
กระทรวงพาณิชย์บรรลุข้อตกลงร่วมกับ 3 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ ทั้ง Shopee, Lazada และ TikTok Shop ให้ปรับลดค่าธรรมเนียมหรือค่า GP โดยมาตรการจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2569 ถึง 31 พฤษภาคม 2570 รวมระยะเวลา 6 เดือน โดยรัฐบาลประเมินว่าจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการรวมประมาณ 1,930 ล้านบาท
และแม้ร้านค้าออนไลน์ในแพลตฟอร์มจะได้พักหายใจ แต่การลดค่าธรรมเนียมครั้งนี้ไม่ได้ครอบคลุมให้ใช้ได้กับทุกร้านค้าแบบอัตโนมัติ และต้นทุนก็อาจจะไม่ได้ลดลงทั้งหมด ซึ่งผู้ประกอบการและ SME ทั้งหมดจะต้องมีเงื่อนไขก่อนเริ่มมาตรการในวันที่ 1 ธันวาคม 2569 ตามนี้
- ผู้ประกอบการ SME ไทยจะต้องจดทะเบียนและผ่านเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม
- ผู้ค้าบุคคลธรรมดาต้องมียอดขายไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
- ผู้ประกอบการนิติบุคคลต้องมียอดขายไม่เกิน 35 ล้านบาทต่อปี
- ค่าธรรมเนียมที่ลดครอบคลุม Commission, Infrastructure Fee และ Transaction Fee
- ค่าธรรมเนียมไม่รวมค่าโฆษณา การโปรโมตสินค้า และบริการเสริมที่ร้านค้าเลือกซื้อเอง
การลดค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม
- Shopee: 8.03 – 13.91%
- Lazada: 7.50 – 11.60%
- TikTok Shop: 11.24 – 17.66%
โดยอัตราจริงของแต่ละร้านอาจแตกต่างกันตามหมวดหมู่สินค้า ประเภทร้านค้า และเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์ม และเมื่อพิจารณาจากเพดานค่าธรรมเนียม Shopee ลดลงสูงสุด 5.35%, Lazada ลดลงสูงสุด 5.9% และ TikTok Shop ลดลงสูงสุด 4.28%
และถึงจะประกาศลดค่า GP แต่ก็ร้านค้าก็ยังต้องมีการจ่ายให้กับแพลตฟอร์มอยู่ ไม่ว่าจะเป็น
- ค่าคอมมิชชัน หรือ Commission Fee
- ค่าบริการโครงสร้างพื้นฐาน หรือ Infrastructure Fee
- ค่าธรรมเนียมธุรกรรม หรือ Transaction Fee
ส่วนค่าใช้จ่ายที่ร้านค้าเลือกใช้เพิ่มเติมจะไม่ได้รวมอยู่ในมาตรการ
- ค่าโฆษณา
- ค่าโปรโมตสินค้า
- ค่าเข้าร่วมบริการเสริมบางประเภท
- ต้นทุนส่วนลดหรือ Voucher ที่ร้านค้าเป็นผู้ออกเอง
- ค่าใช้จ่ายจาก Affiliate หรือครีเอเตอร์ หากมีการกำหนดค่าคอมมิชชันเพิ่มเติม
ฉะนั้น ร้านค้าอาจเห็นค่าธรรมเนียมจากแพลตฟอร์มลดลง แต่ยอดหักรวมจากคำสั่งซื้ออาจยังสูง หากร้านค้ามีการเข้าร่วมแคมเปญ ซื้อโฆษณา หรือกำหนดค่าคอมมิชชันให้ Affiliate อยู่ ซึ่งอาจมีโอกาสที่ร้านค้าจะได้กำไรเพิ่มขึ้น แต่ก็อาจจะไม่ได้เพิ่มขึ้นมากเท่ากับตัวเลขค่าธรรมเนียมที่ลดลง
สิ่งที่ร้านค้าออนไลน์ควรเตรียมตัวก่อนเริ่มมาตรการ
- ตรวจสอบสถานะการจดทะเบียน: ผู้ค้าบุคคลธรรมดาที่ยังไม่ได้จดทะเบียนควรตรวจสอบขั้นตอนกับสำนักงานเขตในกรุงเทพฯ หรือเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลในต่างจังหวัด ส่วนผู้ประกอบการนิติบุคคลสามารถตรวจสอบผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและช่องทางออนไลน์
- เก็บหลักฐานค่าธรรมเนียมก่อนเริ่มมาตรการ: ร้านค้าควรดาวน์โหลดรายงานคำสั่งซื้อและค่าธรรมเนียมในช่วงก่อนวันที่ 1 ธันวาคม เพื่อใช้เปรียบเทียบว่าหลังมาตรการเริ่มต้นแล้วว่าค่าใช้จ่ายลดลงจริงหรือไม่
- ตรวจสอบประกาศของแต่ละแพลตฟอร์ม: เพราะเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์มแตกต่างกันตามหมวดสินค้า ประเภทร้าน ยอดขาย และสถานะการจดทะเบียน
- ไม่ควรรีบลดราคาสินค้า: ระยะเวลาลดค่าธรรมเนียมมีเพียง 6 เดือน หากร้านนำส่วนต่างทั้งหมดไปลดราคา เมื่อมาตรการสิ้นสุดอาจต้องขึ้นราคาใหม่หรือกลับมาแบกรับกำไรที่ลดลง
- เตรียมแผนสำหรับเดือนมิถุนายน 2570: รัฐบาลยังไม่ได้ยืนยันว่าอัตราค่าธรรมเนียมหลังวันที่ 31 พฤษภาคม 2570 เพราะต้องประเมินผลและเจรจากับแพลตฟอร์มอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นอีกมาตรการลดค่าธรรมเนียมที่แยกออกมาจากคำสั่งของคำสั่งของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ กขค. ซึ่งให้ระงับการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ถึง 27 กุมภาพันธ์ 2570
และรัฐบาลยังอยู่ระหว่างศึกษาโครงสร้างต้นทุนและค่าบริการของแพลตฟอร์ม รวมถึงทบทวนร่างพระราชบัญญัติเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลร่วมกับ ETDA อยู่ ทำให้การลดค่า GP รอบนี้เป็นมาตรการบรรเทาผลกระทบระยะสั้น ขณะที่โจทย์ระยะยาวคือการสร้างกติกาที่ทำให้แพลตฟอร์มสามารถพัฒนาบริการได้ โดยผู้ค้ารายย่อยยังมีอำนาจต่อรองและวางแผนต้นทุนได้มากกว่า
หรือหากร้านค้าออนไลน์ไหนพบการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมไม่เป็นธรรมหรือไม่เป็นไปตามมาตรการ สามารถร้องเรียนผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569
