
ก่อนหน้านี้สำนักงาน กขค. หรือคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (TCCT) ได้ออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์ (E-Marketplace) จำนวน 1 ราย หรือก็คือ ‘Shopee’ ตามเอกสารคำวินิจฉัย หลังพบว่ามีการจัดส่งเสริมการขาย และบังคับให้เข้าร่วมโดยไม่ได้รับการยินยอมจากร้านค้า ซึ่งวันนี้ก็ได้คุมเข้มผ่านการระงับปรับขึ้นค่า GP นาน 6 เดือนแล้ว
เนื่องจากมีการใช้อำนาจตลาดเอาเปรียบคู่ค้าอย่างไม่เป็นธรรม ตามมาตรา 57 (2) ของ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าและมีคำสั่งทางปกครองให้ บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ชำระค่าปรับ 3.47 ล้านบาท เพราะ Shopee มีโปรแกรมส่งฟรีพิเศษ (FSS) กับ 10% Coins Cashback (CCB)
ทำให้ร้านค้าที่เข้าร่วมก็จะได้สิทธิประโยชน์ทางการขายเพิ่ม แต่มีค่าธรรมเนียมตามเงื่อนไข หรือเป็นการทดลองใช้ฟรีช่วงหนึ่งที่ครบกำหนดก็สามารถยกเลิกได้ แต่เพราะร้านค้าไม่ได้มีการสมัครเองตั้งแต่แรก ทำให้เมื่อครบกำหนดจึงไม่สามารถยกเลิกได้ทันทำให้เสียค่าธรรมเนียมให้กับแพลตฟอร์ม
รวมถึงแนวโน้มที่แพลตฟอร์ม e-Commerce ก็เริ่มได้รับประโยชน์จากการส่งเสริมการขาย และ Shopee เองก็เริ่มคุมอำนาจในส่วนแบ่งการตลาดใน E-Marketplace มากขึ้น กรณีคำสั่งและคำวินิจฉัยจึงส่งผลให้ถูกระงับการปรับขึ้นค่า GP นานกว่า 6 เดือน และนับเป็นครั้งแรกที่ในประเทศไทยมีการลงโทษแพลตฟอร์ม e-Commerce รายใหญ่ข้อหาการเอาเปรียบร้านค้าด้วย
โดยพลตำรวจโทพิทยา ศิริรักษ์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ได้เผยว่า สำนักงาน กขค. นั้นได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการจำนวนมากเกี่ยวกับการขึ้นค่า GP, ค่าธรรมเนียม และค่าคอมมิชชันต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม e-Commerce
และการปรับขึ้นทั้งหมดนั้นก็มีความไม่เป็นธรรมซ่อนอยู่ ทำให้กระทบกับธุรกิจร้านค้าในไทยด้วย ทางสำนักงาน กขค. จึงต้องมีคำสั่งให้แพลตฟอร์ม e-Commerce ระงับการปรับขึ้นค่าธรรมเนียม พร้อมให้ฝั่งแพลตฟอร์มมีการส่งข้อมูลและเหตุผลมาประกอบการปรับขึ้นค่า GP
และจากนั้นทางสำนักงาน กขค. จะทำการตรวจสอบความเหมาะสมต่อไป แต่หากส่งข้อมูลไม่ทันในระยะเวลาที่กำหนด การขึ้นค่า GP และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ สำนักงาน กขค. จะใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในการพิจารณาเป็นหลักแทน เพราะสำนักงาน กขค. ไม่ได้มีการกำหนดเพดานค่า GP ว่าไม่ควรเกินกี่เปอร์เซ็นต์
แต่จะมีการพิจารณาจากหลักเกณฑ์ของแพลตฟอร์ม และเหตุผลในการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมว่ามีความเป็นธรรมต่อร้านค้าหรือไม่ รวมถึงทางคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าจะนำข้อมูลจากแพลตฟอร์ม e-Commerce ใช้ประกอบการกำหนดหลักเกณฑ์ในการกำกับดูแลต่อไป เพื่อให้ค่าธรรมเนียมมีความเหมาะสม และไม่กระทบต่อการแข่งขันในตลาดดิจิทัล
ที่มา: https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/2321548/
