ การลงมือปฏิบัติจริง และคอมมูนิตี้สำหรับแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เข้าร่วมรุ่นเดียวกัน

อินไซต์ที่น่าสนใจ: แบรนด์ไม่จำเป็นต้องให้ครีเอเตอร์พูดถึงสินค้าโดยตรงเสมอไป แต่สามารถสร้างความสัมพันธ์ผ่านการสนับสนุนสิ่งที่ครีเอเตอร์ต้องการพัฒนาได้ เช่น ทักษะและความรู้ด้านธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการเติบโตไปพร้อมกันในระยะยาว

Honda | ‘Thai Honda Creator Connect Club 2’

ให้ทักษะและโอกาสเติบโต ก่อนคาดหวังคอนเทนต์จากครีเอเตอร์

ต่อมาคือ Honda ที่ได้มีการสานต่อโครงการ Thai Honda Creator Connect Club เป็นปีที่ 2 โดยร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดรับคอนเทนต์จากครีเอเตอร์ทั่วประเทศในเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งได้มีผลงานส่งเข้าร่วมกว่า 400 คอนเทนต์ ก่อนที่จะถูกคัดเลือกให้เหลือเพียง 20 คนสุดท้ายที่จะได้เข้าร่วมแคมป์เป็นระยะเวลา 3 วัน 2 คืนที่จังหวัดระยองในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569

ซึ่งภายในแคมป์นี้ครีเอเตอร์ที่มีโอกาสได้เข้าร่วมจะได้เวิร์กชอปกับครีเอเตอร์มืออาชีพ ได้เรียนรู้การผลิตคอนเทนต์ผ่านประสบการณ์เดินทางจริง พร้อมทดลองขี่รถ Honda บิ๊กไบค์และรถจาก CUB House หลายรุ่นไปตามสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดระยอง ก่อนนำประสบการณ์มาต่อยอดเป็นวิดีโอภายใต้แนวคิด ‘สุขทันทีที่ขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย’

หลังจากนั้นจะมีการประกาศผลในวันที่ 1 มีนาคม 2569 เพื่อมอบรางวัลใหญ่ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 โดยมีมูลค่ารางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับ Honda Scoopy รุ่น Club12 เงินรางวัล 50,000 บาท และ Gift Voucher ท่องเที่ยวไทย 50,000 บาท พร้อมโอกาสร่วมงานกับแบรนด์ในอนาคตนั่นเอง

นอกจากนี้ผู้ชนะจากปีแรกอย่าง ‘ยิ้มแบกเป้เที่ยว’ ก็ยังกลับมาร่วมเป็นวิทยากรในโครงการปีที่ 2 ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการต่อยอดความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับครีเอเตอร์จากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง

โจทย์ของครีเอเตอร์: เรียนรู้การผลิตคอนเทนต์ ออกเดินทางด้วยรถ Honda และสร้างวิดีโอท่องเที่ยวในสไตล์ของตัวเอง

สิ่งที่ได้รับ: ทักษะการทำคอนเทนต์ ประสบการณ์ใช้รถจริง รางวัลจากการแข่งขัน และโอกาสร่วมงานกับแบรนด์ต่อไป

อินไซต์ที่น่าสนใจ: แคมเปญไม่ได้จบแค่การส่งรถให้ครีเอเตอร์แล้วรอรับผลงาน แต่เริ่มจากการพัฒนาทักษะและสร้างประสบการณ์ให้ก่อน ขณะเดียวกัน การที่ผู้ชนะจากปีแรกกลับมาเป็นวิทยากรยังช่วยต่อยอดความสัมพันธ์ให้ยาวนานกว่าการจ้างงานเพียงครั้งเดียว

MG | ‘#MG3SAVESAVE ซีซั่น 2’

ให้เจ้าของรถตัวจริงพิสูจน์ความประหยัด แล้วให้ตัวเลขจริงเป็นตัวเล่าเรื่อง

สำหรับ MG ที่ได้มีการเลือกใช้ประสบการณ์จากผู้ใช้รถจริงมาบอกเล่าคุณค่าของ ALL NEW MG3 HYBRID+ ผ่านแคมเปญ #MG3SAVESAVE ซึ่งเริ่มต้นในซีซั่นแรกช่วงปลายปี 2567 ก่อนกลับมาอีกครั้งในซีซั่น 2 ระหว่างวันที่ 22 กรกฎาคม-6 ตุลาคม 2568

โดยตัวแคมเปญเปิดโอกาสให้เจ้าของรถและผู้ที่ทดลองขับบันทึกตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองหลังใช้งานในระยะทาง 100 กิโลเมตร และ 500 กิโลเมตรขึ้นไป จากนั้นโพสต์ภาพพร้อมเล่าความประทับใจหรือรีวิวผ่าน Facebook และแชร์ในกลุ่มสาธารณะ MG3 Hybrid Club Thailand โดยติดแฮชแท็ก #MG3SAVESAVE เพื่อลุ้นรับรางวัล Lucky Draw และรางวัล Content Creator ยอดเยี่ยม

โจทย์ของผู้ร่วมกิจกรรม: ทดลองใช้รถในชีวิตจริง แสดงตัวเลขการใช้งาน และถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านคอนเทนต์ในแบบของตัวเอง

สิ่งที่ได้รับ: โอกาสลุ้นรางวัลรายสัปดาห์และรางวัลใหญ่ พร้อมพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคอมมูนิตี้เจ้าของรถ

อินไซต์ที่น่าสนใจ: แทนที่จะสื่อสารเรื่องความประหยัดผ่านตัวเลขจากแบรนด์เพียงอย่างเดียว MG เปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้รถนำประสบการณ์ของตัวเองมาเล่า ซึ่งช่วยให้คนที่กำลังสนใจรถเห็นตัวอย่างการใช้งานจริง และนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ตัวเลขจากผู้ใช้แต่ละคนอาจแตกต่างกันตามสภาพการขับขี่และเงื่อนไขการใช้งาน

Yamaha | ‘THE CREATOR ARENA’

เปิดเวทีให้ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ ตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนอาชีวะ

ย้อนกลับไปในปี 2566 ที่ทางด้านของ Yamaha ได้มีการจับมือกับสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยี อาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย และเวิร์คพอยท์ เพื่อจัดแคมเปญ ‘THE CREATOR ARENA’ ภายใต้เป้าหมายที่ต้องการเปิดโอกาสให้นักเรียนและนักศึกษาอาชีวะที่สนใจเส้นทางคอนเทนต์ครีเอเตอร์ได้แสดงความสามารถ

ซึ่งในแคมเปญนี้ผู้เข้าแข่งขันต้องสร้างคอนเทนต์ตามโจทย์ในแต่ละรอบและส่งผลงานผ่าน Facebook และ TikTok ก่อนจะถูกคัดเลือกเพียง 10 ทีมสุดท้ายเพื่อนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการที่เวิร์คพอยท์ สตูดิโอ

โดยก่อนเริ่มการแข่งขันได้มีการจัดเวิร์กชอปเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2566 เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้จากครีเอเตอร์และผู้ผลิตรายการมืออาชีพ ควบคู่กับการอบรมขับขี่ปลอดภัยที่ Yamaha Riding Academy พร้อมมอบรางวัลรวมกว่า 300,000 บาท และรถจักรยานยนต์ Yamaha Finn

โจทย์ของครีเอเตอร์: สร้างคลิปตามโจทย์ในแต่ละรอบ ภายใต้แนวคิด ‘ปล่อยความกล้า’

สิ่งที่ได้รับ: ความรู้จากมืออาชีพ เงินรางวัล และโอกาสพัฒนาทักษะเพื่อต่อยอดสู่เส้นทางครีเอเตอร์อาชีพ

อินไซต์ที่น่าสนใจ: นับได้ว่าการเปิดพื้นที่ให้ครีเอเตอร์ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นช่วยให้แบรนด์เข้าถึงคนรุ่นใหม่และสร้างความสัมพันธ์ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นเส้นทางอาชีพ ขณะเดียวกัน การผสานเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่เข้ากับกิจกรรมยังช่วยเพิ่มคุณค่าให้แคมเปญมากกว่าการประกวดคลิปทั่วไป

เมื่อ Creator Marketing ไม่ได้จบแค่การรีวิว

เมื่อมองภาพรวมของทั้ง 4 แคมเปญจะเห็นว่าแต่ละแบรนด์ออกแบบวิธีทำงานกับครีเอเตอร์แตกต่างกันไปอย่างทาง Mazda ที่ลงทุนกับความรู้ด้านธุรกิจของครีเอเตอร์ ทาง Honda ให้ทักษะควบคู่กับประสบการณ์เดินทาง หรือ MG ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้รถตัวจริงเป็นผู้เล่าเรื่อง ไปจนถึง Yamaha ที่สร้างเวทีให้ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ได้ทดลองและพัฒนาความสามารถตั้งแต่ยังเรียนอยู่

ซึ่งสิ่งที่เชื่อมโยงทั้ง 4 แคมเปญเข้าด้วยกันคือการเริ่มต้นจากคำถามว่าแบรนด์จะมอบอะไรให้ครีเอเตอร์ได้บ้าง แทนที่จะคิดเพียงว่าจะให้ครีเอเตอร์พูดถึงสินค้าอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นความรู้ โอกาส ประสบการณ์ หรือพื้นที่สำหรับเล่าเรื่องในแบบของตัวเอง

ดังนั้นแล้วในมุมของแบรนด์ที่ต้องการทำ Creator Marketing ให้มีมิติมากขึ้น อาจต้องเริ่มมองให้ไกลกว่าการเลือกครีเอเตอร์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย แต่ต้องออกแบบโจทย์และประสบการณ์ให้สอดคล้องกับตัวตนของแต่ละคนด้วย เพราะเมื่อครีเอเตอร์ได้ลงมือทำจริงสินค้าก็มีโอกาสกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่คนดูเข้าใจ จดจำ และเชื่อมโยงกับชีวิตของตัวเองได้มากขึ้นนั่นเอง

Copyright © 2026 RAiNMaker. All rights reserved.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save