
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เราจะเริ่มสังเกตได้ว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เริ่มที่จะมีตัวเลือก ‘Subscription’ หรือการสมัครสมาชิกแบบพรีเมียมตามแพ็กเกจ ให้กลายเป็น ‘Paid Social’ มากขึ้นกว่าเดิม แต่ผู้ใช้ที่เสียเงินก็แลกมากับการลดการมองเห็นโฆษณาลง และได้รับสิทธิพิเศษกว่าคนอื่นเพิ่มขึ้น จึงเกิดการตั้งคำถามว่าการเสียเงินเพื่อจ่ายไปกับแพลตฟอร์มอาจถูกยอมรับมากขึ้นหรือไม่
หากย้อนไปเมื่อปี 2023 ที่ Elon Musk พยายามจะผลักดันให้ผู้ใช้สมัคร Twitter Blue ซึ่งต่อมากลายเป็น X Premium มากขึ้น หลังจากเขาเข้าซื้อและเป็นซีอีโอของแพลตฟอร์มได้ไม่นาน และเชื่อว่าแพลตฟอร์มไหนที่มีแพ็กเกจเสียเงินให้เลือกเยอะก็จะยิ่งได้รับความนิยมไปด้วย
แต่ที่สำคัญคือการจ่ายเงินเพื่อ Subscription อาจเป็นทางเดียวที่ผู้ใช้จะไม่ต้องปวดหัวกับบอท ที่ดูจะมีแนวโน้มแย่ลงหลังจากความนิยมของ AI และหน้าฟีดที่เต็มไปด้วย AI Recommendations เพิ่มขึ้น เพราะแม้แต่ค่าสมัครต่ำที่สุดก็จะช่วยให้ผู้ใช้บอตน้อยลง และไม่สามารถสร้างจำนวนแอ็กเคานต์ปลอมเยอะ ๆ ได้
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน X Premium ยังคงมีผู้ใช้ประมาณ 1.5 ล้านคน และทุกแพลตฟอร์มยังคงสร้างรายได้จากโฆษณามากกว่าการสมัครสมาชิก การเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานฟรีได้เข้าถึงยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยบาลานซ์เอาไว้ได้ ในอนาคตจึงอาจจะเป็นเรื่องยากที่แพลตฟอร์มจะเปลี่ยนไปเป็นแบบเก็บค่า Subscription แบบเต็มระบบ
- Meta: มีบริการMeta Verified ซึ่งเป็นตัวเลือก Subscription สำหรับครีเอเตอร์และแบรนด์ พร้อมเครื่องหมายติ๊กฟ้ายืนยันตัวตนบน Facebook, Instagram และ Threads รวมถึงป้องกันการแอบอ้างตัวตน
- YouTube Premium: มีบริการรับชมแบบไม่มีโฆษณา พร้อมการดาวน์โหลดและรับชมแบบออฟไลน์ และยังขยายบริการด้วยฟีเจอร์เสริมต่าง ๆ มากมาย
- X Premium: มีบริการให้โพสต์ยาวขึ้นได้ พร้อมการแก้ไขโพสต์ และอัปโหลดวิดีโอได้ยาวขึ้น พร้อมเครื่องหมายติ๊กฟ้ายืนยันตัวตน และการเห็นโฆษณาที่ลดลง
จากแนวโน้มภาพใหญ่จะยิ่งเห็นได้ชัดว่า Subscription เป็นเพียงโมเดลเสริม และแพลตฟอร์มที่มีระบบนี้ก็เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ใช้งานที่อยากจ่ายแลกกับประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นเท่านั้น โดยยังคงบาลานซ์การรักษาฐานผู้ใช้ฟรี และฐานผู้ใช้แบบพรีเมียมไปพร้อมกัน โมเดลนี้จึงถูกยอมรับง่ายขึ้นโดยไม่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกถูกจำกัดมากเกินไป