
ในตอนนี้การแปะลิงก์ในโพสต์เพื่อพาคนออกไปแลนด์ดิงนอกแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะบน Facebook อาจจะไม่ได้เป็นฟังก์ชันพื้นฐานอีกต่อไป เพราะโควต้าที่มีให้สำหรับเพจที่ไม่ได้เสียค่าบริการ จะโพสต์ลิงก์ได้แค่ 2 ครั้งต่อเดือน และหากอยากได้จำนวนลิงก์ในโพสต์เพิ่ม จะต้องสมัครบริการแพ็กเกจ Meta One แทน
ซึ่งแม้นี่จะไม่ใช่นโยบายบังคับให้ทุกเพจทั่วโลกต้องเสียค่าบริการเพิ่ม แต่ก็เป็นการทดสอบที่ Meta มาตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2025 และเริ่มขยายให้มีผลกับหลาย ๆ เพจทั่วโลกมากขึ้น หลังเปิดตัวแพ็กเกจ Meta One สำหรับครีเอเตอร์และธุรกิจอย่างเป็นทางการ
โดยการคิดค่าบริการสำหรับ Link Posts นั้นไม่ใช่การคิดแบบรายลิงก์ตามจำนวนที่มีในโพสต์ แต่เป็นการกำหนดให้โควต้าสำหรับเพจที่ใช้บริการฟรีแบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่านั้น แต่หากเริ่มมีมากกว่านั้นระบบจะมีแนะนำบริการ Meta One ขึ้นมา
พร้อมฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่จะได้รับ ไม่ว่าจะเป็น การยืนยันตัวตน เครื่องมือวิเคราะห์ การจัดการบัญชี การตั้งเวลาโพสต์ รวมถึงความสามารถในการใส่ลิงก์ในคอนเทนต์บางประเภทด้วย แต่ในตอนนี้เพจประเภท Publisher ยังได้รับการยกเว้นจากการทดสอบ
เพื่อให้คอนเทนต์และข่าวสารยังคงไหลเข้าสู่อัลกอริทึมของ Facebook ได้ตามปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่าสำนักข่าวหรือเพจสื่อทุกเพจจะได้รับการยกเว้นโดยอัตโนมัติ เพราะสิทธิ์ขึ้นอยู่กับประเภทแอ็กเคานต์ที่ระบบของ Facebook กำหนดไว้ด้วย
อย่างไรก็ตาม การโพสต์ลิงก์บน Facebook ก็เริ่มมียอด Reach น้อยลงมานานแล้ว ต่อให้มาตรการใหม่นี้จะส่งผลต่อเพจหรือแบรนด์ที่ใช้ Facebook เพื่อเป็นหน้าแลนด์ดิงไปสู่เว็บไซต์ก็ตาม แต่ข้อมูลของ Meta ก็ยิ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่า โพสต์ประเภทลิงก์มีการมองเห็นน้อยลงมานานแล้ว
อ้างอิงจาก Widely Viewed Content ประจำไตรมาสแรกของปี 2026 นั้น 98.7% ของยอดดูโพสต์ในสหรัฐฯ เป็นโพสต์ที่ไม่มีลิงก์ และมีเพียง 1.3% ที่เข้าไป Interact กับ External Link ซึ่งสถิติลดลงจากปี 2022 ไปที่ 9.8% แล้ว
จึงเป็นไปได้ว่าข้อจำกัดใหม่อาจไม่ได้ทำให้ Reach ลดลงเยอะ เพราะอัลกอริทึมก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับโพสต์ลิงก์มากนัก แต่สิ่งที่เปลี่ยนชัดเจนคือ Meta กำลังตีราคาให้กับโพสต์ที่มี External Link ใหม่
ในมุมเพจ ครีเอเตอร์ หรือแบรนด์จึงควรใช้โควตา External Link กับแคมเปญที่สร้างยอดขายหรือ Lead ได้จริง รวมถึงมีการใช้ Reels, Carousel หรือโพสต์ภาพเพื่อสร้างความสนใจก่อนพาคนไปยังเว็บไซต์จริงแทน
อีกทั้งการสมัครค่าบริการแบบแพ็กเกจอย่าง Meta One ก็เป็นเพียงการปลดล็อกเครื่องมือหรือเพิ่มโควตาเท่านั้น เพราะไม่ได้รับประกันว่าโพสต์ที่มี External Link จะมียอด Reach สูงขึ้น และไม่สามารถใช้ทดแทนงบโฆษณาได้โดยตรงอยู่แล้ว
ส่วนครีเอเตอร์ก็ควรพัฒนา Owned Audience เช่น อีเมล เว็บไซต์ หรือ Community ที่ไม่ต้องขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มเดียว รวมถึงควรมีการทดลองทั้งการวางลิงก์ในโพสต์ คอมเมนต์ โปรไฟล์ และ Reels แล้ววัดผลจริงว่าแบบไหนช่วยให้การมองเห็น หรือเอนเกจเมนต์เพิ่มขึ้นได้
และสาย Affiliate ที่มีการแปะลิงก์ขายสินค้าในโพสต์อยู่แล้ว ก็ควรวัดให้ชัดเจนว่าลิงก์หนึ่งโพสต์สร้างรายได้กลับมาเท่าไหร่ เพื่อให้ตัดสินใจได้ถูกว่าควรสมัครแพ็กเกจ Meta One หรือไม่
ที่มา: https://www.socialmediatoday.com/news/facebook-pages-get-charged-for-link-posts/830743/
