เมื่อ AI ทำคอนเทนต์ได้เหมือนกันหมด แบรนด์จะชนะด้วยอะไร?

Session: Emotional Agency: From Feeling to Impact ความฉลาดอาจมาจาก AI แต่ความหมายต้องมาจากคน
โดย Damisa Ongsiriwattana, Thamakorn Ruchakityanon และ Nopparath Eksuwancharoen จาก SOUR Bangkok

ปีที่ผ่านมามีคำพูดมากมายว่า “AI จะมาแทนคนทำงาน“
แต่จริง ๆ แล้วเมื่อพิจารณาจะพบว่า งานที่ไม่มีหัวใจ AI จะทำแทนได้ก่อน ถึงจะรู้เยอะก็ไม่มีทางรู้ว่าคนไทย ประชดกันยังไง เพราะบางประเด็น หรือคำบางคำนั้นมีความหมายที่ลึกกว่าสิ่งที่สื่อ

Emotional Intelligence: ปัญญาเข้าใจมนุษย์

ปัจจุบัน Marketing กำลังเข้าสู่ยุค ‘Emotion Economy’ คือเรื่องของ Logic Convinces แต่ Emotion Converts เพราะคนยอมซื้อผ่านความรู้สึกมากกว่า
สิ่งที่มีมูลค่ามหาศาลสำหรับแบรนด์ ที่เกิดจาก Emotional
  •  Trust: ทำให้คนกล้าซื้อ
  •  Fandom: คนดูเชียร์เพื่อซื้อของกันเอง
  •  Belonging: สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกภูมิใจ
  •  Meaning: มีความหมายต่อ Consumer
  •  Human Feeling: ทำให้รู้สึกได้ หรือเกิดความรู้สึก

Agency Next Gen

คือไม่ใช่ Content Factory แต่เป็น Emotaional Translator ที่ต้องเปลี่ยน
  •  Translate Data ให้เป็น Feeling
  •  Trend ให้เป็น Tension
  •  Product ให้เป็น Meaning
  •  Campaign ให้เป็น Culture

5 วิธีการใช้งาน Emotional Convinces

  •  อ่านระหว่างบรรทัด… ตลอดเวลา: มองเข้าไปให้เห็นช่องว่างของเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าสิ่งที่เกิดร่วมกันมีอะไรบ้าง เพราะ Insights ที่ดี ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่คือเรื่องจริงที่ยังไม่มีใครพูด
  •  รู้ว่าคน…อยากดูอะไร: คนไม่ได้อยากดูโฆษณา แต่คนอยากดูเรื่องตัวเอง เพราะเป็นเรื่องที่เกิดอารมณ์ร่วม หรือเข้าใจบริบทได้ทันที ที่ใช้ความเชื่อของคนเข้ามาร่วมด้วย
  •  หลายครั้ง ดังเพราะ ‘บ้า’ : ยุคนี้ AI Generate Perfection ได้หมด ดังนั้นเมื่อคนเบื่อ ให้ลองบ้า เพราะยุคนี้คนดูจับทาง AI ได้หมด ดังนั้นวิธีที่จะรอดคือการฉีกความบ้าออกมา
  •  Campaign to Culture: อย่าทำงานที่คนดูแล้วจบ เพราะเมื่อก่อน Campaign คือ Attention แต่ปัจจุบันCulture คือการ Participation นั่นเอง เพราะในบางครั้งเราสามารถที่จะสร้าง Culture ได้เอง
  •  เปลี่ยนความรู้สึกเป็นยอดขาย: ใช้ความรู้สึก อารมณ์ให้เป็นยอดขายเพราะคนใช้อารมณ์นำ และเหตุผลจะตามมา แต่ในโลกของ Marketer จะใช้ Emotional เปบี่ยนเป็นยอดขายโดยการสร้างความอยากให้กับคน

ลูกค้าบรีฟว่าอยากได้ ‘Viral’

แล้ว Viral ไม่ได้เกิดจาก Reach แต่เกิดจาก Reaction เมื่อไหร่ที่กลัวยอดคนดู หรือผลลัพธ์ ความครีเอทีฟจะไม่เกิด หรือสิ่งให้ลองออกจากกรอบความกลัวบรีฟ หรือกรอบที่คิดว่าคนดูจะอยากรู้หรืออยากดูไปก่อน เพื่อให้กรอบของความบ้า กรอบของความคิดสุดโต่งจะได้มีพื้นที่ได้เฉิดฉาย
เพราะงานที่ทุกคนโอเค แต่มักจะไม่มีใครจำ และ AI มักจะถูดเทรนด์มาเพื่อให้เชื่องและรับสารที่เป็นตัวอักษร ไม่สามารถเก็บเกี่ยวอามรณ์ได้ ดังนั้นทางออกของบรีฟและความไวรัล คือการที่ Marketer เองต้องกล้าที่จะ Debate เพื่อให้ผลลัพธ์หรือทางแก้ปัญหานี้ได้ลองทำออกมานั่นเอง
ดังนั้นแล้วสิ่งที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้คือการสร้าง Emotional ที่เปลี่ยนเป็นยอดขายได้ด้วยการสร้างความอยากให้สมองคน

ก่อนปล่อยงานควร ถาม 3 ข้อนี้

  1.  คนจะ ‘รู้สึก’ มั้ย?
  2.  คนจะ ‘พูดต่อ’ มั้ย?
  3.  ถ้าเอา Logo ออกไป งานนี้จะยัง ‘น่าสนใจ’ มั้ย?
เพราะท้ายที่สุดแล้ว AI สามารถที่จะทำให้ทุกคนเป็น Marketing ได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำให้คนดู ‘รู้สึกได้’
#AssetWisePresentsMarketingOopsSummit2026 #MarketingOopsSummit2026
Copyright © 2026 RAiNMaker. All rights reserved.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save