
ใครทำคอนเทนต์บน Facebook เตรียมจด! เพราะมีประกาศปรับกฎอัลกอรทึมใหม่ เพื่อให้ความสำคัญกับ ‘Original Content’ หรือคอนเทนต์ที่มาจากครีเอเตอร์ถูกมองเห็นและเพิ่มยอด Reach มากขึ้น แต่คอนเทนต์ ‘Unoriginal Content’ จะโดนลดการมองเห็นด้วย เพื่อลดปัญหาคอนเทนต์ซ้ำหรือก็อปปี้เต็มหน้าฟีด
ปัจจุบันที่หน้าฟีด Facebook มักจะเริ่มเต็มไปด้วยคอนเทนต์ซ้ำ ๆ กัน ยิ่งเรื่องไหนมีกระแสก็จะยิ่งเห็นคอนเทนต์นั้นเต็มหน้าฟีดแบบไม่พัก และบางครั้งคอนเทนต์เหล่านั้นก็ถูกโพสต์จากการทำซ้ำหรือก็อปปี้กันต่อ ๆ มา และโพสต์ที่เป็น Original Content ก็ได้รับยอด Reach น้อยกว่าเสมอ
แต่เพื่อให้ปัญหานี้ลดลงและสนับสนุนครีเอเตอร์ที่ตั้งใจทำคอนเทนต์มากขึ้น Facebook จึงได้ประกาศอัปเดตแนวทาง Original Content Guidelines ใหม่ โดยเน้นให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ต้นฉบับหรือโพสต์ต้นทางมากขึ้น ส่วนคอนเทนต์ที่มีการก็อปปี้มาลงซ้ำหรือมีการรีโพสต์ (Repost) ก็จะถูกลดการมองเห็นลง ไม่ว่าจะเป็น
- Low-Effort Edits: คอนเทนต์ที่มีการดัดแปลงน้อยเกินไป โดยการนำคอนเทนต์เดิมมาปรับเพียงเล็กน้อยก่อนโพสต์เท่านั้น เช่น การเพิ่มซับไตเติล หรือมีลายน้ำ หรือการนำคลิปเดิมมาต่อกันเพิ่ม และคลิป Reaction ที่ดูไปเล่าไปแบบไม่มีอินไซต์
- Duplicative Content: คอนเทนต์รีโพสต์หรือลงซ้ำ โดยมีการรีโพสต์คอนเทนต์ที่มีอยู่แล้วในแพลตฟอร์ม หรือเอาคลิปจากหลายที่มารวมกัน โดยไม่มีการตีความใหม่แม้จะให้เครดิตหรือขออนุญาตจากครีเอเตอร์เจา้ของคอนเทนต์ก็ตาม
เหตุผลที่มีกฎใหม่นี้ก็เพื่อต้องการดึง Reachจากคอนเทนต์รีโพสต์หรือคอนเทนต์ก็อปปี้ มาสู่ครีเอเตอร์ที่เป็นเจ้าของคอนเทนต์ตัวจริง พร้อมเตรียมปรับหน้าฟีดและ Reels ให้คอนเทนต์มีคุณภาพและความเกี่ยวข้องกันมากขึ้น
จากสนามของครีเอเตอร์ที่ใครโพสต์เร็วเป็นผู้ชนะ (Content Recycling) จะถูกเปลี่ยนเป็นใครเป็นเจ้าของคอนเทนต์ (Content Ownership) คือผู้ชนะ เพราะยอด Reach ถูกดึงกลับมาในที่ ๆ ควรแล้ว ทำให้สายรีโพสต์หรือรวมคลิปของคนอื่นมาเป็นคอนเทนต์จะอยู่ยากขึ้น และครีเอเตอร์ตัวจริงจะได้เปรียบ
