
ในปัจจุบันที่ Reels ได้รับความนิยมสูงสุดบนทั้ง Facebook และ Instagram ทำให้ล่าสุดมีผลสำรวจจาก Emplifi ออกมายืนยันแล้วว่า การที่ครีเอเตอร์ทำคลิปสั้นโดยใช้เสียงหรือใบหน้าตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของคลิป สามารถช่วยสร้าง Engagement ได้จริงบน Meta
เพราะการตลาดในยุคนี้ทั้งแบรนด์และครีเอเตอร์ยังคงต้องมีการแข่งขันสูงเพื่อดึงดูดผู้ชมให้มีส่วนร่วมมากขึ้น โดยทาง Emplifi หนึ่งในแพลตฟอร์มบริหารจัดการการตลาดบนโซเชียลมีเดีย ได้ทำการทดสอบว่า ‘อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อยอดวิวของ Reels ได้มากที่สุด’ โดยมาจากการสำรวจคลิปกว่า 10,110 คลิป และกว่า 704 แบรนด์ที่ใช้สำรวจ ทำให้สามารถสรุปอินไซต์ที่น่าสนใจออกมาได้ ดังนี้
- Human Voice: คลิปที่มีเสียงพูดของคนตั้งแต่ 3 วินาทีแรก จะสามารถดึงดูดผู้ชมได้ดีกว่าคลิปอื่น และยังให้ผลลัพธ์ดีกว่าการใช้เพลง โดยช่วยเพิ่มอัตราการดู 10 วินาทีได้เกือบ 25%
- Face-first Content: หากในช่วง 3 วินาทีแรกมีใบหน้าของคนอยู่ด้วย ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอย่างอัตราการดู 10 วินาทีได้ประมาณ 10%
- Loop Content : คอนเทนต์คลิปสั้นโดยเฉพาะคลิปที่มีความยาวไม่เกิน 7 วินาที จะช่วยเพิ่มอัตราการดูซ้ำได้สูงถึง 18.7% และยังเพิ่ม Engagement ได้ 16.1%
- Text overlays: แม้จะไม่ได้มีประสิทธิภาพสูงเท่ากับรูปแบบอื่น ๆ แต่การมี Text ก็จะช่วยเพิ่ม Engagement ได้เล็กน้อยอยู่ดี
และอีกปัจจัยที่สำคัญคือ วิดีโอแนวตั้งยังคงครองตลาดอยู่เพราะมียอด Reach สูงกว่าวิดีโอรูปแบบอื่นถึง 20.9% ซึ่งตัวเลขนี้ยังคงสะท้อนให้เห็นว่าคอนเทนต์ Short-form มีแนวโน้มเติบโตได้ดีในอนาคต เนื่องจากก่อนหน้านี้ยังมีรายงานอีกว่าผู้ใช้บน Meta มีการแชร์ Reels สูงถึง 3.5 พันล้านคลิปต่อวัน ทั้งบน Facebook และ Instagram และกว่า 50% ของเวลาที่เข้าใช้งานแพลตฟอร์มก็ถูกใช้ไปกับการรับชม Reels อีกด้วย
โดยข้อมูลเหล่านี้ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากทั้งกับแบรนด์และตัวครีเอเตอร์เอง โดยข้อมูลนี้สามารถนำไปใช้อ้างอิงในมุมของการตลาด เพื่อหาแนวทางในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ Reels ต่อไปได้ เพราะ Meta ยังคงผลักดันคอนเทนต์ Reels อย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงผู้ใช้ให้กลับมาใช้งานบนแพลตฟอร์มมากขึ้น ซึ่งคาดว่าเป็นผลจากการแข่งขันกับแพลตฟอร์มอย่าง TikTok ที่มีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั่นเอง
ที่มา: https://www.socialmediatoday.com/news/human-speech-and-presence-help-drive-reels-engagement/815381/
