FacebookSocialTips

zealotzephyr August 15, 2018

5 เทคนิคเด็ด Boost Post อย่างไร ไม่ให้เสียเงินเปล่า

media-0

หลังจากที่ Facebook เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเรามากขึ้น การเสียเงินให้พี่มาร์กเพื่อที่จะโปรโมทคอนเทนต์ก็เป็นอีกเรื่องสำคัญที่เราต้องเรียนรู้เช่นเดียวกัน เพราะจำนวนเงินที่เราต้องเสียให้กับ Facebook นั้นก็ไม่ใช่จำนวนที่น้อย ๆ ดังนั้นการใช้เงินให้เกิดประสิทธิภาพที่สุดย่อมเป็นคำตอบ

วางแผนซื้อ Media อย่างไร ให้คุ้มทุกบาททุกสตางค์

ในปัจจุบัน การจ่ายเงินเพื่อเข้ามาช่วยโปรโมทคอนเทนต์ของเราเป็นเรื่องที่สำคัญ และมีรายละเอียดซับซ้อนขึ้นกว่าเดิมมาก (รวมถึงการมาของลูกเล่นใหม่ ๆ อย่าง ผู้ใช้ทุกคนจะสามารถกดเข้าไปดูโฆษณาที่รันอยู่ ทั้ง Facebook, Instagram และ Messenger ถึงแม้จะอยู่นอกกลุ่มเป้าหมายของโฆษณาก็ตาม) ทำให้หลาย ๆ เรื่อง อาจสร้างความสับสนให้กับ “มือใหม่หัด boost” ได้ไม่ยาก

ทีมงาน RAiNMaker ได้มีโอกาสได้สัมภาษณ์ผู้ที่มีประสบการณ์ในการจ่ายเงินเพื่อที่จะให้พี่มาร์กช่วยโฆษณามาหลากหลายรูปแบบ จึงขอนำมาเรียบเรียง และสรุปให้ได้อ่านกันต่อ เกิดเป็นบทความนี้ขึ้นมา

media-4

เลือก Target audience ให้แม่น

ทุกครั้งในการยิง Boost Post เพื่อโปรโมทนั้น เราควรที่จะเลือกกลุ่มเป้าหมายที่สอดคล้องกับคอนเทนต์ของเราให้มากที่สุด เพราะการยิงเกินไปยังนอกเป้าหมาย อาจทำให้เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ เนื่องจากคนกลุ่มกลุ่มดังกล่าวอาจไม่มาปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์เรานั่นเอง ซึ่งถ้ายิ่งเราเลือก Target audience ให้ตรงมากเท่าไหร่ Engagement ที่ตามมาก็จะมากขึ้นเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งเราอาจมีการเลือกเป้าหมายรอง (Secondary target) ที่ต่างจากเป้าหมายหลัก เพื่อทดลองสร้างความรับรู้ให้กับผู้ชมอีกกลุ่มหนึ่งด้วย

media-3

เลือก Objective ให้ตรง Media

เช่นเดียวกับการเลือก Target audience ตัวคอนเทนต์ของเรานั้นก็ควรเลือกวิธีการโปรโมทให้ถูกต้อง เพื่อประสิทธิภาพที่สูงสุดเช่นกัน เช่น ถ้าเราทำคอนเทนต์ที่เป็นวีดีโอ และต้องการให้เกิดยอดรับชมสูง ก็ควรไปเลือก Video view: Objective เราก็จะได้ยอดการชมวีดีโอที่สูง และคุ้มกับเงินที่จ่ายไปมากที่สุดนั่นเอง

media-5

Boost เพื่อ Reach ดีที่สุด

Reach และ Engagement เป็น 2 สิ่งที่กลายมาเป็นตัวชี้วัดของนักทำคอนเทนต์หลายคน ว่าคอนเทนต์นั้น “ขายได้” แค่ไหน ซึ่งการโปรโมทก็ต้องโฟกัสเรื่องนี้เช่นเดียวกัน

แต่แท้จริงแล้วการซื้อ Media ให้ได้คุณภาพที่สุดนั้นเราควรมุ่งไปที่ Reach มากกว่า เพื่อที่จะให้คนมาเห็นคอนเทนต์ของเรามากที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก ส่วน Engagement นั้น ควรเป็นหน้าที่ของคนทำคอนเทนต์ล้วน ๆ ที่จะต้องทำออกมาให้มีคุณภาพ เพราะถ้าคอนเทนต์เจ๋งจริง ยอด Engagement ที่เกิดจากความประทับใจของคนดูก็จะตามมาเอง

และเช่นเดียวกัน สำหรับเรื่องของการวัดผล เมื่อใช้การซื้อ Media ไปกับ Reach เราก็วัดผลเฉพาะแค่การ Reach เพื่อให้ตรงเป้าหมายมากที่สุด ส่วนยอด Engagement ออกมาจะมากน้อยแค่ไหน ก็เป็นผลงานของคนทำคอนเทนต์นั่นเอง

media-2

การซื้อ Like อาจไม่คุ้มเสมอไป

อาจเป็นเรื่องจริงที่ยิ่งยอด Like เยอะ ทำให้เพจของเรามีชื่อเสียงมากขึ้น แต่ Like ที่ได้มาจากการซื้อ Media เพื่อโปรโมทให้คนมา Like เพจเฉย ๆ นั้น อาจไม่ดีเสมอไป เพราะคนที่กด Like อาจเป็นคนที่ “กดไว้เฉย ๆ” แต่ไม่ได้มีการมาปฏิสัมพันธ์หรือทำให้เกิด Engagement ขึ้น

เพราะฉะนั้นแม้ว่ายอด Like เราจะไม่เยอะ แต่ถ้าเป็น Like ที่มาจากกลุ่ม Target ที่ตรงกับคอนเทนต์ของเรา ย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่าแน่นอน

media-1

ตัวหนังสือในรูปไม่ควรเกิน 20%

สำหรับ “รูป” นั้น Facebook ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงในความเป็นรูปจริง ๆ ไม่ใช่ตัวหนังสือ ดังนั้นรูปทีมีตัวหนังสือมากเกินไปจะทำให้ประสิทธิภาพในการเข้าถึงน้อยลงมาก การนำคอนเทนต์ดังกล่าวไป Boost Post ก็จะได้ประสิทธิภาพไม่ดีเท่าที่ควร แถมยังไม่คุ้มกับเงินที่จ่ายไป

สำหรับการเช็คว่าภาพของเรานั้นมีตัวหนังสือประกอบอยู่ด้วยมากเกินไปหรือไม่ เราสามารถตรวจสอบได้ที่เครื่องมือ Text Overlay ของทาง Facebook เองเลย

ยอดเอนเกจที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับคอนเทนต์ที่ใหญ่ยิ่ง

แม้ว่าการจ่ายเงินเพื่อให้พี่มาร์กนั้นเอาโพสต์ของเราขึ้นไปตามหน้า Feed ของใครต่อใครให้ได้เห็นกันมากขึ้น แต่ถ้าคอนเทนต์นั้นมันไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับคนดูมากพอ การเสียเงินเพื่อโปรโมทนั้นก็แลดูจะทำหน้าที่ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพสักเท่าใดนัก

เพราะฉะนั้นแล้วเพื่อให้เงินทุกบาททุกสตางค์ของเราทำหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลัง คุณภาพคอนเทนต์ของเราต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก และการโปรโมทก็จะแสดงผลลัพธ์ที่เราคาดหวังออกมาให้เราดูในที่สุด