News
Jack Dorsey หรือ CEO ของทวิตเตอร์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลประกอบการของบริษัท ว่ารายได้จากโฆษณาในไตรมาสที่ 2 ได้ตกลงมาอยู่ที่ 562 ล้านเหรียญหรือประมาณ 17 หมื่นล้านบาท ซึ่งลดลงถึง 23% เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว
หลังจากได้เปิดตัวฟีเจอร์ fan subscriptionในต่างประเทศไปก่อนหน้านี้เเล้ว วันนี้ก็มาถึงเวลาของไทยเเล้วค่ะ เพื่อเป็นช่องทางการหารายได้เสริมสำหรับเหล่าบล็อกเกอร์และครีเอเตอร์โดยเฉพาะ โดยลักษณะการทำงานคือแฟนๆ จะจ่ายค่าสมาชิกเพื่อเข้าถึงคอนเทนต์พิเศษและยังได้ Badge ติดบนโปรไฟล์อีกด้วย
ในปี 2018 สื่อออนไลน์ Bloomberg ได้เปิดให้มี Pay Wall หรือต้อง Subscribe เพื่ออ่านเนื้อหา ซึ่งในตอนนั้น Bloomberg ไม่ได้บอกว่ามีคนสมัครเท่าไหร่กันแน่ แต่ในปีนี้ 2019 Bloomberg ก็ได้ออกมาบอก จากรายงานของ Digiday บอกว่ามียอดการสมัคร Subscription มากกว่าที่ตั้งเป้าไว้มากถึง 3 เท่า ทำให้ในปี 2020 คาดหวังว่าจะมีผู้สมัคร Subscription ทำให้โมเดลนี้เติบโตมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
โมเดล Premium Content หรือการจ่ายเงินเพื่อให้สามารถเข้าถึงคอนเทนต์รูปแบบพิเศษนอกเหนือจากที่เปิดให้อ่านหรือรับชมได้ฟรี เป็นหนึ่งในโมเดลการทำธุรกิจของหลาย ๆ Publisher ที่มีการสร้าง Pay Wall ขึ้นมา เช่นเว็บข่าว New York Times, WIRED, Bloomberg ต่าง ๆ ส่วนในไทยเราอาจจะยังไม่คุ้นชินกันมากนัก แต่ในต่างประเทศนั้นโมเดลนี้ค่อนข้างมีให้เห็นกันได้เยอะในเว็บข่าว
เมื่อพูดถึงโมเดลการหารายได้แบบ Subscription หรือการสมัครรับข้อมูลของตระกูล Premimum Publisher ที่ลงคอนเทนต์แบบยาก ๆ แพง ๆ ดี ๆ เทรนนี้กำลังมาแรงมาก ๆ ในต่างประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้เราเคยลงบทความเรื่อง หรือว่าเราผิดเองที่ทำให้คนดู มองว่าคอนเทนต์ควรเป็นของฟรี ? ซึ่งพูดในหัวข้อประเด็นนี้กันไปแล้ว ก็คงไม่ต้องมีอะไรต้องมาถกกันอีก แต่ในบทความนี้เราจะมาพูดวิธีคิดที่ค่อนข้างน่าสนใจของ Nicholas Thompson บรรณาธิการบริหารเว็บข่าววิทยาศาสตร์ Wired ที่ล่าสุดสามารถทำให้มีคนสมัครสมาชิกเพิ่มขึ้นบนเว็บได้มากถึง 300 ด้วยการลองผิดลองถูก
ณ ตอนนี้ โมเดลการหารายได้ของสื่อจำนวนมาก โดนเฉพาะสื่อที่เป็น Premium Publisher หรือข่าวที่เป็น Premium Content นั้นหลาย Publisher ใช้วิธีการ ทำ Subscription คือการสมัครรับข่าวสารแล้วจ่ายเงินเพื่ออ่าน หรืออีกอย่างก็คือ Paywall ซึ่งก็คือการให้จ่ายเงินเพื่ออ่านบางข่าวหรือบทความที่เป็นแบบพิเศษเหนือกว่าข่าวอื่น ๆ ที่ให้อ่านได้ฟรี เราเรียกวิธีการหารายได้แบบนี้ว่า Reader Payment ซึ่งแตกต่างจากที่ Publisher จะต้องพึ่งเงินจาก Agency โฆษณา แต่โมเดลธุรกิจแบบนี้ ลดจำนวนผู้เล่นให้เหลือแค่ตัว Publisher กับ User เอง
User Payment เป็นอีกหนึ่ง Business Model ที่สำคัญสำหรับสื่อที่เป็นฝั่งเขียนข่าวหรือ Publisher ที่มีผลต่อการตัดสินใจของคนในการทำงาน ซึ่งเป็น Model ที่ผู้อ่านจ่ายเงินให้กับ Publisher โดยตรงไม่ต้องผ่านเอเจนซีโฆษณา หลาย ๆ เว็บไซต์เริ่มหันมาทาง User Payment มากขึ้น แต่ละเว็บไซต์ก็จะมีกลยุทธ์ของตัวเองที่เข้ากับธรรมชาติของสื่อนั้น ๆ อีกสื่อหนึ่งที่ทำ User Payment ได้อย่างน่าสนใจก็คือ The Telegraph ของอังกฤษ ที่ ณ ตอนนี้ คอนเทนต์มากกว่า 30% ของเว็บไซต์นั้นอยู่ภายใต้ Pay Wall คือต้องจ่ายเงินหรือสมัครสมาชิกก่อนถึงจะสามารถอ่านได้ The Telegraph นั้นได้เริ่มหันมาทำ Paywall แบบจริงจังพร้อมกับกลยุทธ์ที่น่าสนใจ หลังจากที่ Telgraph เปิดตัว My Telegraph ที่เป็นบริการใหม่ ระบบจะเลือก content ที่เหมาะสมกับเรา ให้เราเข้าไป follow นักข่าวหรือคอลัมนิสต์ที่ชอบได้ หนึ่งในฟีเจอร์สำคัญก็คือการจ่ายเงินเพื่ออ่านคอนเทนต์แบบพรีเมียม […]
Subscription เป็นหนึ่งใน Business Model ของสื่อและ Publisher ที่ลดตัวแปรจากการทำโฆษณาหรือ Advertising ปกติ ให้เหลือแค่ 2 ตัวละครหลักได้แก่ฝ่าย Publisher เองและ Reader ทำให้บางครั้งเราก็เรียกวิธีการแบบนี้ว่า Reader Payment โมเดลนี้กำลังได้รับความนิยมเนื่องจากช่วยให้ Publisher สามารถเน้นไปที่คุณภาพของตัวคอนเทนต์มากกว่าการต้องหา Traffic เข้าเว็บเพียงอย่างเดียว
ผู้เขียนเคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้วว่าโมเดลการหารายได้ที่เรียกว่า Reder Payment เป็นหนึ่งในวิธีการที่ทำให้บรรดา Publisher ในต่างประเทศมีรายได้กัน ซึ่งเราก็จะพบว่าบรรดาเว็บข่าวดัง ๆ หลาย ๆ เว็บก็ล้วนแต่มีส่วนที่เป็น Subscription หรือสมัครรับข้อมูล ในการจ่ายเงินเพื่ออ่านเนื้อหาแบบพิเศษ (Premium) ทั้งนั้น ร่วมกับการหารายได้จากช่องทางอื่น เช่น การโฆษณาหรือ Advertorial
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
