
ปัจจุบันการมีส่วนร่วมกับ Audience หรือผู้ติดตามของช่องได้ เป็นสิ่งสำคัญที่ครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ มองข้ามไป แต่ YouTube ที่มองเห็นโอกาสนี้จึงได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่อย่าง ‘Carousels’ ที่ไม่ต้องตัดต่อทำคลิปแบบจัดเต็มไปตลอด แต่สามารถโพสต์แค่รูปภาพเฉย ๆ เป็นคอนเทนต์ได้ เพื่อท้าชน Instagram
โดยปกติแล้ว YouTube จะเป็นแพลตฟอร์มที่มีไว้โพสต์ลงคลิปทั้ง Long-form และ Short-form และจะมีเพียงแค่ Instagram เท่านั้นที่ทำให้ผู้ใช้สามารถลงโพสต์ผสมได้ทั้งรูปาภาพและวิดีโอโดยไม่ต้องสนใจเรื่องความสมบูรณ์แบบของโพสต์
แต่ในช่วงที่พฤติกรรมของผู้คนเปลี่ยนไป YouTube ก็ต้องปรับตัวให้เป็นผู้เล่นที่เข้าถึงง่ายขึ้นมากกว่านี้ การมีฟีเจอร์ Carousels จึงช่วยให้ลงโพสต์เป็นภาพนิ่งอย่างเดียวได้ โดยไม่ต้องโพสต์แค่คลิปสั้นหรือคลิปยาวแบบเดิม โดยการใช้งานเพิ่มเติมมี ดังนี้
- Carousels: เลือกอัปโหลดภาพได้ 10 ภาพจากแกลอรีหรืออุปกรณ์ที่มี นำมารวมกันในโพสต์แบบ Carousels ที่ผู้ติดตามสามารภ Swipe ดูไปเรื่อย ๆ ได้
- Tone of Music: อัปโหลดภาพนิ่งพร้อมใส่เพลงได้ความยาว 15 วินาทีเป็น Bakcground Audio และมีแทร็กลิสต์เพลงให้เลือกแบบ Royalty-free ใน YouTube Audio Library หรือจะ Custom Soundtrack จากฟีเจอร์ ‘Dream Track’ ก็ทำได้ แต่ตอนนี้จะใช้ได้แค่ที่อเมริกาก่อน
- Text Overlays: เลือกตกแต่งภาพด้วย Text และฟอนต์ต่าง ๆ ได้ เพื่อให้ภาพที่ลงมีสตอรีมากขึ้น
ซึ่งเดิมทีรูปภาพบน YouTube จะอยู่แค่ใน Posts Tab บนหน้าโปรไฟล์ช่องเท่านั้น และคนที่อยากดูจริง ๆ จะต้องเข้าไปดูเอง แต่ Image Posts จะโผล่ขึ้นมาหน้าฟีดของ Shorts เลย ทำให้ยอด Reach ของ Image Posts จะสูงกว่าเดิมมากขึ้น เพราะไม่ต้องรอให้คนไปหาในโปรไฟล์อีกต่อไป
นอกจาก Image Carousel แล้ว YouTube ยังขยาย Interactive Features สำหรับโพสต์เพิ่มเติมด้วย ไม่ว่าจะเป็น Polls, Quizzes, GIFs และ Stickers ที่ใส่เข้าไปใน Image Post ได้เลย ทำให้โพสต์รูปธรรมดากลายเป็น Engagement Tool ที่ดึงคนมา Interact ได้จริง ๆ
ฉะนั้นชาว YouTuber ไทยที่ทำคอนเทนต์ลงบนแพลตฟอร์มอยู่แล้ว ก็สามารถลองไปใช้ฟีเจอร์ Carousels กันได้ แม้จะใช้ได้แล้วบางส่วน แต่ยังไม่ครบทุกฟีเจอร์ โดยไทยจะใช้ได้แค่ Image Carousel ในหน้าฟีด Shorts, เพลงจาก YouTube Audio Library และ Text Overlay บนรูปนั่นเอง
โดย Aspect Ratio ที่แนะนำสำหรับการโพสต์ Carousels คือขนาด 1:1 สำหรับการเห็นผ่านหน้าฟีด แต่สำหรับขนาด 9:16 หน้าฟีด Shorts จะมีไว้เพื่อแสดงผลได้ดีที่สุด ทำให้ YouTube กลายเป็นมากกว่าแค่แพลตฟอร์มวิดีโอ ที่ไม่ได้อัปโหลดวิดีโอบ่อยๆ ก็ยังคง Visible อยู่ในฟีดผ่านรูปภาพได้ เลยช่วยให้รักษา Engagement จากผู้ติดตามในช่วงที่ไม่ค่อยได้ทำคลิปลงได้
