
TikTok เดินหน้ารุกฝั่งธุรกิจและครีเอเตอร์อีกขั้น ด้วยการเปิดตัวแคมเปญใหม่ ‘Watch it. Love it. Want it.’ ภายใต้ TikTok for Business ที่สะท้อนชัดว่าแพลตฟอร์มไม่ได้เป็นแค่พื้นที่ดูคอนเทนต์อีกต่อไป แต่พัฒนาแพลตฟอร์มให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหา ก่อให้เกิดความต้องการ และปิดจบการขายได้ในที่เดียว
โดยแคมเปญใหม่นี้ได้เน้นบทบาทของ TikTok ในฐานะแพลตฟอร์ม Discovery ที่เปลี่ยนจากความสนใจ ให้กลายเป็นการลงมือทำได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาสินค้า แชร์ต่อ หรือกดซื้อทันทีในแอปนั่นเอง
เพราะในปีที่ผ่านมาพฤติกรรมผู้ใช้งาน TikTok กำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ผู้ใช้งานหลายคนไม่ได้เข้ามาเพียงแค่เสพคอนเทนต์ แต่เริ่มเข้ามาค้นหาแรงบันดาลใจ หรือมีการตัดสินใจซื้อภายในแพลตฟอร์มเดียวมากขึ้น จากผลสำรวจพบว่า
- ผู้ใช้จำนวนมากเริ่มค้นหาภายในไม่กี่วินาทีหลังเข้าแอป
- มากกว่า 70% รู้สึกว่า TikTok ช่วยให้ค้นพบสินค้า และแบรนด์ใหม่
- และที่สำคัญคือ ผู้ใช้มีแนวโน้มตัดสินใจซื้อหลังดูคอนเทนต์บนแพลตฟอร์ม
สิ่งนี้ทำให้ TikTok กลายเป็น Full-Funnel Platform ที่รวมตั้งแต่ Awareness Engagement และ Conversion ไว้ในที่เดียวได้อย่างครบถ้วน
ส่งผลให้เกิดโอกาสใหม่ของครีเอเตอร์ สำหรับการสร้างคอนเทนต์ เพื่อเป็นช่องทางขาย เพราะนี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนฝั่ง Ads แต่คือการเปลี่ยนบทบาท ที่จากเดิมที่เน้นไวรัลคอนเทนต์ แต่เมื่อแพลตฟอร์มเปลี่ยนไป ครีเอเตอร์จำเป็นต้องสร้างคอนเทนต์ที่ขายได้แทน
และ TikTok ได้อธิบายถึงพฤติกรรมผู้ใช้อย่างชัดเจนว่าเมื่อคนดูสนใจ จะไม่ได้แค่เลื่อนผ่าน แต่จะดู แชร์ และลงมือทำเมื่อรู้สึกชอบ นั่นหมายความว่า
- Review: ต้องทำให้อยากได้
- Storytelling: ต้องเชื่อมกับการตัดสินใจ
- Entertainment: ต้องพาไปสู่ Action
การเปิดตัวแคมเปญ Watch it. Love it. Want it. จึงได้ถือเป็นการเปลี่ยนภาพจำของ TikTok ครั้งใหญ่ จากเดิมที่เคยผลักแคมเปญ ‘Don’t make ads, make TikToks’ มาสู่การย้ำจุดแข็งใหม่ของ TikTok ที่จะไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มที่ให้แบรนด์เล่าเรื่องอีกต่อไป แต่คือแพลตฟอร์มที่ผู้ชมจะกลายมาเป็นลูกค้าได้ทันที
เนื่องจากเหตุผลที่ TikTok ได้พยายามชิงส่วนแบ่งงบโฆษณา ด้วยการพิสูจน์ว่าแพลตฟอร์มสามารถปิดการขาย ได้จริง ไม่ใช่แค่สร้างการรับรู้ จึงวาง Position ใหม่เป็นแพลตฟอร์มแบบ 3-in-1 ซึ่งคือการชนตรงกับทั้งแพลตฟอร์มโซเชียลและ E-commerce ในเวลาเดียวกัน
- Entertainment: ทำให้คนดู
- Discovery: ทำให้คนเจอของใหม่
- Commerce: ทำให้คนซื้อ
ซึ่งคือการชนตรงกับทั้งแพลตฟอร์มโซเชียลและ E-commerce ในเวลาเดียวกัน
โดยสรุปแล้วแคมเปญ Watch it. Love it. Want it จาก TikTok คือการประกาศชัดถึงการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของแพลตฟอร์ม จากพื้นที่คอนเทนต์สู่เครื่องมือสร้างยอดขายแบบครบฟันเนล ที่รวมทั้ง Entertainment, Discovery และ Commerce ไว้ในที่เดียว
พร้อมส่งสัญญาณใหม่ถึงทั้งแบรนด์และครีเอเตอร์ว่า ยุคของคอนเทนต์ไวรัลอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องเป็นคอนเทนต์ที่สามารถเปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นการลงมือทำ และต่อยอดไปสู่การซื้อได้จริงนั่นเอง
ที่มา: https://newsroom.tiktok.com/tiktok-for-business-introduces-watch-it-love-it-want-it?lang=en
