
Meta เปิดตัว “Meta One” บริการแบบสมัครสมาชิกใหม่ รวมฟีเจอร์พิเศษจาก Instagram, Facebook, WhatsApp และ Meta AI เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์ตั้งแต่ผู้ใช้ทั่วไป ไปจนถึงครีเอเตอร์และนักธุรกิจ แบรนด์ รวมถึงเอเจนซี ได้มีเครื่องมือสำหรับสร้างคอนเทนต์ให้ง่ายขึ้น ซึ่งตอนนี้มีมากถึง 50 ฟีเจอร์เลยทีเดียว!
ก่อนหน้านี้มีการใช้เครื่องมือต่าง ๆ บนแพลตฟอร์มที่แยกกัน แต่ตอนนี้ Meta มีบริการที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน Link in Post, Link in Page สามารถใช้ได้เลยบน Meta One ที่เปิดให้ใช้งานสำหรับผู้ที่มีอายุบรรลุนิติภาวะแล้ว แบบไม่ต้องกังวล Teen User Policy
โดย Meta One ได้เปิดตัวและมียอดสมัครสมาชิกและทดลองใช้งานรวมแล้ว 15 ล้านครั้งแล้ว ซึ่งในอนาคตบริษัทมีแพลนที่จะขยายบริการต่อไปยัง Edits, แว่นตา AI และโปรดักต์อื่น ๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์พื้นฐานของ Instagram, Facebook, WhatsApp และ Meta AI จะยังเปิดให้ใช้งานฟรีตามเดิม
ส่วน Meta One จะเป็นบริการเสริมสำหรับผู้ที่ต้องการความสามารถเพิ่มเติมและโควตาการใช้งาน AI ที่มากขึ้น พร้อมแบ่งเป็นแพ็กเกจหลัก 3 แบบ คือ
- Plus: แพ็กเกจแยกรายแอปสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
- Bundle Core และ Premium: แพ็กเกจสำหรับผู้ใช้หลายแอปและผู้ใช้งาน AI ระดับโปร
- Essential, Advanced, Expert และ Max: แพ็กเกจสำหรับครีเอเตอร์และนักธุรกิจ
แพ็กเกจ Plus
Meta เริ่มเปิดตัวแพ็กเกจแบบเดี่ยวรายแอปตั้งแต่ช่วงต้นปี ซึ่งมีทั้ง Instagram Plus, Facebook Plus และ WhatsApp Plus โดยเน้นฟีเจอร์ด้านการปรับแต่งและการใช้งานที่แตกต่างกัน
- Instagram Plus: เพิ่มเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้ติดคามการเคลื่อนไหวบน DM และ Stories ได้มากขึ้น
- Facebook Plus: เน้นการปรับแต่งและข้อมูลเชิงลึกของคอนเทนต์ ทั้ง Messenger, Reels และ Super Reactions
- WhatsApp Plus: เน้นการจัดระเบียบและปรับแต่งประสบการณ์แชต เช่น ธีม ไอคอน สติกเกอร์ และการปักหมุดแชตเพิ่มเติม
แพ็กเกจ Meta One Core และ Premium
สำหรับผู้ที่ใช้งานหลายแพลตฟอร์ม Meta มีแพ็กเกจแบบ Bundle ที่นำฟีเจอร์จากแพ็กเกจ Plus มารวมไว้ในบริการเดียว และจะได้รับสิทธิ์ใช้งาน AI บางประเภทที่ต้องใช้การประมวลผลขั้นสูงมากขึ้น ทั้งการสร้างรูปภาพและวิดีโอด้วย AI รวมถึงเครื่องมืออย่าง Muse, Restyle และ Voice Effects
แพ็กเกจ Essential, Advanced, Expert และ Max
สำหรับครีเอเตอร์ นักธุรกิจ แบรนด์หรือเอเจนซี จะมีแพ็กเกจย่อยแบ่งออกเป็น 4 ระดับ โดยเพิ่มตั้งแต่เครื่องหมายยืนยันตัวตน ระบบป้องกันการแอบอ้าง ไปจนถึงเครื่องมือวิเคราะห์ การใส่ลิงก์ในคอนเทนต์ และการให้ทีมงานเข้ามาช่วยบริหารแอ็กเคานต์
Essential: แพ็กเกจเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแอ็กเคานต์ ที่มีทั้ง
- Verified Badge
- ระบบป้องกันการแอบอ้างแอ็กเคานต์
- หน้ารวมลิงก์พร้อมรูปภาพ
- สิทธิ์ใช้งานฟีเจอร์ Plus
- เพิ่มโควตาการใช้งาน Meta AI สำหรับครีเอเตอร์
- เพิ่มโควตาการใช้งาน Meta Business Agent สำหรับธุรกิจ
Advanced: แพ็กเกจที่เริ่มมีเครื่องมือช่วยสร้าง Traffic และบริหารคอนเทนต์อย่างจริงจัง
- เพิ่มลิงก์ที่กดได้ในโพสต์และ Reels สูงสุด 4 ลิงก์ต่อเดือน
- เพิ่มลิงก์ที่กดได้ใน Facebook Posts และ Reels สูงสุด 8 ลิงก์ต่อเดือน
- มีปุ่ม Follow ที่เด่นขึ้น
- ทำให้มองเห็นง่ายบน Facebook Feed
- Competitive Insights บน Instagram
- Custom Audience Insights บน Facebook
- ตั้งเวลาโพสต์ Facebook ล่วงหน้าได้นานสูงสุด 1 ปี
- แชร์สิทธิ์ดูแล Instagram ให้ทีมได้สูงสุด 4 คน
- ติดต่อเจ้าหน้าที่ Support ได้ 1 ครั้งต่อเดือน
Expert: แพ็กเกจเหมาะกับครีเอเตอร์มืออาชีพ แบรนด์และทีมคอนเทนต์ที่มี Workflow ซับซ้อน
- แชร์สิทธิ์ดูแล Instagram ได้สูงสุด 8 คน
- ติดต่อเจ้าหน้าที่ Support ได้ 5 ครั้งต่อเดือน
- เพิ่มจำนวนโพสต์และ Reels ที่ใส่ลิงก์ได้
- เพิ่มจำนวนสาขาหรือโปรไฟล์ที่แสดงใน Enhanced Profile
- เพิ่มโควตา Meta AI และ Meta Business Agent
- เพิ่มสิทธิ์จัดการกรณีที่คอนเทนต์ต้นฉบับถูกนำไปใช้ซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต
Max: แพ็กเกจเหมาะกับองค์กร เอเจนซีหรือทีมขนาดใหญ่ โดยมาพร้อมสิทธิ์ระดับพรีเมียม
- แชร์สิทธิ์ดูแล Instagram ได้สูงสุด 30 คน
- ติดต่อ Premium Support ได้ไม่จำกัด
- เพิ่มลิงก์ใน Facebook Posts และ Reels ได้ไม่จำกัดตามเงื่อนไขแพ็กเกจ
- เพิ่มลิงก์ใน Instagram Posts และ Reels ได้สูงสุดอย่างละ 12 ลิงก์ต่อเดือน
- รับคำแนะนำด้านกลยุทธ์คอนเทนต์แบบส่วนตัวทุก 6 เดือนสำหรับครีเอเตอร์
- ได้รับโควตา Meta AI และ Meta Business Agent ระดับสูงสุด
ซึ่งนอกจากแพ็กเกจที่เปิดตัวบนแอปหลักแล้วMeta ยังเตรียมขยาย Meta One ไปยัง Edits โดยมีแผนเปิดบริการ Edits Plus ซึ่งจะเพิ่ม Cloud Storage และ Edits Assistant สำหรับช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจาก Instagram พร้อมแนะนำไอเดียสำหรับคอนเทนต์ใหม่ได้
และตอนนี้ Meta One กำลังทยอยเปิดให้ใช้งานอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ รวมถึงการทยอยเปิดสิทธิ์ให้แอ็กเคานต์ในประเทศไทย โดยผู้ใช้ต้องตรวจสอบผ่านแอป Instagram, Facebook หรือ WhatsApp บน iPhone และ Android โดยระบบจะแสดงแพ็กเกจ ราคาและสิทธิประโยชน์ที่แอ็กเคานต์ได้รับก่อนยืนยันการสมัคร
เรียกได้ว่า Meta One อาจทำให้ครีเอเตอร์สามารถบริหารช่องทางของตัวเองเหมือนธุรกิจได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่การวิเคราะห์คู่แข่ง การจัดการทีม การส่ง Traffic ออกจากแพลตฟอร์ม ไปจนถึงการใช้ AI ช่วยคิดและผลิตคอนเทนต์
แต่ในขณะเดียวกันก็อาจสร้างความแตกต่างให้กับครีเอเตอร์ที่จ่ายค่าสมัครแพ็กเกจ กับครีเอเตอร์ที่ใช้งานฟรี เพราะสามารถเข้าถึงอินไซต์หลังบ้านให้วิเคราะห์ได้มากกว่า Meta One จึงไม่ใช่เพียงการรวมแพ็กเกจของ Facebook, Instagram และ WhatsApp แต่เป็นก้าวสำคัญที่ Meta กำลังเปลี่ยนเครื่องมือสำหรับสร้างสรรค์คอนเทนต์และทำธุรกิจให้กลายเป็นบริการแบบสมาชิกเต็มรูปแบบ
ที่มา: https://www.facebook.com/business/news/introducing-meta-one-plans-for-businesses
