
เรียกได้ว่าขยันเอาใจชาวครีเอเตอร์สุด ๆ! เพราะช่วงนี้ Adam Mosseri หัวหน้าทีม Instagram ออกมาแชร์ทริกการโพสต์บ่อยขึ้น ซึ่งรอบนี้เขาตั้งใจออกมาเคลียร์ชัดและไขข้อข้องใจเกี่ยวกับระบบอัลกอริทึมแบบหมดเปลือก ว่าตกลงแล้วระบบจัดอันดับคอนเทนต์ของ Instagram ทำงานยังไงกันแน่ RAiNMaker ได้สรุปมาให้แล้ว ตามไปอ่านกันได้เลย
แม้ว่าหลายประเด็นอาจจะดูคุ้นหูกันอยู่แล้วสำหรับ Social Media Manager มือโปร แต่การสรุปภาพรวมจากปากผู้บริหารระดับสูงโดยตรงแบบนี้ ก็ช่วยให้เราเห็นมุมมองและทิศทางในการทำคอนเทนต์ได้ชัดเจนขึ้น
ทำไม IG ถึงต้องมีอัลกอริทึมจัดอันดับฟีด?
Adam อธิบายเหตุผลที่แพลตฟอร์มต้องจัดเรียงฟีด แทนที่จะปล่อยให้เป็นแบบเรียงตามเวลาการโพสต์แบบเป๊ะ ๆ เอาไว้ว่า
-
Prevent Overrun Feed: การจัดเรียงฟีดนี้เพื่อป้องกันฟีดของผู้ใช้งานรกเกินไป เพราะถ้าไม่มีระบบจัดอันดับ ฟีดของเราจะถูกครองด้วยคอนเทนต์จากแบรนด์หรือบัญชีที่ขยันโพสต์ถี่ ๆ จนแทบไม่เห็นโพสต์ของเพื่อนหรือครีเอเตอร์คนอื่น
-
Systematic Predictions: ระบบจะใช้การประเมินว่าผู้ใช้มีแนวโน้มจะตอบสนองต่อโพสต์นั้นยังไง เช่น จะดูจนจบไหม หรือจะกดแชร์ให้เพื่อนต่อหรือเปล่า
4 หลักการสำคัญที่ขับเคลื่อนอัลกอริทึมของ Instagram
-
Originality: แพลตฟอร์มให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ที่เป็น Original หรือครีเอเตอร์ตัวจริงเสียงจริง มากกว่าบัญชีที่คอยรีโพสต์ของคนอื่น
-
Recency: เวลาในการโพสต์ยังคงมีความสำคัญ เพราะคอนเทนต์ใหม่ ๆ มักจะได้รับโอกาสในการมองเห็นมากกว่า เพราะแม้ว่าฟีดจะถูกจัดอันดับ แต่ก็ยังอิงตามความใหม่คร่าว ๆ ด้วย
-
Breaking Content: แพลตฟอร์มมีระบบที่จะดึงคอนเทนต์จากครีเอเตอร์ไซส์เล็กหรือบัญชีโนเนมที่โพสต์แบบสาธารณะ ไปแสดงให้คนที่ไม่ได้กดติดตามเห็น เพื่อวัดผลฟีดแบ็กว่าคนชอบไหม ถ้าผลตอบรับดี ระบบก็จะช่วยดันโพสต์นั้นต่อ
-
Model Size: ตอนนี้ Instagram ขยายขีดความสามารถของ AI ให้สามารถเก็บตัวจัยและปัจจัยต่าง ๆ จากโพสต์ที่หลากหลายขึ้น เพื่อปรับปรุงการจัดอันดับให้แม่นยำยิ่งขึ้น
ทริกและคำแนะนำสำหรับครีเอเตอร์
-
Engagement Rate: ให้โฟกัสที่ Engagement Rate มากกว่ายอดวิวหรือยอดไลก์ เช่น การแชร์ หรือการมีส่วนร่วม
-
Custom Your Feed: ผู้ใช้เองก็มีสิทธิ์เลือกคุมสิ่งที่อยากเห็นได้ผ่านฟีเจอร์อย่าง Favorites list, ปุ่ม Not interested หรือเมนู Your Algorithm ที่ให้ผู้ใช้ปรับแต่งความสนใจของตัวเองได้
-
Trial Reels: ฟีเจอร์ที่ให้ครีเอเตอร์ทดลองปล่อย Reels ออกสู่สายตาคนนอกกลุ่มผู้ติดตาม เพื่อเช็กฟีดแบ็กและหาแนวทางดึงดูดผู้ติดตามใหม่ ๆ Adam ได้เสนอว่าอยากให้ครีเอเตอร์ได้ลองทำคอนเทนต์ที่หลากหลาย เพราะเทรนด์ในโลกโซเชียลเปลี่ยนเร็วมาก สิ่งที่เวิร์กสัปดาห์นี้อาจไม่เวิร์กในสัปดาห์หน้า เขาแนะนำให้ลองใช้ Trial Reels เพื่อทดสอบคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ และหาสมดุลของความถี่ในการโพสต์คอนเทนต์ มากกว่าโพสต์บ่อย ๆ จนเกิด Creative Burnout
งานนี้สายคอนเทนต์และนักการตลาดคนไหนที่กำลังวางแผนปั้นช่อง ลองหยิบเอาหลักการเหล่านี้ไปปรับใช้กับการทำ Reels หรือโพสต์ในรอบหน้าดู รับรองว่าช่วยให้เข้าใจแนวคิดเบื้องหลังของ Instagram มากขึ้นอีกเยอะ!
