รูปแบบคอนเทนต์ที่แพลตฟอร์มไม่ถูกใจสิ่งนี้

ปกติแต่ละแพลตฟอร์มของ Social Media นั้นก็มักจะรองรับการลงคอนเทนต์หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นจะข้อความ รูป วิดีโอ ภาพ Gif หรือกระทั่ง Live ทำให้เราสามารถสื่อสารกับผู้ชมได้หลากหลายช่องทาง

แต่ในทุกๆ แพลตฟอร์มเองก็มีการแสดงผลและคอนเทนต์ที่เหมาะสมแตกต่างกัน การลงคอนเทนต์บางชนิดที่ถูกออกแบบมาอย่างไม่เหมาะสม ก็อาจจะไม่เป็นผลดีต่อผู้ดูแล Social Media และยอดการมองเห็นของเราก็ได้ เพราะฉะนั้นการรู้เขารู้เรา ย่อมที่จะนำไปสู่ชัยชนะในการรบบนแพลตฟอร์ม

Facebook นั้นเป็นแพลตฟอร์มที่มีความซับซ้อนในเรื่องความเหมาะสมของคอนเทนต์มาก เพราะสามารถลงได้หลายรูปแบบ และในรูปแบบรูปแบบหนึ่งก็ยังสามารถแสดงผลได้หลายแบบอีกเช่นกัน จึงต้องมีการเรียนรู้เกี่ยวกับชนิดของคอนเทนต์สักเล็กน้อย

  • อย่าโพสต์คอนเทนต์ประเภทเดิมๆ เพราะในแต่ละช่วงของปี Facebook  จะมีการปรับอัลกอริทึมให้เหมาะสมกับคอนเทนต์เด่นๆ ที่ผู้อ่านนิยมในช่วงนั้นๆ เสมอ แปลว่าเราควรมีคอนเทนต์ให้หลายๆ ประเภท ทั้งลิงค์ข่าว ภาพ และวิดีโอ อาจจะไม่ต้องเยอะเท่าๆ กันทั้งหมด แต่ก็ควรมีแทรกๆ ไว้บ้าง
  • ภาพไม่ควรมีตัวหนังสือเยอะ เพราะจะทำให้อัลกอริทึมของ Facebook นั้นลดการมองเห็นของคอนเทนต์ รวมไปถึงทำการ boost post ได้ยากอีกด้วย เพราะฉะนั้นควรออกแบบกราฟิกให้ดี
  • หลีกเลี่ยงการใช้รูปเดี่ยวแนวนอน Ultrawide หรือ Panorama ยาวๆ เพราะปกติผู้ใช้งาน Social Media นั้นใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือในลักษณะจอแนวตั้ง การเปิดดูคอนเทนต์แนวยาวจะทำให้อ่านเนื้อหาได้ลำบากมาก จนทำให้กลายเป็นคอนเทนต์ที่ไม่น่าอ่าน และชวนเปิดผ่านมากที่สุด
  • งดการโพสต์เกี่ยวกับสินค้าประเภทโฆษณาสุขภาพชวนเชื่อ เกินจริง เช่น ยาลดความอ้วน สินค้าสุขภาพอื่นๆ และอาวุธ หรือสัตว์ เพราะทาง Facebook จะจำกัดการเข้าถึงของโพสต์พวกนี้ รวมไปถึงการจัดการเรื่อง boost post ก็จะสามารถทำได้ยากอีกด้วย

 

Twitter เป็น Social Media ที่เน้นความรวดเร็วในการสื่อสาร หลักๆ จะเป็นการใช้ข้อความที่ไม่ยาวมากแต่อาจมีการอัปเดตบ่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับรูปและวิดีโอที่แนบไปเพื่อให้เนื้อหาชัดเจนมากขึ้น

  • ปั่นแท็ก ทำได้ แต่ต้องจริงใจ เพราะแฮชแท็กเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราสามารถรู้ถึงกระแสในไทม์ไลน์ของทวิตเตอร์ไหลได้ ซึ่งการ “ปั่นแท็ก” คือการทำให้แฮชแท็กหนึ่งอยู่ๆ ดังขึ้นมา อาจเพราะเป็นเรื่องราวที่เป็นกระแสอยู่แล้ว หรืออาจเกิดจากแบรนด์/เอเจนซี่ ที่ต้องการโปรโมทสินค้าโดยการจ้าง influencer ซึ่งการปั่นแท็กนั้นอาจจะได้ awareness เป็นตัวเลขที่น่าพอใจ แต่ต้องดูให้ดีว่าจะทำให้เกิดความรำคาญ และส่งผลถึงภาพพจน์ที่ไม่ดีกับตัวสินค้าหรือไม่
  • Twitter ไม่ใช่ Facebook ที่รวดเร็วและฉาบฉวย แต่มีวัฒนธรรมในการสื่อสารต่างกัน เราอาจไม่สามารถนำคอนเทนต์ทุกตัวบน Facebook มาสื่อสารตรงๆ ใน Twitter ได้ เนื่องจากมีเรื่องของ “กระแสไทม์ไลน์” ที่แคบกว่า เฉพาะทางกว่า และไหลไปรวดเร็วกว่า ดังนั้นเราต้องเข้าใจเรื่องที่จะสื่อสารบน Twitter ให้ไว และเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอเสียใหม่
  • เน้นการเล่าเรื่องให้จบ หรือน่าติดตามในทวีตแรกๆ จริงอยู่ที่แม้ว่าการทวีตอาจทำได้ 280 ตัวอักษร เราก็ยังสามารถที่จะทวีต reply ต่อกันเป็น thread ให้ติดตามอ่านได้ แต่ปกติแล้วจะเป็นทวีตแรกเท่านั้นที่คนสนใจมากที่สุด ซึ่งเราเราเล่าเรื่องยาวๆ โดยทวีตแรกไม่น่าสนใจ ข้อความขาด ก็อาจทำให้คนไม่อยากติดตามอ่านต่อจนจบก็เป็นได้ เฉพาะฉะนั้นการสื่อสารแบบย่อ แต่ชัดเจนถือเป็นสิ่งสำคัญ

Instagram เป็น Social Media ที่เน้นความรวดเร็วในการสื่อสาร หลักๆ จะเป็นการใช้ข้อความที่ไม่ยาวมากแต่อาจมีการอัปเดตบ่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับรูปและวิดีโอที่แนบไปเพื่อให้เนื้อหาชัดเจนมากขึ้น

  • อย่าใช้แฮชแท็กเยอะเกินไป เพราะแม้ว่า Instagram นั้นจะเป็นดินแดนที่อุดมไปด้วยแท็กต่างๆ ไม่ต่างกับ Twitter แต่การใส่แฮชแท็กที่เยอะเกินไปนั้นอาจไม่ดีต่อโพสต์ของเราในแง่ความรก และการเข้าถึง โดยเฉพาะแฮชแท็กที่ดังแต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เราโพสต์ก็ไม่ยิ่งไม่ควรใช้
  • ไม่จำเป็นต้องโพสต์บ่อย แต่ควรโพสต์ให้สม่ำเสมอ อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะตัวอัลกอริทึมของ Instagram จะโชว์ภาพที่ใหม่ขึ้นก่อนเสมอ เพื่อให้ผู้ติดตามที่สนใจเรื่องราวในบัญชีของเราได้เห็นก่อน และอาจรวมถึงการโต้ตอบกับผู้ติดตามที่มาตอบคอมเมนต์ เพราะก็จะเป็นการสร้างโอกาสให้คอนเทนต์เราได้ขึ้นมาให้ผู้ติดตามได้เห็นมากขึ้นเช่นกัน

 

YouTube เป็น Social Media เจ้าแห่งวิดีโอ ที่เป็นแหล่วงรวมวิดีโอที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทุกแนว ทุกภาษา ทุกประเภท และเป็นแพลตฟอร์มที่มา disrupt การทำงานด้านวิดีโอบนทีวีเป็นอย่างมาก แต่ถึงจะมีคอนเทนต์รูปแบบเดียว ก็ยังมีรูปแบบการโพสต์ที่ไม่เหมาะสมอยู่เหมือนกัน

  • ไม่ควรใช้วิดีโอความละเอียดต่ำ ควรถ่ายทำวิดีโอที่มีความคมชัด HD หรือ 720p เป็นอย่างน้อย เพื่อการแสดงผลที่ดีในอุปกรณ์ยุคปัจจุบัน เพราะการอัปโหลดวิดีโอความละเอียดต่ำจะทำให้เกิดการเปรียบเทียบกับวิดีโออื่นๆ อีกนับล้านคลิปที่จะขึ้นมาใกล้เคียงกัน
  • ห้ามใช้เพลงประกอบผิดลิขสิทธิ์ เพราะอย่างแรกเลยคือมันผิดลิขสิทธิ์ เป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อวงการคนทำคอนเทนต์ และยังทำให้คลิปของเรามีโอกาสโดนลบ ทำให้คอนเทนต์ที่เราอุตส่าห์ทำและเปิดให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมนั้นหายไปทั้งหมด
  • อย่าทำคลิปยาวจนเกินไป (ถ้าไม่ใช่รายการที่ต้องทำยาวๆ หรือ Live) ให้เรียบเรียงและกำกับวิดีโอของเราให้ออกมาสั้น กระชับ เข้าประเด็นที่สุด  วิดีโอเพียงไม่กี่นาทีจะทำให้ผู้ชมสามารถที่จะชมทั้งรายการได้โดยไม่กดออกไปเสียก่อน ซึ่งวิดีโอที่มียอดรับชมสูงๆ ล้วนไม่ใช่วิดีโอที่มีความยาวมากมายทั้งสิ้น

สนับสนุนโดย :

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์