กขค. ลุยคุมยักษ์ใหญ่ สกัดขึ้นค่า GP Shopee Lazada TikTok เจอเบรก 6 เดือน! พร้อมเดินหน้าคุมค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มดิจิทัล

สำนักงาน กขค. หรือคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (TCCT) พร้อมเดินหน้าเข้มงวดกับแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ หวังคืนความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการรายเล็กอย่างต่อเนื่อง หลังพบปัญหาการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมและค่า GP ที่เพิ่มภาระต้นทุนให้ร้านค้า โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มในการเข้าถึงลูกค้า พร้อมขยายมาตรการกำกับดูแลไปถึงธุรกิจค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ และแพลตฟอร์มเรียกรถกับบริการจัดส่งตามอุปสงค์

ภายใต้การทำงานของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ที่มี รศ.สุธรรม อยู่ในธรรม เป็นประธาน ได้มีการปรับแนวทางการทำงานสู่การกำกับดูแลเชิงรุกมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ใช้ความได้เปรียบทางธุรกิจจนส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายเล็ก

โดยขั้นแรก กขค. ได้ยกระดับแนวปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อทางการค้า (Credit Term) ระหว่างธุรกิจขนาดใหญ่หรือผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่กับ SMEs ซึ่งจากเดิมที่เป็นเพียงแนวทางปฏิบัติให้เปลี่ยนสู่การออกประกาศ กขค. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและกำกับดูแล

ซึ่งมาตรการนี้ได้มุ่งแก้ปัญหาการชะลอจ่ายเงินค่าสินค้าให้กับ SMEs ที่เกินระยะเวลาที่กำหนด 30-45 วัน ซึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กขาดสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียน โดยมีรายงานร้องเรียนว่าบางกรณีถูกเลื่อนจ่ายเงินนานกว่า 8 เดือน

นอกจากนั้นยังได้มีการกำกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซประเภท Multi-sided Platform อย่าง Shopee, Lazada และ TikTok หลังได้รับการร้องเรียนจากร้านค้าเกี่ยวกับการปรับขึ้นค่า GP ค่าธรรมเนียม และค่าคอมมิชชันโดยไม่แจ้งล่วงหน้าอย่างเหมาะสม ส่งผลให้ต้นทุนการขายเพิ่มขึ้น

ทำให้ทาง กขค. ได้มีใช้อำนาจตามมาตรา 60 แห่ง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 เข้ามาสั่งระงับการขึ้นค่า GP เป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 ไปจนถึงกุมภาพันธ์ 2570 พร้อมออกคำสั่งให้แพลตฟอร์มนั้นต้องส่งข้อมูลและเหตุผลประกอบการปรับขึ้นค่าธรรมเนียม เพื่อให้สำนักงาน กขค. ตรวจสอบหลักเกณฑ์และความเหมาะสมอีกด้วย

และจากข้อมูลการตรวจสอบที่ระบุในรายงานทำให้พบว่ามีแพลตฟอร์มกว่า 6 รายที่อยู่ภายใต้มาตรการระงับการขึ้นค่า GP โดย Shopee ได้มีการปรับขึ้นค่า GP มาแล้ว 10 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2565 รวม 433% ขณะที่ Lazada ปรับขึ้น 7 ครั้ง รวม 367%

ทั้งนี้นอกจากอีคอมเมิร์ซแล้ว กขค. ยังอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศเกี่ยวกับการกำกับโครงสร้างอัตราค่าบริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการเรียกรถขนส่งสาธารณะ (Ride-hailing) และบริการจัดส่งตามอุปสงค์ (On-demand Delivery) ซึ่งครอบคลุมทั้งบริการรับส่งคน สิ่งของ และอาหารตามมา

อย่างไรก็ตามแนวทางดังกล่าวนี้ได้มีเป้าหมายเพื่อดูแลโครงสร้างค่า GP และรายได้อื่น ๆ ของแพลตฟอร์มให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรมมากขึ้น หลังพบว่าระหว่างเดือนเมษายนถึงสิงหาคม 2569 มีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมแล้ว 8 รอบ และตามแนวทางในร่างประกาศ แพลตฟอร์มจะต้องแจ้งโครงสร้างค่า GP ต่อสำนักงาน กขค. ก่อนการปรับขึ้นทุกครั้ง โดยคาดว่าจะประกาศใช้ในเดือนธันวาคม 2569

จึงสรุปได้ว่าการกำกับดูแลที่ออกมานี้กำลังสะท้อนให้เห็นว่าประเด็นการแข่งขันทางการค้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่การตั้งราคาสินค้าหรือการผูกขาดอีกต่อไป แต่ยังครอบคลุมถึงเงื่อนไขทางธุรกิจที่ส่งผลต่อต้นทุนและอำนาจต่อรองของผู้ประกอบการรายเล็กด้วย ทำให้ร้านค้าและ SMEs ที่ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มเป็นช่องทางขายนั้นการปรับขึ้นค่า GP หรือค่าคอมมิชชันย่อมกระทบต่อกำไรโดยตรง ขณะที่การได้รับเงินค่าสินค้าล่าช้าก็อาจทำให้ขาดเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

สุดท้ายนี้ประสิทธิภาพของมาตรการจะขึ้นอยู่กับการบังคับใช้จริง ความชัดเจนของหลักเกณฑ์ และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบสามารถติดตามช่องทางร้องเรียนและข้อมูลมาตรการจากสำนักงาน กขค. เพื่อใช้สิทธิของตนได้อย่างเหมาะสม

ที่มา: https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2967598

Copyright © 2026 RAiNMaker. All rights reserved.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save