
ภายในแพลตฟอร์มที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวัน ในตอนนี้เต็มไปด้วยพลังของ AI ที่ใช้ขับเคลื่อนอยู่ ซึ่งฝั่งแพลตฟอร์มอย่าง Meta ก็เปิดตัว Data Center ของตัวเอง และพยายามทำให้แพลตฟอร์มรู้ใจและรู้อินไซต์ของผู้ใช้มากขึ้นแบบ ‘Personal Intelligence’
Meta ได้ประกาศปล่อย Data Center ของตัวเอง พร้อมให้สัมภาษณ์ระหว่าง Developer และ Creator อย่าง Tom Shaw กับ Rachel Peterson VP of Data Centers ของ Meta เพื่อตอบคำถามนี้
โดย Data Center มีความเกี่ยวข้องกับการใช้ Facebook, Instagram และ WhatsApp ในชีวิตประจำวันของทุกคนมากกว่าที่คิด เพราะ Meta ต้องการให้ Personal Superintelligence ให้เข้าถึงทุกคน
เพราะ Meta ต้องการ Data Processing Capacity มหาศาลเพื่อรองรับการ Personalization และ Utility ในสเกลที่ใหญ่ขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Meta เร่งสร้าง Data Center ของตัวเองด้วย
แต่แม้ Meta ไม่ใช่บริษัทส่วนใหญ่ที่ใช้ AWS, Google Cloud หรือ Azure แต่เลือกออกแบบและสร้าง Data Center เองทั้งหมด ก็เพราะต้องการที่จะมี Infrastructure เป็นของตัวเอง ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ไปจนถึงซอฟต์แวร์ โดยไม่ต้องหา Third-party
โดย Meta ลงทุนกว่า 600,000 ล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ และ AI ก็กลายเป็นเรื่องที่ Meta โฟกัสมากที่สุดในตอนนี้ และในขณะเดียวกันก็เกิดกระแสต่อต้านและวิจารณ์ว่า Data Center ของ Meta นำไปสู่การปนเปื้อนของน้ำและผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภค
จนทำให้เกิดการเรียกร้องเพื่อจำกัดการพัฒนาใน Fayetteville, Georgia เพราะโครงการนี้มีการดูดน้ำไปถึง 30 ล้านแกลลอนโดยไม่มีการวัดปริมาณ และส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่
ขณะที่ใน Northern Virginia ใช้น้ำเกือบ 2,000 ล้านแกลลอน ทำให้หน่วยงานน้ำในพื้นที่ต้องพึ่งพาน้ำประปาแทนน้ำ Reclaimed Water มากขึ้น จนกระแสต่อต้านขยายตัวมากขึ้นกับการพัฒนา Data Center
แต่ Meta ก็ออกมาตอบกลับถึงกรณกระแสต่อต้าน ว่า Data Center ของตัวเองเป็นการ Restore น้ำมากกว่าจะใช้น้ำ เพื่อให้ทรัพยากรยังคงอยู่ และกระทบต่อผู้อยู่อาศัยในพื้นที่นั้นน้อยที่สุด
อีกทั้งยังเปิดตัวโปรแกรม America’s Workforce Academy เพื่อเทรนนิงและให้โอกาสการทำงานกับคนในพื้นที่ แต่อย่างไรก็ตามทุกครั้งที่ทุกคนใช้งาน Meta, Instagram, Facebook และ WhatsApp ก็ยังคงมีทรัพยากรที่ถูกใช้ไปจริง ๆ อยู่เบื้องหลัง ทั้งไฟฟ้า น้ำ และพื้นดินที่เป็นแหล่งอาศัยจริง
เท่ากับว่าการที่ Meta ลงทุนมหาศาลกับ Data Center ก็ต้องหาทุนเพื่อให้ได้กลับคืนมาจากเงินที่ได้ผ่านการลงโฆษณาด้วย ทำให้ครีเอเตอร์ที่ทำคอนเทนต์อยู่บนแพลตฟอร์มจะต้องเตรียมรับมือ
เพราะบน Meta อาจจะมีโฆษณาที่แทรกในคอนเทนต์มากขึ้น และอัลกอริทึมที่เปลี่ยนไปเพื่อดึงดูดความสนใจให้อยู่บนแพลตฟอร์มด้วย
ที่มา: https://about.fb.com/news/2026/08/why-meta-builds-its-own-data-centers/
