
Week 3: Production & Platform | iCreator Camp Gen 3 Presented by Sony! Session: YouTube Trends & Algorithm 2026 วิดีโอที่ดีไม่ใช่แค่ไวรัล โดย คุณมายด์ ฐรินทร์ญา ศุภทรัพย์, คุณเคลลี่ วรินทร์ ลีนะวัต และคุณอัง จารุเดช เลิศสุมิตรกุล จาก YouTube Thailand
YouTube คืออะไรสำหรับครีเอเตอร์

สำหรับปีนี้ YouTube วางตัวเองเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยพาคนดูไปเจอกับครีเอเตอร์ที่ตรงกับความสนใจ และยังช่วยให้ครีเอเตอร์เพิ่มการเข้าถึงช่องของตัวเองได้มากขึ้นผ่านอัลกอริทึม เพราะคนดูแต่ละคนมีความชอบในสไตล์คอนเทนต์ที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งนั่นคือความหลากหลายที่ YouTube มี แต่ครีเอเตอร์ก็ต้องเข้าใจว่าคนดูในช่องของตัวเองชื่นชอบอะไร รวมถึงต้องเข้าใจอัลกอริทึมของ YouTube ด้วยเหมือนกันว่าตอนนี้แพลตฟอร์มกำลังให้ความสำคัญกับคอนเทนต์แบบไหนบ้าง
เข้าใจอัลกอริทึม YouTube จากมุมผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม

หน้าที่สำคัญของอัลกอริทึมคือคอยเสิร์ฟคอนเทนต์ที่คนดูอยากดูผ่านสไตล์ความชอบของแต่ละคน ส่วนครีเอเตอร์เองก็ต้องเข้าใจเช่นกันว่าจะทำคอนเทนต์อะไรให้ถูกใจคนดู เพราะอัลกอริทึมของระบบถูกสร้างมาเพื่อเอาใจผู้ชม ถ้าคอนเทนต์ของครีเอเตอร์คนไหนที่ดีมีคุณภาพ ระบบก็พร้อมดันคอนเทนต์ขึ้นหน้าฟีดอย่างแน่นอน และอัลกอริทึมมีผลต่อการเติบโตของช่องจาก 4 รูปแบบ ตามนี้เลย
- Personalization: ระบบอัลกอริทึมจะแนะนำคอนเทนต์ให้แต่ละคนไม่เหมือนกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวครีเอเตอร์เองก็ไม่สามารถควบคุมได้
- External Factors: ประเด็นน่าสนใจในช่วงเวลานั้น ๆ เช่น กระแสข่าวดังที่กำลังน่าสนใจ งานเทศกาล หรืออีเวนต์ต่าง ๆ เพราะข้อมูลเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการมองเห็นของคอนเทนต์ และก็เป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้เช่นกัน
- Performance: ครีเอเตอร์ควรคอยดู Data หลังบ้าน เพื่อนำมาช่วยวิเคราะห์คอนเทนต์ และดูว่ากลุ่มคนดูในช่องให้ความสนใจอะไร รวมถึงยอด View ของคอนเทนต์แบบไหนที่อัลกอริทึมนำส่ง เพื่อใช้สำหรับวางแผนทิศทางการทำงานในอนาคต
- Satisfaction: คนดูพอใจกับคอนเทนต์แค่ไหนวัดได้จาก Like, Comment และ Share ซึ่งสามารถนำมาใช้วิเคราะห์ได้ว่าคนดูส่วนใหญ่ชอบคอนเทนต์แบบไหน และคอนเทนต์แบบนั้นก็จะมีโอกาสถูกดันมากขึ้นตามไปด้วย
อะไรน่าสนใจบน YouTube ตอนนี้บ้าง
- Local Culture Going Global: ลองหยิบประเด็นเรื่องราวท้องถิ่นมายกระดับให้กลายเป็นคอนเทนต์ที่ไปได้ไกลในระดับ Global
- Entertainment Becomes Fluid: ในวันนี้ผู้คนเสพความบันเทิงมากขึ้น และความบันเทิงก็ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ในรูปแบบเดิมอีกต่อไป โดยเฉพาะคอนเทนต์แนวตั้งที่เติบโตสูงมาก ซึ่งฝั่งคนดูเองก็พร้อมเปิดรับคอนเทนต์หลายรูปแบบ และก้าวข้ามภาพจำเดิม ๆ ของสื่อยุคเก่าอีกด้วย
- Purpose-Driven Content: คอนเทนต์ที่ลงลึกในเนื้อหา และมีฐานคนดูเฉพาะกลุ่ม เช่น Tech, การเงินและธุรกิจได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมาก
Community คือแรงสนับสนุนที่ดีของครีเอเตอร์
เพราะทุกวันนี้ Community ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอีกต่อไป แต่กลายเป็นพื้นที่ที่วัดได้ว่าแฟน ๆ ของช่องผูกพันกับครีเอเตอร์มากน้อยแค่ไหน เนื่องจากฝั่งคนดูเองก็เริ่มใส่ใจกับคอนเทนต์ของครีเอเตอร์ที่มี Passion ต่อสิ่งที่ทำชัดเจนยิ่งขึ้น และถ้าครีเอเตอร์คนไหนที่ปั้น Community ได้แข็งแรง สิ่งเหล่านั้นก็จะกลายเป็นมูลค่าของช่องในระยะยาว
ทางฝั่ง YouTube เองก็ยิ่งให้ความสำคัญกับฟีเจอร์ที่เกี่ยวกับ Community เพื่อช่วยสร้างพื้นที่ให้แฟน ๆ เข้ามาพูดคุยกัน และช่วยให้สื่อสารกับครีเอเตอร์ได้ง่ายมากขึ้น เพราะในวันนี้ครีเอเตอร์ไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในกรอบแบบเดิม ๆ ของตัวเองอีกต่อไป ยิ่งถ้ามีการคอลแลบ ก็ยิ่งกลายเป็นความน่าสนใจใหม่ที่แฟน ๆ ชื่นชอบอีกด้วย
การสร้างรายได้บน YouTube ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ด้วยเทรนด์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ครีเอเตอร์ควรโฟกัสในการสร้างรายได้ก็มีเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน อย่าง Super Chat, Gift และ Membership เพราะถ้าสามารถสร้าง Community ของช่องได้ดี ก็จะมีคนพร้อมให้การซัพพอร์ตครีเอเตอร์ได้โดยตรง และกว่า 35% ของรายได้บน YouTube ตอนนี้ก็มาจาก Fan Funding อีกด้วย
Framework ที่ดีก็ช่วยให้ครีเอเตอร์ประสบความสำเร็จได้

- Hero Content: คอนเทนต์ชูโรงของช่องในช่วงเวลานั้น หากสังเกตดูจะเห็นว่าหลายช่องมักมี Hero Content ที่กลายเป็นตัวดึงยอดวิวหลักของช่อง และถ้าวางแผนดี ๆ คอนเทนต์กลุ่มนี้ก็จะยิ่งช่วยสร้างความเติบโตให้กับช่องได้มากขึ้นด้วย
- Hub Content: คอนเทนต์หลักที่ช่วยเลี้ยงช่องอย่างต่อเนื่อง เมื่อช่องยืนระยะได้นาน มี Community ที่แข็งแรง คนดูก็จะเกิดความเชื่อใจมากขึ้นในคอนเทนต์ประจำช่อง และควรวางแผนลงคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงทำต่อเนื่องได้โดยไม่เหนื่อยจนเกินไป ก็จะช่วยให้ช่องอยู่ในกระแสได้นานขึ้น
- Help Content: คอนเทนต์ประเภท How to ที่ช่วยแก้ปัญหาให้คนดู เพราะเมื่อคนอยากรู้เรื่องนั้น เขาจะค้นหาและมาเจอคอนเทนต์ของเราเอง ซึ่งเป็นประเภทคอนเทนต์ที่อาศัยระยะเวลาในการเติบโต แต่จะยังคงอยู่เสมอ
รายละเอียดแคมป์
- ระยะเวลาแคมป์: 25 เม.ย. – 30 พ.ค. 69 (เรียนทุกวันเสาร์ตลอด 6 สัปดาห์)
- เวลาเรียน: 09.30 – 17.30 น. (ลงทะเบียนเรียน 09.00 น.)
- สถานที่: คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ
