Week 2: Design & Visual | iCreator Camp Gen 3 Presented by Sony Session: Character That Connects ความธรรมดาที่พิเศษในโลกดีไซน์ โดยคุณนัด ธนิษฐ์ เจียรสวัสดิ์วัฒนา จาก นัดเป็ด
สยามเมืองมีม

เพราะเมืองไทยมีเรื่องราวมากมายที่ครีเอเตอร์สามารถหยิบยกมาเล่าต่อกันได้ ตั้งแต่เรื่องเล็กในชีวิตประจำวันไปจนถึงพฤติกรรมเฉพาะตัวของคนไทย สิ่งที่ดูธรรมดาในสายตาเรา อาจเป็นของใหม่สำหรับคนอื่นเสมอ ดังนั้นคอนเทนต์ที่เวิร์กอาจไม่จำเป็นต้องคิดใหม่เสมอไปหากเพียงแต่ต้องหยิบมาเล่าใหม่ให้โดน
ศิลปะแห่งการสังเกตสิ่งรอบตัว

คือ กระบวนการทางปัญญาในการรวบรวมข้อมูลจากสิ่งเร้าภายนอกอย่างมีจุดมุ่งหมาย โดยไม่ใช่แค่การมองเห็นทั่ว ๆ ไป แต่คือการมองแบบวิเคราะห์ผ่านการรับรู้ และสัมผัสอย่างจดจ่อ การรับสารอย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็จะทำให้การเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกันนั้นสามารถมาได้จากหลากหลายแหล่ง หรือจะเรียกสั้น ๆ ว่า ‘ใส่ใจ’ เพราะเมื่อครีเอเตอร์ผสานการสังเกต การรับรู้ และความใส่ใจเข้าด้วยกัน ก็จะกลายเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้มองโลกได้ลึกขึ้น และแปลงเป็นไอเดียได้จริง ผ่านขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้
- มองให้ลึกกว่าเดิม เพราะไม่ใช่แค่เห็น แต่ต้องเข้าใจ
- ฟังให้ครบ ทั้งคำพูด น้ำเสียง และบริบทของเหตุการณ์เหล่านั้น
- เชื่อมโยงให้เป็น นำสิ่งที่เห็นมาปะติดปะต่อเป็นไอเดีย
- เก็บรายละเอียดเล็ก ๆ เพราะอินไซต์มักซ่อนอยู่ในจุดที่คนมองข้าม
แปลงร่างเป็นคนธรรมดาชุบแป้งทอด ด้วยศิลปะของการใส่ใจ
ใส่ใจการออกแบบ
- ตัวตนในงานดีไซน์ คือสิ่งที่ค่อย ๆ ก่อร่างขึ้น: การยังหาตัวตนไม่เจอเป็นเรื่องปกติ เพราะมันต้องอาศัยการลองผิดลองถูกและสะสมประสบการณ์
- ซอฟต์พาวเวอร์ใกล้ตัว คือแหล่งไอเดียที่หยิบใช้ได้ทันที: ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมไทย เทรนด์ หรือสิ่งรอบตัว ล้วนสามารถนำมาต่อยอดเป็นคอนเทนต์ใหม่ ๆ ได้
- การทดลองซ้ำ ๆ คือทางไปสู่ลายเซ็นของตัวเอง: การหยิบมาปรับ ผสม และใช้ซ้ำในหลายรูปแบบ จะค่อย ๆ ทำให้เอกลักษณ์ชัดขึ้น
- จังหวะของเวลา ช่วยเพิ่มพลังให้งาน: งานที่สอดคล้องกับบริบทหรือช่วงเวลานั้น ๆ มักเข้าถึงคนได้ง่ายและแรงกว่า
ใส่ใจการเล่าไอเดีย
- Storytelling ที่ดี มักเรียบง่ายแต่เข้าถึงลึก: ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ แค่เล่าให้ตรงความรู้สึกก็เพียงพอ
- เรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน เต็มไปด้วยอินไซต์: เพราะเป็นสิ่งที่คนจำนวนมากเคยเจอและเข้าใจร่วมกันได้ทันที
- ความ Relatable ทำให้คอนเทนต์เชื่อมโยงกับคนได้เร็ว: ยิ่งคนรู้สึกว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว ก็ยิ่งมีโอกาสถูกแชร์และพูดถึงในคนหมู่มากเพิ่มขึ้น
- อารมณ์ร่วม คือแรงขับของการต่อยอด: เมื่อคนอิน คอนเทนต์จะสามารถขยายไปในรูปแบบอื่นได้ง่ายขึ้น
หมดมุก ทำยังไงดี?
- การหยุดฝืนคิด ช่วยเปิดมุมมองใหม่: การถอยออกมาสักก้าว มักทำให้เห็นสิ่งที่มองข้ามไปก่อนหน้า
- ชีวิตรอบตัว คือแหล่งไอเดียที่สดที่สุด: ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครอบครัว หรือที่ทำงาน ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องเล่า
- คาแรกเตอร์จริง ช่วยให้การเล่าเรื่องมีมิติ: การหยิบคนใกล้ตัว เช่น ‘ป้าข้างบ้าน’ มาเป็นต้นแบบ ทำให้เรื่องดูมีชีวิตมากขึ้น
- อินไซต์จากคนรอบตัว ไม่มีวันหมดถ้าเรายังใส่ใจ: แค่กลับมาสังเกตอย่างตั้งใจ ไอเดียใหม่ก็เกิดขึ้นได้เสมอ
ใส่ใจการทำงานกับลูกค้า

เพราะในวันที่บริบทการทำงานเปลี่ยนไปโดยเฉพาะภายใต้เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนการทำงานกับลูกค้าอาจไม่ได้มีแค่ทำตามบรีฟอีกต่อไป แต่คือการมองลูกค้าในมุมใหม่
- ลูกค้าในฐานะทรัพยากรสำคัญ: เมื่อไม่ใช่แค่ผู้จ่ายเงิน แต่คือโอกาสในการสร้างผลงานและการเติบโต โดยเฉพาะแบรนด์ใหญ่ที่สามารถกลายเป็นเวทีให้คนรู้จักเราได้
- การใช้ทรัพยากรอย่างสร้างสรรค์: ใช้งบประมาณเดิมอาจไม่จำเป็นต้องใช้แบบเดิม ลองเปลี่ยนจากงบพื้นที่เป็นงบประสบการณ์ เช่น กิจกรรมหรือการมีส่วนร่วม ที่สร้างทั้งการรับรู้และความสัมพันธ์กับผู้ชม
- Soft Power ในฐานะอำนาจต่อรอง: เมื่อเรามีตัวตนที่ชัดและผลงานที่แข็งแรง เราจะเริ่มมีพื้นที่ในการเสนอความคิด ไม่ใช่แค่ทำตามโจทย์ที่ได้รับ
- ลูกค้าในฐานะสนามทดลอง: งานบางชิ้นอาจไม่ใช่แค่โปรเจกต์ แต่คือพื้นที่ให้ลองสิ่งใหม่ ออกจาก Comfort Zone และพัฒนางานของตัวเองไปพร้อมกัน
การใส่ใจแนวคิดการทำงาน ฉบับคนธรรมดาชุบแป้งทอด
การเติบโตของครีเอเตอร์ อาจมองได้เหมือนการปลูกต้นไม้
- ราก ที่สื่อถึง Passion: จุดเริ่มต้นที่ต้องแข็งแรง เพราะคือสิ่งที่ทำให้เรายืนระยะได้ในวันที่เจอแรงกดดัน
- ลำต้น ที่สื่อถึง Identity: โครงสร้างหลักที่ทำให้คนจดจำ ยิ่งชัดเจน ยิ่งสร้างความแตกต่าง
- กิ่ง ที่สื่อถึง Output: การต่อยอดผลงานให้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์ สินค้า หรือกิจกรรม
- ผล ที่สื่อถึง Result: สิ่งที่ตามมา ทั้งรายได้ โอกาส และการเป็นที่จดจำในระยะยาว
- ปุ๋ย ที่สื่อถึง Mental Energy: การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้งาน เพราะการพักคือส่วนหนึ่งของการไปต่อ
Session นี้จึงได้ชวนทุกคนกลับมาปลูกต้นไม้ของตัวเองอีกครั้ง โดยเริ่มจากวางรากที่แข็งแรง สร้างลำต้นให้ชัด แตกกิ่งให้หลากหลาย และปล่อยให้ผลลัพธ์เติบโตตามจังหวะของมัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ต้นไม้แต่ละต้นไม่จำเป็นต้องเหมือนกันแต่ควรสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของคนปลูกให้ชัดที่สุดนั่นเอง
รายละเอียดแคมป์
- ระยะเวลาแคมป์: 25 เม.ย. – 30 พ.ค. 69 (เรียนทุกวันเสาร์ตลอด 6 สัปดาห์)
- เวลาเรียน: 09.30 – 17.30 น. (ลงทะเบียนเรียน 09.00 น.)
- สถานที่: คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ
