ตั้งแต่ต้นปี Trump ใช้เงินโฆษณาบน Facebook ไปแล้วกว่า 159 ล้านบาท มากกว่าฝ่ายตรงข้ามรวมกัน

ประเด็นเรื่องการหาเสียงบน Social Media เราอาจจะเคยพูดถึงในประเด็นเกี่ยวกับจริยธรรมและความน่ากลัวของการ Targeting ที่เปลี่ยนรูปแบบของการหาเสียงให้ผู้สมัครสามารถเลือกคุยเฉพาะกับคนที่อยากจะเห็น หรือแม้กระทั่งเลือกที่จะพูดบางข้อความกับคนที่สนับสนุนและพูดอีกข้อความหนึ่งกับคนที่ต่อต้านได้ ซึงความน่ากลัวนี้ก็ปรากฏให้เห็นตั้งแต่กรณีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ลามมาจนถึงการเลือกตั้งในไทย และประเด็นด้านการเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก แต่ในวันนี้เราจะมาดูจำนวนของเม็ดเงินที่ใช้ในการหาเสียงออนไลน์กันบ้าง

เว็บไซต์ The New York Times ได้ลงบทความชื่อว่า How Trump Is Outspending Every 2020 Democrat on Facebook ซึ่งเป็นการพูดถึงเม็ดเงินที่พรรค Democrat ลงไปกับ Facebook เทียบกับ Donald Trump คนเดียว ไม่นับรวมสมาชิกพรรค Republican แล้วบอกว่าคนที่ใช้เงินในการบูสโพสต์มากที่สุดนั้นไม่ใช่ใครแต่เป็นประธานาธิบดี Donald Trump นั่นเอง

เอาที่จริงการที่ Trump ใช้เงินไปกับการหาเสียงบนโซเชียลมากกว่าสมาชิกพรรคฝ่ายตรงข้ามนั้นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร เพราะเนื่องจาก Trump นั้นเป็นหัวหน้าพรรคและต้องชิงตำแหน่งประธานาธิบดี (ค่อนข้างชัวร์ว่า Trump จะลงในสมัยที่ 2 แน่ ๆ) แต่เมื่อเราไปเปิดเม็ดเงินที่ใช้ ซึ่งเปิดเผยออกมาโดย Facebook เองเราจะพบว่า Trump นั้นใช้เงินไปกับการหาเสียงมากถึง 159 ล้านบาท โดยเก็บสถิติตั้งแต่ต้นปี 2019 นี้ หรือถ้านับกันเป็นเดือน ในเดือนล่าสุด Trump ใช้เงินไปกับการหาเสียงออนไลน์ 1 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณสามสิบกว่าล้านบาทเลยทีเดียว

เมื่อเราเอา Graph ที่ได้จาก Facebook มาดู เราจะพบว่าทาง Trump เองนั้นได้มีการรันตัว Ads มาตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยในตอนนั้นทาง Democrat ยังไม่ได้ลง Ads มาก และทาง Democrat ก็มาเร่งลงช่วงหลัง ๆ (กราฟอาจจะสูงกว่าเยอะ แต่อย่าลืมว่าตัวเลขนั้นเป็นการรวมกันของ Candidate ไม่ใช่เฉพาะคนคนเดียว) แต่แม้กระนั้น Trump ก็ยังคงใช้จ่ายเงินไปกับ Facebook Ads รวม ๆ กันแล้วเยอะกว่า Democrat ทั้งพรรคอยู่ดี

มีความน่าตลกอย่างนึงก็คือ หลังจากที่บทความนี่ได้ถูกเผยแพร่ออกมา Doug Edwards อดีตผู้บริหารการตลาด Google ในช่วงปี 1999 – 2005 หนึ่งในผู้ให้กำเนิด Google AdSense ก็ออกมาเขียนบทความลงใน The New York Times เหมือนกัน บอกว่า จริง ๆ แล้วระบบการคิดเงินค่า Ads ที่วัดจากการคลิกนั้นไม่ค่อยเป็นธรรมเท่าไหร่ เพราะเราสามารถไปกระหน่ำรัวกด Ads เพื่อให้พรรคที่เราไม่ชอบเสียเงินเยอะ ๆ ได้ (ฮา) แถมอัลกอริทึมเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรแถมคนก็รู้กันหมดว่า Google, Facebook ได้เงินจากอะไร

ส่วนภาพรวมในไทยเอง ถ้ายังจำกันได้ช่วงปีที่ผ่านมาประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก็เพิ่งเปิด Social Media ของตัวเองครบทั้งเว็บไซต์ Facebook, Instagram, Twitter ซึ่งตอนนั้นไม่ได้แสดงออกว่าเกี่ยวข้องกับพลังประชารัฐ แต่ก็เดาไม่ยากว่าเป็นการ PR ของพรรค และในตอนนั้นประยุทธ์ยังคงใช้สถานะ นายกรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่รัฐฯ ซึ่งทำให้เกิดความแคลงใจอย่างมาก เนื่องจากงบในสมัยรัฐบาลประยุทธ์นั้นสูงมาก อ้างอิงจาก Thai Publica หรือแม้กระทั่งกรณี สติกเกอร์ไลน์ราคา 7 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินมาจากภาษีประชาชน

กรณีที่ Doug Edwards พูดเช่นนี้อาจจะใช้ในไทยไม่ได้ เพราะสุดท้ายแล้วสังคมก็ยังคงตั้งคำถามอยู่ดีว่าเงินที่ใช้ไปกิจกรรมของพลังประชารัฐนั้น ก็คงมาจากภาษีประชาชนอยู่ดี การไปกระหน่ำกด Ads ก็ไม่น่าจะช่วยอะไรมากเข้าตัวเองเปล่า ๆ แต่ก็ถือเป็นบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจและต้องจับตาโลกของการเมืองบน Social Media ทั้งต่างประเทศและในไทยเองกันอีกต่อไป