กรณีศึกษา: ถอดรหัส 2 พส. ‘พระมหาไพรวัลย์’ และ ‘พระมหาสมปอง’ มุมมองการทำคอนเทนต์ที่ไม่เน้นแค่ศาสนา

เรียกว่าเปลี่ยนมุมมองการฟังธรรมะไปเลยทีเดียว กับปรากฏการณ์กว่าสองแสนคนที่นั่งฟังไลฟ์สด จาก 2 พส. ‘พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ’ และ ‘พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต’ ที่หันมาใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการเผยแพร่ศาสนายุค New Normal ที่ให้มากกว่าธรรมะ

ปัจจุบันพระมหาไพรวัลย์ มียอดผู้ติดตามบนเฟซบุ๊กกว่าสองล้าน ส่วนพระมหาสมปองเองก็ยอดผู้ติดตามพุ่งเกือบล้านคนแล้ว วันนี้ RAiNMaker ในฐานะชุมชนของเหล่าครีเอเตอร์เลยอยากจะชวนมาถอดอรหัสกลยุทธ์วิธีในการสื่อสารของพระอาจารย์ทั้งสองท่าน ในการผลิตคอนเทนต์ออกมาให้เข้าถึงคนดู

ต้องย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ว่า ทั้งพระมหาไพรวัลย์ และ พระมหาสมปอง นับว่าเป็นพระอาจารย์ที่มีคาแรกเตอร์ประจำตัวที่ค่อนข้างโดดเด่น รวมถึงมีการถ่ายทอดธรรมะในรูปแบบที่สอดแทรกความสนุกสนาน และมีการพูดคุยกับผู้ติดตามเป็นปกติอยู่แล้ว

จนช่วงหลังมานี้ที่ทั้งสองท่านได้เริ่มมีการพูดคุยเล่นมากขึ้น บวกกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ผู้คนไม่ได้ออกไปวัด จึงทำให้มีการไลฟ์พูดคุยพร้อมสอนธรรมะแทรกเข้าไป จนทำให้หลายคนรู้สึกว่า ‘ธรรมะเป็นเรื่องจับต้องได้’ และแทรกซึมไปโดยที่บางครั้งผู้ฟังเองก็ไม่ทันรู้ตัว ว่าแล้วก็มาดูกันดีกว่าว่ากลยุทธ์ต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้คนติดตาม 2 พส. มีอะไรบ้าง?

เข้าใจศิลปะการเล่าเรื่อง

เข้าใจศาสตร์ของการเล่าเรื่องว่าหากต้องการให้เรื่องที่จะเล่าเข้าถึงคนมากขึ้น ก็ต้องดึงคนให้เข้ามาฟังได้ก่อน เช่นเดียวกับธรรมะที่ต้องหาวิธีให้คนเข้ามาฟังก่อน ไม่ใช่เปิดไลฟ์นั่งเทศน์อย่างเดียว แต่เปิดไลฟ์มาด้วยความบันเทิง จากนั้นค่อยสอดแทรกธรรมะเข้าไปเรื่อย ๆ เพื่อให้คนคอยอยู่ฟังจนจบ ซึ่งสิ่งนี้ก็เป็นพื้นฐานในการเล่าเรื่องอย่างที่หลายคนอาจเคยได้ยิน “ต้นตื่นเต้น กลางกลมกลืน จบจับใจ”

โดยพระมหาไพรวัลย์ยังเคยกล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์ กรณีภาพวาดส้มหยุดบนฝาผนังวัดว่า ในการเล่าเรื่อง หากมีความบันเทิงสอดแทรกเข้าไปบ้างก็ไม่เป็นไร ถ้าสารที่ต้องการสื่อยังอยู่ครบถ้วนก็เพียงพอแล้ว เพราะเชื่อว่าคนรุ่นใหม่สามารถเข้าใจและแยกแยะได้ ซึ่งก็ชี้ให้เห็นว่าท่านเข้าใจหลักการในการถ่ายทอดเรื่องราวเป็นอย่างดี

สารตรงไปตรงมา

ทั้งสองท่านได้แสดงความตรงไปตรงมาผ่านคำพูดและการกระทำ ที่เป็นตัวของตัวเองอย่างโดดเด่น ที่ในปัจจุบันคงยังไม่มีโอกาสมากนักที่จะได้เห็นพระสนทนาอย่างเป็นกันเองเช่นนี้กับผู้ฟัง ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าการพูดคุยกับพระหรือการฟังธรรมะไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากหรือไกลตัวเท่าไหร่

บางครั้งท่านก็ได้บอกเล่าเกร็ดความรู้เล็ก ๆ เกี่ยวกับพุทธศาสนาอย่างตรงไปตรงมา ที่ชี้ให้เห็นว่าบางเรื่องก็เป็นเรื่องที่หลายคนเองก็เข้าใจผิดมาโดยตลอด ด้วยการสื่อสารและถ่ายทอดเรื่องราวที่ตรงไปตรงมานี้ ทำให้ผู้คนได้เห็นมุมมองในอีกแง่มุม จึงเป็นสารที่น่าสนใจนั่นเอง

รวมถึงการแสดงจุดยืนเพื่อความถูกต้อง ที่ในปัจจุบันแค่นำเสนอเรื่องที่ตนเองสนใจหรือเชี่ยวชาญเพียงอย่างเดียวอาจไม่พออีกต่อไป การสนใจสถานการณ์ หรือประเด็นทางสังคมที่เกิดขึ้นรอบตัวก็เป็นสิ่งสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าผู้ส่งสารตระหนักต่อสังคมมากน้อยเพียงใด

เช่นเดียวกับพระอาจารย์ที่ไม่ได้พูดแค่เรื่องพุทธศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่ยังคงแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างมีเหตุผลและตรงไปตรงมาอีกด้วย

สารย่อยง่าย

นำเรื่องที่อาจจะไกลตัวใครหลายคนมานำเสนอด้วยวิธีที่สนุกสนาน แปลกใหม่ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงมากขึ้น ในกรณีนี้พระอาจารย์ได้ทำให้ศาสนาเป็นเรื่องจับต้องได้ แทนที่จะเทศน์อย่างเดียว หรืออัดแต่ธรรมะล้วน ๆ แต่เปลี่ยนเป็นสอดแทรกธรรมะไปกับความสนุก อย่างในกรณีของศาสนาพุทธที่อาจมีภาษาบาลีสันสกฤต หรือเรื่องที่ต้องใช้ปัจจัยหลายอย่างในการหยั่งรู้และทำความเข้าใจ ท่านก็นำมาย่อยข้อมูลปรับเข้ากับสถานการณ์ เพื่อให้เข้าถึงทุกคนที่เข้ามาฟังนั่นเอง

เข้าใจธรรมชาติสื่อและคนรุ่นใหม่

โลกที่เปลี่ยนไป ในวันที่สื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาท บวกกับเจอการแพร่ระบาดของโรคโควิด ทำให้ต้องใช้ชีวิตแบบ New Normal และสื่อสารผ่านทางออนไลน์เป็นหลัก พระอาจารย์เข้าใจสถานการณ์และปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เพื่อใช้ช่องทางออนไลน์สื่อสารกับทุกคนแทน และเลือกใช้การไลฟ์ที่ใกล้เคียงกับการพบปะผู้คนมากที่สุด เพื่อให้เข้าถึงคนดู เหมือนได้พูดคุยและมีส่วนร่วมกับคนดูอยู่ตลอดเวลา แทนการเข้าวัดที่ไม่สามารถทำได้ในตอนนี้ ซึ่งการไลฟ์และการสื่อสารบนสื่อออนไลน์จะช่วยเชื่อมต่อให้เข้าถึงผู้คนได้สะดวกมากกว่า เพราะปกติคนก็ใช้เวลาเปิดรับสื่อออนไลน์ค่อนข้างมากอยู่แล้ว

พระอาจารย์ได้หยิบปัญหาที่คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยสนใจการฟังธรรมะ เพราะเขาคิดว่าการนั่งฟังธรรมะก็จะมีแต่พระเทศน์คำสอนนิ่ง ๆ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นคงดึงคนรุ่นใหม่ไม่ได้มากนัก ท่านจึงคิดในมุมผู้ฟัง และพยายามเข้าใจคนรุ่นใหม่มากขึ้นว่าจะต้องใช้สื่อที่ส่งไปถึงคนรุ่นใหม่ ผ่านการปรับรูปแบบการสอดแทรกธรรมะ เพื่อลดช่องว่างในการเข้าถึงธรรมะ และดึงดูดความสนใจให้คนอยู่ฟังต่อจนจบได้

นอกจากการไลฟ์แล้ว ประเภทคอนเทนต์ที่โพสต์แสดงให้เห็นว่าท่านมีความเข้าใจในแพลตฟอร์ม เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย ว่าต้องพูดคุยด้วยโทนประมาณไหน รวมถึงมีทั้งการใช้รูปภาพ หรือแชร์โพสต์มาแสดงความคิดเห็น ทำให้เพจไม่ได้มีแต่โพสต์ที่พูดถึงธรรมะที่เต็มไปด้วยตัวหนังสือเป็นอย่างเดียว แต่ยังมีความเป็นคอมมูนิตี้ที่รวมให้ผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและพูดคุยกันอีกด้วย

ตามทันเทรนด์

สิ่งที่ทำให้หลายคนแปลกใจเมื่อได้รู้จักพระอาจารย์ นั่นก็คือความทันกระแส ตามเทรนด์ได้อย่างว่องไว ไม่ว่าจะเป็นการนำคำศัพท์หรือแสลงที่ใช้กันอย่างแพร่หลายบนโลกออนไลน์มาใช้ แม้บางคำจะเป็นศัพท์เก่าที่นำมาเล่าใหม่ก็ตาม ซึ่งสิ่งเหล่านั้นทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่ากำลังพูดภาษาเดียวกัน จึงทำให้เช้าใจมากขึ้น รวมถึงเมื่อมีประเด็นหรือกระแสอะไรก็สามารถจับมาเชื่อมโยงกับการสื่อสารได้อย่างว่องไว

คาแรกเตอร์ที่โดดเด่น

สิ่งที่สำคัญที่จะครองใจหรือสร้างการจดจำให้ผู้คน คือ การมีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเอง ที่ทำให้แตกต่างจากคนอื่น แน่นอนว่าเราคงไม่ได้มีโอกาสได้เห็นพระสงฆ์เทศนาธรรมในรูปแบบนี้ หรือคงไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับกับพระได้แบบนี้มาก่อน ซึ่งก็นับว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างใหม่และแตกต่างจากขนบธรรมเนียมเดิม ๆ อยู่พอสมควร แต่เพราะการสร้างตัวเองให้เข้าถึงง่ายภายใต้ขอบเขตนี้ นับเป็นการสร้างการจดจำที่ดีเพราะท่านทั้งสองก็กลายเป็น 2 พส. ที่มีภาพจำในใจของหลายคน

ผลักดันการมีส่วนร่วม

การที่พระอาจารย์พยายามที่จะมีส่วนร่วมกับทุกคน ทำให้เพจกลายเป็นเหมือนศูนย์รวมศาสนาที่ไม่ใช่แค่ชาวพุทธเท่านั้น แต่ยังสามารถดึงกลุ่มเป้าหมายอื่น ๆ ให้มารวมอยู่ด้วยกันได้เป็นคอมมูนิตี้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งคอมเมนต์ในไลฟ์ ในเพจ รวมถึงข้อความต่าง ๆ ที่ค่อนข้างเปิดกว้างให้ทุกคนมีส่วนร่วม

ใช้ความสม่ำเสมอย้ำความจำคน

การโพสต์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ผู้คนไม่ลืมเราได้ง่าย ๆ นั่นเอง เมื่อคนเห็นคอนเทนต์ผ่านตาบ่อย ๆ แน่นอนว่าจะต้องจดจำหรือเข้าไปดูบ้าง ทั้งยังเป็นการพูดคุยกับกลุ่มเป้าหมายอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

แวะเวียนเยี่ยมคนอื่น

จะเห็นได้ว่าพระอาจารย์ได้ไปปรากฏตัวตามช่องต่าง ๆ และมีการ Collaboration กับหลายคน เช่น การเปิดแบทเทิลกันของทั้งสองท่าน หรือการไปเป็นแขกรับเชิญในรายการต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งหนทางที่ดีในการสื่อสาร เนื่องจากจะทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น ทั้งยังได้กลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้การนำประเด็นต่าง ๆ ไปพูดคุยกับคนอื่น ยังเป็นการเปิดมุมมองความคิดใหม่ ๆ ทั้งตัวเราเอง อีกฝ่าย และเปิดมิติใหม่ให้กับคนดูอีกด้วย

กล้าที่จะเริ่มก้าวแรก

การกล้าที่จะก้าวเป็นบุคคลแรก ๆ ในการทำสิ่งใหม่ ๆ จะทำให้เป็นคนที่น่าจดจำและแตกต่างอย่างโดดเด่น อย่างในกรณีนี้ที่คนจะมีภาพจำว่า 2 พส. คือ พระที่สอนธรรมะผ่านการไลฟ์พูดคุยกับผู้คน ในแนวสนุกสนานที่ไม่ซ้ำใคร

ถึงแม้ว่าจะมีกระแสทั้งดีและไม่ดี แต่ท่านก็มีเหตุผลและขอบเขต ในการยืนหยัดที่จะทำสิ่งใหม่ ๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคสมัย ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาศาสนา ให้ถ่ายทอดสู่คนรุ่นใหม่โดยแนวทางใหม่ ๆ นั่นเอง

แน่นอนว่าทุก ๆ เรื่องย่อมมีมุมมองแบ่งออกเป็นสองด้าน เช่นเดียวกับประเด็นนี้ที่มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งเราเคารพในความคิดเห็นของทุกคน แต่ในส่วนนี้เราเพียงต้องการตีแผ่มุมมองการทำคอนเทนต์ของพระอาจารย์ทั้งสองท่าน เพื่อเป็นกรณีศึกษาให้กับครีเอเตอร์ได้เรียนรู้และนำไปปรับใช้กับผลงานตัวเองเท่านั้น เพราะฉะนั้นจะคอมเมนต์อะไรก็ขอให้อยู่ในความเหมาะสม อย่าตีกันเลย สภาพ!

Copyright © 2024 RAiNMaker. All rights reserved.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save