
โดยปกติแล้วในการทำการตลาดแบรนด์มักจะมีโปรดักต์หรือบริการก่อน แล้วค่อยต่อยอดเป็นการตลาดที่อยากจะใช้สื่อสารให้กับกลุ่มเป้าหมายได้รู้จักกมากขึ้น แต่ทุกวันนี้เราไม่ทำกันแบบนั้น! เพราะโลกการตลาดได้เปลี่ยนไปแล้ว ตั้งแต่มีครีเอเตอร์เข้ามาเป็นตัวแปรหลัก

บทความจาก Net Influencer โดย Nii A. Ahene ได้วิเคราะห์ถึงวิธีคิดของแบรนด์ในปัจจุบัน ว่าหลาย ๆ แบรนด์ยังไม่ยอมรับว่าโลกการตลาดได้เปลี่ยนไปแล้ว แต่ครีเอเตอร์ทุกคนรู้เรื่องนี้มาก่อนเพราะอยู่ในโลกของอัลกอริทึมโซเชียลมีเดียมานานเป็น 10 ปี
และแน่นอนว่าคอนเทนต์ที่เสียเงินยิงแอด (Paid Content) ก็ไม่ค่อยได้ผลกับอัลกอริทึมของโซเชียลมีเดียเท่าไหร่นัก เพราะหากการไม่ได้จ่ายเงินต่อการยิงแอดก็จะหยุดลงทันที

กลับกันคอนเทนต์ออริจินัล (Organic Content) กลับให้ผลลัพธ์ทั้งการสร้างรายได้และยอดเอนเกจเมนต์ที่ดีกว่ามาก เพราะผู้คนใช้เวลาหลายชั่วโมงในการไถฟีดอยู่กับหน้าจอ
และอัลกอริทึมก็จะเลือกโพสต์หรือคอนเทนต์เปลี่ยนไปตามความสนใจของแต่ละคนเท่านั้น ทำให้โพสต์ที่มีเนื้อหาดี และตรงกับความสนใจกับผู้คนจะไปรอดได้นานกว่า
ทำให้ครีเอเตอร์กล้าทำในสิ่งที่แบรนด์ไม่กล้าทำ นั่นก็คือการสร้างฐาน Audience ให้กลายเป็น Community ก่อนแล้วค่อยสร้างแบรนด์ดิงมีสินค้าเป็นของตัวเอง พร้อมบทเรียนจากครีเอเตอร์ที่รู้มาก่อนแบรนด์ คือ
Follower กับ Fan ไม่เหมือนกัน

ยอดผู้ติดตามสามารถใช้วัดยอด Reach ได้ และแพลตฟอร์มเป็นคนตัดสินจำนวนนี้ว่าแต่ละโพสต์จะได้มากน้อยแค่ไหน แต่สำหรับแฟนคลับจริง ๆ จะกลับมาหาคอนเทนต์หรือช่องที่ติดตามเอง โดยไม่ได้ต้องอาศัยการพึ่งพาอัลกอริทึมเลย
หากแบรนด์กำลังไล่ตามแต่ยอด Reach จากผู้ติดตาม โดยไม่ได้มีฐานแฟนของแบรนด์ที่แน่นขึ้นจากโพสต์ที่ลงไป ก็จะทำให้การตลาดยากขึ้นกว่าเดิมในยุคนี้
Audience ดูแค่สิ่งที่ถูกเสิร์ฟ

คนดูจะดูเฉพาะสิ่งที่สนใจจะติตตามเท่านั้น และโพสต์ที่นอกเหนือจากนั้นจะถูกมองข้าม รวมถึงแพลตฟอร์มก็จะเสิร์ฟไปตามยอด Reach ของโพสต์เท่านั้น ทำให้ยิ่งยอด Reach เยอะก็จะยิ่งถูกมองเห็น
แต่สิ่งที่สำคัญกว่าความสนใจก็คือการสร้างความเชื่อใจ (Trust) เพราะหากครีเอเตอร์หรือแบรนด์สร้างความเชื่อใจกับคนดูได้มากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะทำให้ต่อยอดไปสู่การอยากจ่าย (Spend) มากขึ้นเท่านั้น
รวมถึงต้องรู้จักดึง Audience ไปในที่ ๆ เราอยู่ให้ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Email List, เว็บไซต์ หรืออีเวนต์ เพื่อดึง Traffic ออกจากแพลตฟอร์มให้ถูกที่ โดยเปลี่ยนให้แพลตฟอร์มกลายเป็นพื้นที่ค้นพบแบรนด์หรือช่องไปด้วย
อย่างไรก็ตาม อินไซต์นี้ไม่ได้บอกว่าไม่ให้ซื้อโฆษณา แต่ควรวิเคราะห์ให้มากขึ้นว่าต้องการจ่ายเงินเพื่อยอด Reach ครั้งเดียวหรืออยากสร้างฐานแฟนกับ Audience ให้นานขึ้นจนกลายเป็นคอมมูนิตี้ ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่ครีเอเตอร์มีความถนัดและเข้าใจมากกว่าแบรนด์
