อร่อยอย่างเดียวไม่พอ! ถอดกลยุทธ์ธุรกิจ F&B จาก YOLK รู้จักใช้ Data สร้าง Experience

Session: Delicious Is Not Enough ความอร่อยคือการเปิดทาง ข้อมูลสร้างการเติบโต

โดย สาริณ รณเกียรติ (CMO YOLK / Co-Founder and Executive HOLIDAY PASTRY)

คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตลาด F&B เป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมากตลอดเวลา เพราะเป็นธุรกิจที่เริ่มต้นได้ไม่ยาก ในยุคนี้ความอร่อยจึงไม่ใช่สิ่งที่สร้างความแตกต่างได้เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ผู้ประกอบการจึงต้องเข้าใจทั้ง Data, Product Life Cycle และ Customer Experience

ความอร่อยคือจุดเริ่มต้น แต่ Experience คือสิ่งที่แย่งลูกค้า

  • F&B เป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง เพราะผู้ประกอบการรายใหม่สามารถเข้ามาเล่นในตลาดได้ตลอดเวลา
  • ดังนั้นอาหารอร่อยอาจทำให้ลูกค้าตัดสินใจลองครั้งแรก แต่ประสบการณ์ที่ได้รับจะเป็นตัวสร้างความแตกต่าง
  • ตั้งแต่การสั่งอาหาร การรอคิว บรรยากาศ การบริการ ไปจนถึงประสบการณ์หลังการซื้อ ล้วนมีผลต่อการตัดสินใจกลับมาใช้บริการอีกครั้ง
  • เพราะฉะนั้น อย่ามองแค่ Product Experience แต่ต้องออกแบบ Customer Experience ตั้งแต่ต้นจนจบ

มี Data ตั้งแต่ต้น = เห็นโอกาสและปัญหาได้เร็วขึ้น

  • หนึ่งในตัวเลขที่ธุรกิจ F&B ควรให้ความสำคัญคือ Retention Rate หรืออัตราการกลับมาซื้อซ้ำ
  • เพราะสินค้าแต่ละประเภทมีพฤติกรรมการซื้อซ้ำไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะ อาหารคาวและอาหารหวาน ที่มี Retention ต่างกัน
  • คำถามสำคัญจึงเป็นลูกค้าจะกลับมาซื้ออีกเมื่อไร และอะไรทำให้เขากลับมา
  • การมี Data จึงช่วยให้แบรนด์เข้าใจว่าผลิตภัณฑ์ไหนกำลังเติบโต ผลิตภัณฑ์ไหนกำลังหมดความสนใจ และควรปรับตัวเมื่อไร

รู้จัก Life Span ของ Product ก่อนกระแสจะหมด

  • แต่ละ Product มี Life Span ไม่เท่ากัน โดยเฉพาะสินค้าที่เกิดจากกระแสหรือความสนใจของตลาด
  • สินค้าบางตัวอาจอยู่ในกระแสได้เพียง 30 วัน ขณะที่บางตัวอาจอยู่ได้นานหลายเดือน
  • เมื่อคู่แข่งพยายามสร้างสิ่งใหม่เพื่อดึงความสนใจของผู้บริโภค กระแสของสินค้าเดิมก็อาจหมดเร็วขึ้น
  • วิธีรับมือคือวิเคราะห์ Life Cycle ของ Product แบรนด์ และวางแผน Product ใหม่ให้ทันก่อนสินค้าเดิมหมดกระแส
  • ดังนั้นการออกสินค้าใหม่ควรเกิดจาก Data + Timing + พฤติกรรมของลูกค้า

เมื่อแบรนด์ต่างชาติเข้ามา สิ่งที่แบรนด์ไทยมีคือ “ความเข้าใจคนไทย”

  • สำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ ปีนี้ถือเป็นช่วงที่การแข่งขันท้าทายมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อแบรนด์ต่างชาติที่มีทุนและทรัพยากรจำนวนมากเข้ามาในตลาด
  • เทรนด์ “First in Thailand” ที่ห้างและตลาดให้ความสนใจก็เพิ่มตัวเลือกให้ผู้บริโภค และทำให้แบรนด์ไทยต้องแข่งขันหนักขึ้น
  • สิ่งที่แบรนด์ไทยสามารถใช้เป็นข้อได้เปรียบคือ ความเข้าใจใน Local Context และ Community
  • การรู้ว่าคนไทยคิดยังไง ชอบอะไร และสร้างความสัมพันธ์กับ Community ได้ยังไง อาจกลายเป็นความแตกต่างที่ทุนเพียงอย่างเดียวสร้างขึ้นไม่ได้
  • ในตลาดที่ผู้เล่นมีมากขึ้น ความครีเอทีฟและความเข้าใจคน จึงยังเป็นอาวุธสำคัญของแบรนด์ไทย
Copyright © 2026 RAiNMaker. All rights reserved.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save