News

Avatar

Thesky January 24, 2022

เช็ค ‘Brand State’ ตรวจสุขภาพแบรนด์ เตรียมคว้าโอกาสในตลาด ‘Influencer Marketing’

ในโลกของการตลาดออนไลน์ ณ ขณะนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘Influencer’ คือกลุ่มคนสำคัญ ที่ช่วยขับเคลื่อนแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก และหลายๆ แบรนด์ต่างก็เตรียมพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่ ‘Influencer Marketing’ หรือการทำการตลาดอินฟลูเอนเซอร์กันบ้างแล้ว 

แต่การเริ่มต้นเข้าสู่ตลาดอินฟลูเอนเซอร์ของแบรนด์ มักจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงแค่การเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่คิดว่าเหมาะสมกับแบรนด์ก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้ แต่สำหรับ “คุณปู-สุวิตา จรัญวงศ์” CEO&Co-Founder ของ ‘Tellscore’ แพลตฟอร์มจ้างงานอินฟลูเอนเซอร์ชั้นนำ ที่มีความเข้าใจใน Influencer Marketing กลับมองว่า 

“ไม่มีสูตรสำเร็จในการเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ นอกจากแบรนด์จะเริ่มทำความเข้าใจตลาดอินฟลูเอนเซอร์ ประกอบกับความเข้าใจในกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ และสร้างแนวทางในการเลือกเป็นของตัวเอง”

ซึ่งการที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงได้ ต้องผ่านการวิเคราะห์ ‘Brand State’ ของตัวเองให้ได้เสียก่อน โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ 

  1. Early State :: Brand ที่ยังไม่มีพื้นที่สื่อสารในตลาดมากนัก รวมถึงแบรนด์ที่ยังไม่ประสบความสำเร็จในการสร้าง Awareness เช่น ไม่เป็นที่รู้จักในกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย Search Google แล้วไม่เจอแบรนด์ใน 100 อันดับแรก
  2. Awareness State :: มี Brand Awareness และ เริ่มเป็นที่รู้จักในกลุ่มเป้าหมายแล้ว แต่ยังไม่มีลูกค้าประจำ ยังไม่สามารถจัดเก็บ Database ได้อย่างเป็นระบบ และนำมาวิเคราะห์ Behavior ของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มมีตัวตนในระบบ Search Engine แต่มาจาก Conversation ของที่อื่น
  3. Engagement state :: เริ่มมีลูกค้าประจำแล้ว และมีอำนาจต่อรองในการขายมากขึ้น มีตัวตนทั้งในโลกออนไลน์ และสถานที่จัดจำหน่ายสินค้าชื่อดังต่างๆ แต่ยังไม่มีลูกค้าที่เป็นกลุ่ม Brand Love หรือ Brand Loyalty

Influencer Selection

‘Engagement จากอินฟลูเอนเซอร์ คือหนทางสู่การขาย’ 

เป้าหมายในการทำ Influencer Marketing ของแบรนด์ แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้น 2 สิ่งสำคัญ นั่นก็คือ การเพิ่มการรับรู้ให้กับแบรนด์ และสร้างยอดขายให้ได้ในที่สุด ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลการทำการตลาด Influencer ของ Tellscore พบว่า Influencer เบอร์ใหญ่ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก สามารถทำงานร่วมกับ Influencer เบอร์เล็กในแคมเปญเดียวกัน และให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ความสัมพันธ์กันนี้เริ่มต้นจาก การใช้ Awareness ที่ได้จากคอนเทนต์ของ Influencer เบอร์ใหญ่เป็นสารตั้งต้น ช่วยให้แคมเปญเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และใช้ Influencer เบอร์เล็กในการโน้มน้าวให้เกิด Engagement เพิ่มขึ้น ซึ่ง Engagement นี่เอง ที่สามารถนำไปสู่การเกิด Conversion และผันไปสู่การขายได้ในที่สุด

นักการตลาดอาจยังมีข้อกังวลในเรื่องการค้นหา Influencer ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการ หรือ KPI ของแคมเปญได้ ซึ่งนักการตลาดสามารถเรียนรู้ ศึกษา ไปพร้อมๆ กับการค้นหา Influencer ผ่านแพลตฟอร์ม Tellscore ที่รวบรวมและคัดกรอง Influencer มืออาชีพ หลากหลายรูปแบบไว้มากถึง 70,000 ราย

นอกจากนี้ Tellscore ยังได้เปิดโอกาสให้แบรนด์ หรือเอเจนซี่ต่างๆ เข้ามาทดลองเรียนรู้เกี่ยวกับอินฟลูเอนเซอร์หลากหลายรูปแบบบนแพลตฟอร์มนี้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อินฟลูเอนเซอร์ข้ามสาย, อินฟลูเอนเซอร์สาย Specialist เหมาะกับแบรนด์ที่ตีตลาด ‘Niche Market’, หรือจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์หน้าใหม่ ‘Rising Star’ ที่ค่าตัวไม่แรง พร้อมทำหน้าที่เป็น ‘Talent Manager’ เพื่อค้นหาโปรไฟล์หรือการโพสต์ต่างๆ ของอินฟลูเอนเซอร์จนเกิด ‘Personal Branding’ ที่ดีให้กับแบรนด์ได้อีกด้วย

Resource Allocation

‘ลดต้นทุน ประหยัดเวลาในการเสาะหาอินฟลูเอนเซอร์ ด้วย Influencer Platform’

Tellscore เป็นแพลตฟอร์มที่พัฒนา Influencer Database อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นประวัติ ผลงาน หรือแม้กระทั่งสถิติการสร้างการรับรู้ในโซเชียลมีเดีย ข้อมูลเหล่านี้สามารถสร้างความมั่นใจให้กับแบรนด์ได้ว่า อินฟลูเอนเซอร์แต่ละคนที่ได้ผ่านการคัดสรรให้ร่วมงานกับแบรนด์ จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการ และเหมาะสมกับแคมเปญนั้นจริงๆ 

ทั้งนี้ กระบวนการการเฟ้นหาอินฟลูเอนเซอร์ ล้วนมีต้นทุนจำนวนไม่น้อยทั้งงบประมาณการจ้างอินฟลูเอนเซอร์ แรงงานของนักการตลาด และเวลาในการค้นหาอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสมทีละคนบนโลกโซเชียล แต่การทำงานกับ  Platform อย่าง Tellscore จะช่วยเซฟเวลา และแรงงานให้กับแบรนด์ได้เป็นอย่างดี เพื่อให้แบรนด์ได้ไปโฟกัสกับสิ่งที่ตนถนัดอย่างเช่นการพัฒนาสินค้า สร้างแคมเปญที่น่าสนใจ รวมถึงคิดหากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ทั้งความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย และตัวแบรนด์เองด้วย

Brand Performance

‘สร้างแคมเปญ Influencer Marketing ที่คำนึงถึง Campaign Performance ’

ในขณะที่ตลาดอินฟลูเอนเซอร์มีการเติบโตมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ‘Brand Performance’ ก็เป็นสิ่งที่ควรเติบโตควบคู่กันไป โดยเฉพาะในปัจจุบันที่มีเอเจนซี่มากฝีมือเกิดขึ้นมากมาย และด้วยการแข่งขันที่สูงขึ้น เอเจนซี่ไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะคอนเทนต์เท่านั้น หากแต่ ‘Performance’ ยังต้องโดดเด่น มีการวัดผลได้ชัดเจน โปร่งใส และ Performance ที่ดีจะต้องมาจากทั้งอินฟลูเอนเซอร์ที่ตอบโจทย์ รวมถึงการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ตรงกลุ่ม มีมิติ และมีการวางแผนที่ดี Tellscore จึงมีบริการด้าน ‘Media Optimization’ เพื่อเพิ่มการมองเห็นของกลุ่มเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพให้กับแบรนด์ พร้อมทั้งติดตามผลตลอดแคมเปญและการ ‘Custom Audience’ นี้เอง ที่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการทำให้แบรนด์ได้เจอกับกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง 

Content Creativity

‘มีมนุษย์ครีเอทีฟที่สร้างสรรค์แคมเปญจากความเข้าใจบริบทของแบรนด์และอินฟลูเอนเซอร์’

‘ความครีเอทีฟ’ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้แบรนด์มีความแตกต่าง และครอบครองพื้นที่สื่อสารในตลาด แต่สำหรับ Influencer Marketing ความครีเอทีฟนี้จะต้องเข้าใจในบริบทของอินฟลูเอนเซอร์และแบรนด์ด้วย ซึ่ง Tellscore มีมนุษย์ครีเอทีฟที่มีความเข้าใจในเรื่องนี้ ด้วยเพราะจากแพลตฟอร์มที่มีคุณภาพ ประกอบกับประสบการณ์ทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ทำให้เกิดเป็นไอเดียสร้างสรรค์แคมเปญได้ไม่ยาก

โดยเฉพาะกับการหาเหล่าอินฟลูเอนเซอร์สาย Niche ที่มีความ‘Specialist’ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่แบรนด์ต้องการอย่างมาก เพราะจะสามารถส่งสารไปยังกลุ่มลูกค้าที่มีความเป็นไปได้สูงที่จะสนใจสินค้านั้นๆ หรือแม้อินฟลูเอนเซอร์ที่แบรนด์ต้องการนั้นหายากจริงๆ ก็ยังสามารถพลิกแพลงหากลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคที่ใกล้เคียงกัน และสร้าง Awareness ให้เข้ากับแบรนด์ได้ เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

Improvise

‘บริหารความเสี่ยง และสร้างโอกาสให้แบรนด์ไปพร้อมกันด้วย Seasonal Opportunity’

Tellscore นับว่าเป็น ‘Risk Management House’ หรือเอเจนซี่ และแพลตฟอร์มที่คอยบริหารความเสี่ยงให้กับแบรนด์ และเอเจนซี่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดูแลเหล่าอินฟลูเซอร์ตั้งแต่เริ่มกระบวนการทำงานไปจนถึงการวัดผล Performance และติดตามยอดขาย (ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่แบรนด์ต้องการวัดผลในแคมเปญนั้นๆ) เพื่อให้เกิด Workflow ในการทำงานระหว่างแบรนด์ และอินฟลูเอนเซอร์มากที่สุด

จึงต้องประยุกต์ใช้ข้อมูลในระบบที่มีร่วมกับความเสี่ยง เพื่อสร้างโอกาสให้เกิดความคุ้มค่าด้วย ‘Seasonal Opportunity’ หรือการใช้เทศกาลมา Plug-in ให้เข้ากับแบรนด์ เพราะเทรนด์ของโลกโซเชียลมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การหาช่องทางเพื่อที่จะพาแบรนด์เข้าไปมีตัวตนอยู่ในกระแสจะต้องใช้ความรวดเร็ว และมีอินฟลูเอนเซอร์ที่ดีมาช่วยซัพพอร์ตให้เกิด Performance ซึ่งนับเป็นการบริหารความเสี่ยงที่ Tellscore มุ่งที่จะพลิกให้เกิดเป็นโอกาส และบอกต่อแบรนด์เสมอ

อนาคตของ Influencer Marketing

ทุกวันนี้ตลาดอินฟลูเอนเซอร์ยังคงมีแนวโน้มในเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากความต้องการของแบรนด์ที่ต้องมีเหล่าอินฟลูเซอร์มาช่วยซัพพอร์ต Tellscore ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์การเป็น ‘InfluencerAutomation Platform’ ที่มีความรู้ลึก และมีความเข้าใจใน Influencer Marketing ที่พร้อมจะนำพาแบรนด์ เอเจนซี่ และนักการตลาดไปสู่การทำแคมเปญออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จ

ถึงแม้ว่าในวงการ Influencer Economy จะมีเอเจนซี่เกิดขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก คุณปูกลับมองว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เห็น ‘Early Stage’ ของตลาดอินฟลูเอนเซอร์และความเก่งเฉพาะทางของแต่ละเอเจนซี่ จะช่วยลดต้นทุนให้กับแบรนด์ในการหาอินฟลูเอนเซอร์ และเติบโตไปพร้อมๆ กันได้ เพราะธุรกิจนี้กำลังเติบโตมากกว่าที่จะมองใครเป็นคู่แข่ง และในอนาคตความถนัดที่แตกต่างกันจะนำมาซึ่งการ Collaboration ที่แข็งแรงตามแนวคิดที่ว่า ‘ยิ่งมีผู้เล่นมาก ยิ่งทำให้ตลาดกว้างขึ้น’

เพราะ Tellscore เป็น Influencer Marketing Automation Platform ที่เชื่อว่า การร่วมมือกับนักการตลาดในการสร้างการรับรู้ผ่านการใช้สินค้าจริง คือสิ่งสำคัญที่จะทำให้การสื่อสารน่าจดจำ และไปได้ไกลกว่าการโฆษณาทั่วไป ต่อยอดเป็นปรากฏการณ์การสื่อสารแบบใหม่ที่ทรงประสิทธิภาพและวัดผลได้แม่นยำกว่า

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: Tellscore

หากคุณกำลังมองหาหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ‘Influencer’ จากผู้เชี่ยวชาญด้าน ‘Influencer Marketing’ สามารถคลิกเพื่อติดต่อได้ที่นี่: Tellscore

 

Copyright © 2022 RAiNMaker. All rights reserved.