ใครยิงแอด Facebook ต้องรีบเช็ก! มาตรการ No ID, No Ads พร้อมวิธียืนยันตัวตนก่อน 1 พ.ย. นี้

Meta กำลังอัปเดตข้อกำหนดการยืนยันตัวตนสำหรับผู้ลงโฆษณาทุกรายที่กำหนดเป้าหมายในประเทศไทย โดยต้องยืนยันตัวตนให้เสร็จภายในปลายเดือนตุลาคม 2569 เพื่อให้ทันก่อนมาตรการมีผลในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ตามมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของ ETDA และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ภายใต้แนวทาง “No ID, No Ads”

โดยมาตรการนี้เกิดขึ้นเพื่อลดช่องทางที่มิจฉาชีพใช้โฆษณาออนไลน์หลอกลวงประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานโดยตรง โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องตรวจสอบและยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา ก่อนเผยแพร่โฆษณา ที่กำหนดเป้าหมายมายังประเทศไทย ไม่ว่าผู้ลงโฆษณาจะอยู่ในไทยหรือต่างประเทศ เมื่อทุกบัญชีโฆษณาผูกกับตัวตนจริงที่ตรวจสอบได้ ก็จะช่วยให้ติดตามตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังโฆษณาได้เมื่อเกิดปัญหา

และเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการโฆษณาที่น่าเชื่อถือขึ้นทั้งสำหรับผู้บริโภคและผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอย่างถูกต้อง สำหรับ Meta ได้ปรับข้อกำหนดการยืนยันตัวตนของผู้ลงโฆษณาทุกรายที่กำหนดเป้าหมายในไทยให้สอดคล้องกับมาตรการนี้ ซึ่งหมายความว่าทั้งเจ้าของธุรกิจรายเล็ก ร้านค้าออนไลน์ และเอเจนซี ต่างต้องดำเนินการเช่นเดียวกัน

ใครบ้างที่ต้องยืนยันตัวตน?

นั่นคือกลุ่มผู้ลงโฆษณาทุกรายที่กำหนดเป้าหมายไปยังประเทศไทยต้องยืนยันตัวตนก่อน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจ ร้านค้าออนไลน์ หรือเอเจนซีที่ดูแลบัญชีโฆษณาให้ลูกค้า และไม่ว่าผู้ลงโฆษณาจะอยู่ในไทยหรือต่างประเทศก็สามารถทำได้ใน 3 ขั้นตอนต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1: เตรียมเอกสารให้พร้อม

Meta ให้ใช้เอกสารดังต่อไปนี้ในการยืนยัน

  • เอกสารประจำตัวที่ออกโดยราชการ: เช่น บัตรประชาชน หรือพาสปอร์ต
  • เอกสารทางธุรกิจที่เป็นทางการ: สำหรับผู้ลงโฆษณาในนามบริษัทหรือองค์กร
  • เอกสารเพิ่มเติม (ถ้าระบบร้องขอ): เช่น หนังสือมอบอำนาจ กรณีมีผู้ดำเนินการแทน

ทั้งนี้เอกสารที่ต้องใช้จริงอาจต่างกันตามประเภทผู้ลงโฆษณา จึงควรตรวจสอบรายละเอียดในระบบก่อนส่งข้อมูล

ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบและเริ่มยืนยันตัวตน

สำหรับขั้นตอนนี้สามารถเช็กได้ง่าย ๆ ผ่าน 2 ช่องทาง

ช่องทางที่ 1: ดูการแจ้งเตือน

  1. เข้า Ads Manager หรือ Meta Business Suite
  2. ดูการแจ้งเตือนที่เกี่ยวกับการยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา
  3. กดเข้าไปตามขั้นตอนที่ระบบแจ้ง แล้วกรอกข้อมูลและส่งเอกสารให้ครบ

ช่องทางที่ 2: ไม่เห็นการแจ้งเตือน

  1. ไปที่ Business Settings
  2. เลือกเมนู Authorizations and verifications
  3. ตรวจสอบว่ามีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการหรือไม่ แล้วทำตามคำแนะนำของระบบ

แนะนำ: เข้าไปยืนยันล่วงหน้าได้เลย ไม่ต้องรอให้ระบบแจ้งเตือน

ดังนั้นเมื่อส่งเอกสารแล้ว อย่าลืมกลับมาเช็กสถานะอีกครั้งว่าผ่านเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่เพียงส่งเอกสารไปเท่านั้น

ขั้นตอนที่ 3: ทำให้เสร็จภายในปลายเดือนตุลาคม 2569

สำหรับผู้ลงโฆษณาควรยืนยันตัวตนให้เสร็จภายในปลายเดือนตุลาคม 2569 และสามารถเริ่มได้ตั้งแต่วันนี้โดยไม่ต้องรอแจ้งเตือน

หากยังไม่ยืนยันตัวตนตามกำหนด

  • ไม่สามารถเผยแพร่โฆษณาใหม่ได้
  • ไม่สามารถแก้ไขโฆษณาเดิมที่มีอยู่ได้

สำหรับเจ้าของธุรกิจและเอเจนซี ควรตรวจสอบเพิ่มเติมดังนี้

  • เช็กสถานะการยืนยันตัวตนของทุกบัญชีโฆษณาที่ดูแล
  • ตรวจสอบว่าข้อมูลและเอกสารที่ส่งถูกต้องและครบถ้วน
  • หากมีผู้จ่ายค่าโฆษณาแทน ให้เตรียมข้อมูลผู้จ่ายเงินตามที่แพลตฟอร์มกำหนด
  • เผื่อเวลาสำหรับการตรวจสอบหรือส่งเอกสารเพิ่มเติม
  • เอเจนซีควรแจ้งลูกค้าให้เตรียมเอกสารล่วงหน้า เพื่อไม่ให้แคมเปญสะดุด

ยืนยันตัวตนแล้วใช้ได้นานแค่ไหน?

การยืนยันตัวตนมีอายุ 1 ปี หลังจากนั้นอาจต้องยืนยันใหม่ก่อนลงโฆษณาอีกครั้ง นอกจากนี้ แพลตฟอร์มต้องเก็บข้อมูลที่จำเป็นสำหรับระบุตัวผู้เกี่ยวข้องกับโฆษณาไว้อย่างน้อย 90 วันหลังสิ้นสุดการใช้บริการ เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หลักฐานแสดงตัวตน และข้อมูลผู้ชำระเงินในกรณีที่เป็นบุคคลอื่น

สรุปขั้ยตอนที่ทำได้ทันทีไม่ต้องรอ!

  1. ดูการแจ้งเตือนใน Ads Manager หรือ Meta Business Suite
  2. หรือเข้า Business Settings แล้วเลือก Authorizations and verifications
  3. ยืนยันตัวตนให้เสร็จภายใน ปลายเดือนตุลาคม 2569

สำหรับใครที่ยิงแอดบน Facebook ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจ ร้านค้าออนไลน์ หรือเอเจนซี ควรรีบตรวจสอบสถานะและยืนยันตัวตนให้เรียบร้อยก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เพื่อไม่ให้การลงโฆษณาสะดุดในช่วงที่มาตรการเริ่มบังคับใช้ อย่ารอให้ถึงวันบังคับใช้แล้วค่อยเริ่มทำ และติดตามประกาศล่าสุดจาก Meta และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การยิงแอดเดินหน้าต่อได้ไม่พลาดโอกาสทางธุรกิจ

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.facebook.com/share/p/19sZofqNwU/

Copyright © 2026 RAiNMaker. All rights reserved.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save