YouTube ที่เราเคยรู้จัก อาจจบลงแล้ว

ในวันที่หน้าแรกมีแต่มิวสิกวิดีโอ และรายการทีวีเวอร์ชั่นยูทูป หรือฝั่งอเมริกาเรียกรายการคืนวันเสาร์ หน้า Search เจอแต่วิดีโอรีแอคชั่น ในขณะที่วิดีโอต้นฉบับอยู่ไหนไม่รู้ YouTube แบบเก่าที่เราเติบโตมาด้วย อาจจบลงไปแล้ว

แรกเริ่มเดิมที ยูทูปมีความบันเทิงที่หาจากที่ไหนไม่ได้ วิดีโอจากเหล่าครีเอเตอร์ คือภาพสะท้อนความเป็นยูทูป เกิดครีเอเตอร์ระดับซุปเปอร์สตาร์ ที่เนื้อหาของพวกเขาไม่มีทางเกิดได้หากอยู่ในสื่อเดิมอย่างทีวี หรือหนังฮอลลีวูด ซึ่งสร้างความแตกต่างจากรายการทีวี และบริการสตรีมมิ่งอื่น เช่น Netflix, HBO อีกทั้งครีเอเตอร์ช่องเล็กๆ เพียงแค่หลักพัน-หมื่นซับ ก็สามารถทำเงินเพียงพอ ที่จะสนับสนุนการทำวิดีโอในสิ่งที่พวกเขารัก

…นั่นมันเมื่อก่อน เราจะพาไปรู้ที่มา-ที่ไป จุดจบของยูทูปที่เราเคยรู้จัก พร้อมโอบรับยูทูปยุคใหม่

2011 ครีเอเตอร์เริ่มทำเงินจากวิดีโอผ่าน Google AdSense

2011 ยูทูปลงทุนร้อยล้านดอลลาร์ ทำ 50+ ช่องพรีเมี่ยม ร่วมกับเซเลบออลลีวูด และสำนักข่าวใหญ่ เพื่อขยายฐานผู้ชมออกไป โดยหวังเพิ่มเม็ดเงินโฆษณามหาศาล สุดท้ายก็ล้มเหลว และพวกเขาได้เรียนรู้ว่า เซเลบยูทูป หรือยูทูปเบอร์นี่แหละ ที่โด่งดังในแพลทฟอร์มของพวกเขา มากเสียกว่าดาราเบอร์ใหญ่จากข้างนอก

2012 Pewdiepie ครีเอเตอร์อันดับ 1 ลาออกจากโรงเรียนมาทำยูทูปเต็มตัว

ไวรัลในยูทูปยุคแรก ไม่ถูกจริตยูทูปอีกต่อไป

2012 ยูทูปเปลี่ยนความสนใจ ปรับอัลกอริทึ่มใหม่ สนับสนุนวิดีโอยาวขึ้น เพื่อดึงคนให้อยู่ในแพลทฟอร์มนานกว่าเดิม ซึ่งจุดเริ่มต้นของการทำวิดีโอให้ยาวเกิน 10 นาที เพื่อให้สามารถใส่โฆษณาได้มากกว่า วิดีโอสั้นอย่าง “David After Dentist” และ “Charlie Bit My Finger” ที่ไวรัลในยูทูปยุคแรก ไม่ถูกจริตยูทูปอีกต่อไป

2015 เปิดตัว YouTube Red ยูทูปแบบพิเศษ จ่าย 9.99 ดอลลาร์ ต่อเดือน เพื่อไม่ต้องเห็นโฆษณา และรับชมวิดีโอพิเศษที่ยูทูปร่วมงานกับเหล่าครีเอเตอร์ในยูทูปเอง

2011 – 2015 เวลาไม่นาน ชุมชนครีเอเตอร์รุ่งเรืองมาก ยูทูปเต็มไปด้วยวิดีโอตลก, แกล้งคน, แคสเกมกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่, บิวตี้บล็อกเกอร์, how to, แกะกล่อง, ของเล่นและช่องเด็กดังเปรี้ยงมาจากไหนไม่รู้, Vlog เริ่มแมส และช่องหนังสั้น CG เท่ๆ ในปี 2015 เรียกได้ว่าเป็นปีที่สนุกที่สุดของโลกยูทูป สปอนเซอร์และนักโฆษณาต่างพึงพอใจในแพลทฟอร์ม

2016 เริ่มมีการถอดโฆษณาออกจากวิดีโอของครีเอเตอร์หลายคน โดยไม่ทราบสาเหตุ พร้อมกับความนิยมที่ถดถอย ถ้าคุณเล่นอินเทอร์เน็ตมากพอ จะเห็นช่องหลักแสน-ล้านซับ หลายช่องเลิกทำวิดีโอเอาดื้อๆ

2017 ยูทูปเผชิญหน้ากับปัญหาครั้งใหญ่ เมื่อถูกหลายประเทศในกลุ่มยุโรปฟ้องร้องเรื่องโฆษณาไม่เหมาะสม ซึ่งมีเนื้อหาชักชวนเข้าร่วมบวนการก่อการร้าย ยูทูปไล่ลบวิดีโอและปิดโฆษณาเหล่านี้

2017 Wall Street Journal พบวิดีโอเก่าของ Pewdiepie มีข้อความร้ายแรงต่อชาติพันธุ์อยู่ในวิดีโอ แม้เขาไม่ได้สนับสนุนมันก็ตาม กลายเป็นดราม่าจนถึงขั้นยูทูปเบอร์รายนี้โดนถอดสปอนเซอร์ และถูกโจมตีมากมาย

ยูทูปเริ่มปรับกฎใหม่ และหลายช่องถูกลดเงินค่าโฆษณาลงอย่างรุนแรง

2017 จากเหตุการณ์นั้นเอง ยูทูปเริ่มปรับกฎใหม่ และหลายช่องถูกลดเงินค่าโฆษณาลงอย่างรุนแรง แม้ไม่เข้าข่ายผิดกฏใดๆ ก็ตาม เมื่อทำเงินไม่ได้เหมือนเดิม โลกของยูทูปจึงเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

2017 ผสมโรงกับ แพลทฟอร์มวิดีโอเจ้าใหญ่ Vine ที่ปิดตัวได้สักพัก เหล่าครีเอเตอร์ตัวท็อปพร้อมผู้ติดตามหลักล้านได้กระโดดมาเล่นยูทูป และแย่งชิงพื้นที่จากยูทูปเบอร์ไปอย่างน่ากลัว (ในต่างประเทศ)

2018 ยูทูปเบอร์จำนวนมากตามไม่ทันอัลกอริทึ่ม แทนที่พวกเขาจะทำอะไรก็ได้ที่สร้างสรรค์ให้ผลงานออกมาดี แต่กลับต้องมาต่อสู้กับอัลกอริทึ่มไปด้วย ในขณะที่รายการแบบ Traditional พวกโชว์รอบดึก กลับยึดครองพื้นที่พร้อมด้วยมิวสิกวิดีโอจากค่ายใหญ่

อาจดูใจร้ายที่ยูทูปทำเหมือนทอดทิ้งครีเอเตอร์หลายคนที่ร่วมสร้างยูทูปกันมา แต่กลับมาพึงพารายการ Traditional ให้มาทำเวอร์ชั่นยูทูป แต่นั่นก็เพื่อการควบคุมเนื้อหาเพื่อไม่ให้โฆษณาถูกตัดงบ เพราะครีเอเตอร์ไม่ผ่านเซ็นเซอร์จะอัปโหลดอะไรบ้างก็ไม่รู้ กว่าที่ระบบจะตรวจพบ

บทสรุปง่ายๆ จากเรื่องนี้ จงทำวิดีโอให้ยาวเกิน 10 นาที แอบใส่ความเป็นรายการทีวีเข้าไป

 

เรียบเรียงจาก – The Verge