
Meta เปิดข้อมูลการเติบโตของแพลตฟอร์ม Facebook, Instagram และ Threads ในไตรมาส 3 ปี 2026 พบว่าเวลาการใช้งาน Instagram ต่อผู้ใช้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์! ขณะที่ Reels เติบโตต่อเนื่องทั้งบน Instagram และ Facebook ส่วน Threads กลับพบว่าผู้ใช้งานรายเดือนแซงหน้า X แล้ว สะท้อนทิศทางการพัฒนาแพลตฟอร์มที่เน้นวิดีโอ คอนเทนต์ที่ตรงความสนใจ และระบบแนะนำที่ขับเคลื่อนด้วย AI
โดยข้อมูลดังกล่าวมาจากการรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ของ Meta เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ทางด้าน Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Meta ระบุว่าปัจจุบันแอปพลิเคชันในเครือ Meta ได้มีผู้ใช้งานรวมกันถึง 3.64 พันล้านคนต่อวัน พร้อมเห็น Engagement บน Facebook และ Instagram ที่ทำสถิติสูงสุดจากการเติบโตของวิดีโอ!
Instagram Reels โตต่อเนื่อง เกือบ 45%
ซึ่ง Meta ได้เผยว่าเวลาการใช้งาน Instagram ต่อผู้ใช้ทั่วโลกแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 3 โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากทั้ง Reels และ Feed โดยในด้าน Reels มีเวลารับชมเพิ่มขึ้นมากกว่า 4% จากการปรับปรุงระบบแนะนำคอนเทนต์ในไตรมาสนี้ ซึ่งใช้โมเดล AI ที่สามารถประเมินลำดับของ Reels หลายคลิปพร้อมกัน แทนการพิจารณาแต่ละคลิปแยกจากกัน รวมถึงนำสัญญาณพฤติกรรมการรับชมที่ละเอียดขึ้นมาใช้ประกอบการแนะนำ
ทั้งนี้อีกหนึ่งตัวเลขที่น่าสนใจคือ เกือบ 45% ของ Reels ที่ Instagram แนะนำให้ผู้ใช้รับชม เป็นคอนเทนต์ที่เผยแพร่ไม่เกิน 1 วัน เพิ่มขึ้นมากกว่า 11 จุดเปอร์เซ็นต์จากไตรมาส 2 ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้สอดคล้องกับแนวทางของ Instagram ที่ให้ความสำคัญกับ Original Comtent มากขึ้น โดยก่อนหน้านี้แพลตฟอร์มได้ปรับระบบแนะนำเพื่อจำกัดการมองเห็นบัญชีที่นำคอนเทนต์ของผู้อื่นมาเผยแพร่ซ้ำโดยไม่สร้างผลงานต้นฉบับ
ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่าคอนเทนต์ใหม่ ๆ นั้นมีโอกาสเข้าสู่ระบบ Recommendation มากขึ้น ขณะเดียวกัน Meta ก็ได้ระบุว่า Engagement ส่วนใหญ่ของ Reels มีแนวโน้มเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เผยแพร่ จึงเป็นอีกปัจจัยที่ควรคำนึงถึงในการวางแผนปล่อยคอนเทนต์สำหรับครีเอเตอร์นั่นเอง
Facebook Reels ทำสถิติสูงสุด
ถึงแม้ Facebook จะเป็นแพลตฟอร์มที่อยู่มานาน แต่ในปัจจุบันนั้นเองที่ Reels กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยดึงเวลาการใช้งานกลับมา เมื่อ Meta ได้เผยว่าเวลารับชม Reels บน Facebook แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 3 และเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักเมื่อเทียบกับปีก่อนเป็นอย่างมาก
ซึ่งเบื้องหลังการเติบโตส่วนหนึ่งมาจากการพัฒนาระบบ Recommendation คอนเทนต์ด้วย AI จากการที่ Meta ได้มีการเริ่มใช้ Generative Retrieval ที่นำแนวคิดจากโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) มาช่วยทำความเข้าใจเนื้อหา และสร้างตัวเลือกสำหรับการแนะนำโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ โดยระบบนี้ได้เปิดใช้งานมาแล้วประมาณ 25% ของยอดการรับชม Feed จากบัญชีที่ผู้ใช้ไม่ได้เชื่อมต่อกัน และประมาณ 50% ของยอดการรับชม Reels โดยช่วยเพิ่มเวลารับชม Reels ได้ 1%
นอกจากนี้ Meta ยังเพิ่มปริมาณข้อมูลประวัติการรับชมที่โมเดลจัดอันดับสามารถนำมาพิจารณาได้เป็นสองเท่า ส่งผลให้เวลารับชม Reels ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีก 1% ตัวเลขเหล่านี้เองที่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า Facebook ไม่ได้แข่งขันด้วยฐานผู้ใช้เดิมเพียงอย่างเดียว แต่กำลังใช้ AI เพื่อทำให้คอนเทนต์ที่ผู้ใช้สนใจถูกค้นพบได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรอให้โพสต์นั้นมียอด Engagement จำนวนมากก่อน
Threads แซง X ผู้ใช้ใช้เวลาบนแพลตฟอร์มเพิ่มกว่า 20%
อีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ Meta จับตามองคือ Threads ซึ่ง Mark Zuckerberg ได้ยืนยันว่าปัจจุบันมีผู้ใช้งานรายเดือนแซงหน้า X แล้ว โดย Threads มีผู้ใช้งานรายเดือนมากกว่า 500 ล้านคน ขณะที่ Susan Li ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Meta เปิดเผยว่าเวลาการใช้งาน Threads ต่อผู้ใช้เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายเครือข่ายผู้ใช้ และการปรับปรุงระบบแนะนำคอนเทนต์ให้ตรงกับความสนใจ ทันต่อเหตุการณ์ และมีความเฉพาะบุคคลมากขึ้น
การเติบโตนี้ทำให้ Threads กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าจับตาสำหรับนักการตลาดและแบรนด์ โดยเฉพาะการสร้างบทสนทนา การเข้าถึงชุมชน และการติดตามประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจบนโซเชียลมีเดีย แต่อย่างไรก็ตามจำนวนผู้ใช้งานรายเดือนและเวลาที่ใช้บนแพลตฟอร์มเป็นคนละตัวชี้วัดกับจำนวนผู้ใช้งานรายวันหรือประสิทธิภาพในการสร้างรายได้ จึงยังต้องติดตามต่อไปว่า Meta จะเปลี่ยนการเติบโตของ Threads ให้เป็นโอกาสทางธุรกิจได้มากเพียงใด
Meta เปิด Creator Marketing Hub รวมครีเอเตอร์กว่า 10 ล้านราย
นอกจากการพัฒนาระบบแนะนำคอนเทนต์แล้ว Meta ยังเดินหน้าสนับสนุนการทำการตลาดผ่านครีเอเตอร์ โดยเปิดให้ผู้ลงโฆษณาทั่วโลกใช้งาน Creator Marketing Hub ได้แล้ว ซึ่งเป็นศูนย์รวมเครื่องมือสำหรับค้นหาครีเอเตอร์และนำคอนเทนต์ไปต่อยอดเป็นโฆษณา
ปัจจุบัน Creator Marketing Hub ได้มีครีเอเตอร์ให้แบรนด์ค้นหาและร่วมงานมากกว่า 10 ล้านราย พร้อมเตรียมผสาน Meta AI Business Assistant เข้ากับระบบ เพื่อให้ผู้ลงโฆษณาสามารถค้นหาครีเอเตอร์ด้วยภาษาสนทนา เลือกคอนเทนต์ที่ต้องการนำไปใช้ใน Partnership Ads และรับคำแนะนำตลอดกระบวนการทำ Creator Marketing ได้สะดวกขึ้น
ทิศทางนี้กำลังสะท้อนว่า Meta ได้เชื่อมโยงการเติบโตของแพลตฟอร์มเข้ากับธุรกิจโฆษณาอย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยไม่ได้มุ่งเพิ่มเวลาการใช้งานของผู้ใช้เท่านั้นแต่ยังพัฒนาเครื่องมือให้แบรนด์เข้าถึงครีเอเตอร์และเปลี่ยนคอนเทนต์ให้เป็นโอกาสทางธุรกิจได้ง่ายขึ้นด้วย
สุดท้ายนี้ข้อมูลจาก Meta Q3 2026 ได้ชี้ให้เห็น 3 ทิศทางสำคัญของโซเชียลมีเดียที่ว่าด้วย Instagram กำลังเน้นคอนเทนต์ใหม่และต้นฉบับ Facebook ที่ใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพระบบแนะนำ Reels และ Threads ที่เติบโตทั้งด้านจำนวนผู้ใช้และเวลาการใช้งาน
และสำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องทำงานร่วมกันกับแพลตฟอร์มนั้นประเด็นที่ควรจับตามองจากรายงานครั้งนี้คือการสร้าง Original Comtent ที่ดึงดูดความสนใจได้ตั้งแต่ช่วงวินาทีแรก ส่วนแบรนด์และเอเจนซีที่ต้องทำงานบนแพลตฟอร์มเองก็อาจต้องมองโซเชียลมีเดียให้เป็นมากกว่าการเลือกแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้จำนวนมากที่สุด เป็นการที่ต้องพิจารณามากขึ้นด้วยว่าระบบ Recommendation คอนเทนต์ของแต่ละแพลตฟอร์มกำลังให้ความสำคัญกับอะไร และจะใช้ข้อมูลเหล่านี้วางแผนการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไรนั่นเอง
ที่มา: https://www.socialmediatoday.com/news/meta-offers-insights-on-individual-platform-growth/833807/
