
เมื่อเทียบกับสถิติแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งานทั่วโลกใช้กันแล้ว ท่ามกลางกระแสความแรงของวิดีโอสั้น แต่อันดับ 1 กลับยังคงเป็น Meta ที่มีทั้ง Facebook, Instagram และ WhatsApp ที่มียอดผู้ใช้สูงถึง 3 พันล้านคนในตอนนี้
ซึ่งจากรายงานยอดผู้ใช้งานรายเดือน (Monthly Active Users: MAU) ของแต่ละแพลตฟอร์ม มีเพียงแค่ Meta เท่านั้นที่ยอดแตะถึง 3 พันล้านได้ พร้อมเรียงอันดับดังนี้
- Facebook: 3,000 ล้าน MAU
- Instagram: 3,000 ล้าน MAU
- WhatsApp: 3,000 ล้าน MAU
- YouTube: 2,700 ล้าน MAU
- TikTok: ~1,600 ล้าน MAU
- Messenger: 1,300 ล้าน MAU
- Snapchat: 965 ล้าน MAU
- Pinterest: 631 ล้าน MAU
- X: 550 ล้าน MAU
- Threads: 500 ล้าน MAU
- LinkedIn: ~416 ล้าน MAU
- Reddit: ~126.8 ล้าน DAU (Daily Active Users)
ซึ่งจากสถิติทั้งหมด หากรวมแพลตฟอร์มจาก Meta แล้ว ยอด MAU จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3,560 ล้าน MAU หรืออยู่ที่ 3.5 พันล้านคน คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลก 8,000 ล้านคนที่ใช้งานแพลตฟอร์มนี้
อย่างไรก็ตามตัวเลข 3.5 ล้านคนก็ยังลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน หากลองนับแบบ Unique Users ที่ไม่ซ้ำกันทั้งหมด และเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่บริษัทเริ่มรายงานตัวเลขนี้
Meta
และสำหรับแบรนด์หรือครีเอเตอร์ไทย Meta ก็ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่คุ้มค่าสำหรับคนที่ต้องการยอด Reach กับผู้ใช้แบบกว้าง ๆ และอาจจะต้องลงทุนเรื่องครีเอทีฟคอนเทนต์เพิ่มขึ้น เพราะหน้าฟีดที่เต็มไปด้วยคอนเทนต์อาจจะทำให้ถูกกลืนหายไปง่ายกว่าเดิมเวลาโพสต์
YouTube
ส่วน YouTube นับว่าโตจาก 30,000 ล้าน Views ต่อวันในปี 2022 มาเป็น 200,000 ล้าน Views ต่อวันในปี 2026 ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่าในเวลา 4 ปีเลยทีเดียว
แต่ที่ทำให้ YouTube ต่างจากแพลตฟอร์มอื่นคือ YouTube เป็นทั้ง Short-form และ Long-form ในเวลาเดียวกัน แถมยังเป็น Search Engine อันดับ 2 ของโลกด้วย
ทำให้คอนเทนต์มีความน่าดึงดูดได้ทั้งคลิปสั้นและคลิปยาวในเวลาเดียวกัน แบบที่ TikTok หรือ Reels ยังทำไม่ได้ในจุดนี้ เหมาะกับครีเอเตอร์หรือแบรนด์ที่อยากทำให้คลิปสั้นและคลิปยาวเติบโตไปคู่กัน
TikTok
ด้าน TikTok แม้ตัวเลขจะไม่ได้เป็นทางการ เพราะยังไม่เคยเปิดเผยอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่น แถมยังถูกจำกัดการใช้งานในสหรัฐฯ เลยทำให้ Policy ไม่แน่นอน และอาจส่งผลต่อการเติบโตในระยะยาว
แต่ก็ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่ครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และแบรนด์ของคนไทยให้ความสนใจ อีกทั้งยังเป็นแพลตฟอร์มสำหรับกลุ่มผู้ใช้ Gen Z ด้วย
อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ควรพึ่งพา TikTok เป็นช่องทางสร้างรายได้ช่องทางเดียว แต่ใช้เป็นช่องทางเสริมแบบ Multi-platform ในการเข้าไปเล่นกับเทรนด์ และทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นได้ เพราะความไม่แน่นอนด้านนโยบายยังมีอยู่
X (Twitter)
ส่วน X ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่มีความไม่แน่นอนที่สุด เพราะหลาย ๆ แบรนด์ยังคงกังวลในการลงโฆษณาบน X แต่สำหรับครีเอเตอร์ และแบรนด์ไทยก็ยังสามารถใช้ X กับคอนเทนต์แบบเรียลไทม์ได้
เพราะ X เป็นอีกแพลตฟอร์มที่รวมคอมมูนิตี้ของผู้ใช้ไว้หลายกลุ่ม แต่ไม่ใช่แพลตฟอร์มหลักสำหรับ Brand Awareness หรือ Performance Marketing อีกต่อไปแล้ว
Threads
สถานะของแพลตฟอร์มในตอนนี้ยังคงต้องการเวลา และไล่ตาม X ให้ทัน ที่ตอนนี้ได้รับ Distribution จาก Instagram โดยตรง ทำให้ User Acquisition เร็วกว่าที่แพลตฟอร์มใหม่ปกติจะทำได้
แต่ปัญหายังอยู่ที่ Engagement Rate นั้นต่ำกว่า X รวมถึงอัลกอริทึมยังไม่เป็นหลักให้พอวัดยอดได้มากพอ ฉะนั้นครีเอเตอร์หรือแบรนด์ที่อยากเติบโตบนแพลตฟอร์มนี้
จะต้องขยันสร้างตัวตนให้มากขึ้น เพื่อให้ได้เปรียบในอนาคตที่ Threads สามารถเติบโตได้มากกว่านี้ โดยเฉพาะในกลุ่ม Millennial และ Gen Z ที่ไม่ได้ใช้ X มาตั้งแต่แรก
แต่โดยรวมแล้วหลาย ๆ แพลตฟอร์มก็ยังต้องรักษาสถานะการเติบโตของตัวเองไว้ และความเข้าใจธรรมชาติของแต่ละแพลตฟอร์มก็ยังสำคัญ เพื่อที่จะได้ทำให้ช่องและคอนเทนต์ที่โพสต์ลงเติบโตในที่ที่ใช่มากขึ้น
ที่มา: https://www.socialmediatoday.com/news/meta-still-has-the-widest-social-media-reach/825259/
