สรุปวิธีคิดแบบ ‘Thought Organization’ เข้าใจระบบสมองที่ AI ทำแทนไม่ได้ จากหลักสูตรนักจด #พลอยเองที่เป็นเภสัชไง

หากพูดถึง ‘Thought Organization’ หรือการจัดระบบความคิด ไม่ใช่แค่การเรียงเรียงสิ่งที่มีและสิ่งที่รู้อย่างเป็นระบบ แต่ต้องทำความเข้าใจที่มา และเหตุผล ไปจนถึงผลลัพธ์ด้วยว่าอะไรที่ทำให้เราคิดหรือรู้สึกแบบนั้น ซึ่งคลาสของ คุณพลอย – ภญ.วีรยา ถาวรวัฒนยงค์ หรือ #พลอยเองที่เป็นเภสัชไง ก็มีอินไซต์จัดระเบียบความคิด ถอดวิธีสรุปให้สื่อสารเป็นมาแชร์กัน!

การคิดให้เป็นระบบไม่ได้ทำให้แค่ทำงานไว สื่อสารชัดอย่างน่าเชื่อถือเท่านั้น แต่ในยุคที่ใครหลายคนใช้ AI เป็นผู้ช่วยนักคิดแทน กลับมองข้ามการคิดที่ฝึกให้กล้ามเนื้อสมองของเราไม่ได้ใช้แค่เพื่อจำ แต่สามารถส่งต่อสิ่งที่คิดไปสู่คนอื่นได้

Pain Point of Communication

  1. พูดแล้วคนไม่เข้าใจ
  2. ฟังคนอื่น ไม่เข้าใจ
  3. สรุปใจความ และนำไปใช้ต่อไม่ได้

Why Not Using AI? | คุณทอย – กษิดิศ สตางค์มงคล (DataRockie)

  • หนังสือ “Write For Life” การเขียนเปลี่ยนชีวิตได้
  • การเขียนให้ติดเว็บไซต์ = สำคัญต่อการทำธุรกิจ ทักษะการเขียนจึงสำคัญ
  • การทำคอนเทนต์บน Facebook โดนปิดได้ แต่การทำเว็บไซต์ = บ้านที่สร้างขึ้นมาเอง และจะเขียนเรื่องอะไรก็ได้ แล้วค่อยแชร์ขึ้น Facebook
  • AI อาจไม่สำคัญกับชีวิตเท่าหนังสือที่อ่าน เพราะไม่ได้ทำให้เราเก่งขึ้น เหมือนกับภาพลวงตาที่เหมือนทำให้เราเก่งขึ้น แต่เราอาจทำสิ่งนั้นไม่ได้เองหากไม่มี AI
  • กระบวนการคิดที่ทำได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมี AI จึงสำคัญ เพราะทุกคนมีก้อนเมฆในหัว และหากเขียนออกมาประโยคตรงหน้าสะท้อนไอเดียของเราได้ดีที่สุด
  • ยิ่งเขียนเก่งเท่าไหร่ก็ยิ่งคิดได้ดีขึ้นเท่านั้น และยิ่งคิดได้ดีเท่าไหร่ก็ยิ่งเขียนได้ดีเท่านั้นเช่นกัน

Why Does Thought Organization Matter?

Case Study: สมองคนขับ Taxi ใหญ่กว่าสมองคนธรรมดา เพราะต้องใช้สมองในการจดจำทางโดยไม่ใช้ Google Map 

  • สมอง = กล้ามเนื้อ ยิ่งไม่ได้คิดก็จะยิ่งฝ่อ
  • การเขียนสามารถเป็น Connection ได้ และเมื่อเห็น Process ก็จะรู้สึกได้

Case Study: Knowledge in the Head > Knowledge in the World

  • การคิดที่ส่งต่อให้คนอื่นนำไปใช้ได้

 Things that needed to

Decision Tree: แผนภูมิต้นไม้ แตกแขนงเพื่อแก้ปัญหาระบบความคิด “Begin with the end in mind”

  • Pull & Push: เพื่อตามหา Path หรือ Option ว่ามีทางไหนที่ไปได้บ้าง
  • Pull: มองว่าส่วนไหนที่ควรดึงกลับมา
  • Push: มองจากจุดที่เป็นอยู่
  • Pros & Cons: การวิเคราะห์ผลลัพธ์ที่ตามมา โดยคิดเป็น Layer

🗒️ Taking Note >  Thought Organization

  • Communication
  • Time Management
  • Overwhelming Situation

Taking Notes

  1. Pre-session: ประเมินและคาดเดาเพื่อ Prep เตรียมสมองว่าจะเจอข้อมูลแบบไหน
  2. During session
  • Empathy > Simple + Efficient 
  • ใช้เวลาให้คุ้มค่าในการเขียน เพราะสมองไม่ได้ถูกออกแบบมาให้จำ แต่ถูกออกแบบมาให้คิด การเขียนจึงช่วยให้สมองจำได้ 
  • Active Listening: เก็บข้อมูลจากการได้ยิน และแบ่งข้อมูลตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินให้เป็นระบบ หรือแยกเป็น Category คล้ายกับการแยกสีของ LEGO
  • Case Study: Inside The Box (David Epstein) การมีก้อนข้อมูลในหัว จะทำให้ทำงานง่ายขึ้น
  • Mind Mapping: หากเจอสีหรือข้อมูลที่ยังไม่มั่นใจ ให้แยกเอาไว้ก่อน จนแน่ใจแล้วค่อยนำมารวมกลุ่มกัน พร้อมมีวงเล็บในการ ‘Re-check’ และกลับมาดูใหม่อีกครั้งหลังจบ Session
  • 1 bullet = 1 idea: หากมีไอเดียย่อยก็จะย่อบุลเล็ตลงมา และการใส่ “___” เส้นคั่น Section ในการแยก Topic

Productivity Tips

  • Slow Typing = Too Much Deleting: การลบที่ทำให้ทำงานช้าลง
    • ลบทั้งประโยค: Command + Back + Backspace
    • ลบเป็นคำ: Option + Backspace
    • Text Replacement: เพิ่มคำที่ใช้พิมพ์บ่อย
    • Replace All: พิมพ์คำง่าย ๆ และใช้ Replace All แทนด้วยคำที่ถูก
  • Post-session: 
    • Thinking, Fast and Slow: สมองของเรามี 2 ส่วน นั่นก็คือ System 1 และ System 2
    • Activate System 2: เอาข้อมูลที่เก็บมา แยกตามความเชื่อมโยง เพื่อทำให้วิธีคิดเป็นระบบและมองเห็นภาพรวมมากขึ้น เพราะสมองมักจะเลือกทางที่ ‘Lazy’ กว่าเสมอ และควรจะ Aware ไว้
    • “Efficient System 1 = more Energy for System 2”
    • AI: ใช้เพื่อ Hook Introduction + Typo Check แต่ต้องทำความเข้าใจสิ่งที่ทำ และไม่ควรเชื่อ AI ทั้งหมด

บทสรุปจากแนวคิดของคุณเบสท์ – อภินาถ คุณานพรัตน์ (ที่ปรึกษาเครือ CSG)

🗣️ Good Meeting

  • Clear Agenda: มีตารางการประชุมชัดเจน
  • Clear Person In Charge (PIC): มีเจ้าของงานและคนจบงานเพื่อทำงานต่อหลังจบประชุม
  • Clear Solutions + Pos & Cons: มีข้อสรุปหลังประชุม และเหตุผลที่เลือกพร้อมข้อดีและข้อเสีย
  • Clear Timeline: มีไทม์ไลน์ในการนัดประชุมครั้งต่อไป

🎙️ Good Communication

การเล่าหรือสื่อสารยังไงให้คนเข้าใจ จะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบนี้

  • Speaker
  • Medium
  • Audience

คิดก่อนว่าอยากได้ Respond แบบไหนจาก Audience

  • FYI: ข้อควรรู้ หรือรู้ไว้แล้วดี
  • Discussion: ให้เกิดการปรึกษา หรือได้ข้อมูลความคิดเห็น
  • Action to Required: การนำไปใช้ต่อเพื่อให้เกิด Result

Case Study: The Pyramd Principle – Logic ในการเขียนสู่วิธีการคิด

  • 1. Main Topic, Recommendation, Answer, Solution: เอาเรื่องใหญ่และสำคัญที่สุดขึ้นมาอยู่ด้านบนเพื่อไม่ให้หลงประเด็น
  • 2. Supporting Arguments: มีข้อมูล เหตุผล และที่มาประกอบ
  • 3. Specific Example / Data / Facts: ที่นำมาอ้างอิงเหตุผล

⭐️ STAR Framework: Present + Meeting

  • 1. Situation: สถานการณ์คืออะไร 
  • 2. Task: สิ่งที่ต้องทำ
  • 3. Action: การลงมือทำเป็นสเต็ป
  • 4. Result: ผลลัพธ์หลังจากทำไปแล้ว

✏️ NOTION Note Tips

  • ย่อยและสรุปออกมาเป็น Topic ให้เข้าใจง่ายที่สุด
  • เปิดแท็บ 2 หน้าเพื่อเลื่อนขึ้น – ลงง่าย
  • จดเสมอว่าใครเป็นคนพูด หรือคนที่ต้องรับผิดชอบงานนั้น
  • คำถามระหว่าง Meeting ต้องแยกออกมา เพื่อ Recheck ใน Meeting ครั้งหน้า

💭 PARA method 

  1. P: Projects – มีจุดสิ้นสุดชัดเจน
  2. A: Areas – ไม่มีจุดสิ้นสุด
  3. R: Resources – อะไรก็ตามที่ยังไม่ได้ใช้ แต่จะมีประโยชน์ในอนาคต
  4. A: Archives – อะไรก็ตามที่อยู่ใน P,A หรือ R ไม่เกี่ยวกับเราแล้ว ให้เก็บไว้เป็น Material ไว้ใช้ในอนาคต
  • Logic การจัด Desktop หรือห้องที่อยู่ให้เป็นระเบียบ
  • ความรก หรือ Chaos ทำให้เปลือง Bandwidth สมอง “Out of Sight, out of mind”
  • ควรรอให้มีไฟล์ก่อนแล้วค่อยสร้าง Folder

Case Study: Building a Second Brain – Tiago Forte

  • Data System ที่มีไม่ควรลบ แต่ให้เก็บไว้ใช้
  • สิ่งที่เก็บไว้อาจจะได้ใช้ในอนาคต และทำให้ไม่ต้องเริ่มจาก

⏰ Time Management

  • ใช้ Google Calendar ในการดู ‘Visualise Time’ เพราะโยกไปมาได้
  • Colour-code แบ่งสีในการแยก Category ที่ตัวเองเข้าใจและให้ความสำคัญ

ทฤษฎีเตาแก็ส 4 เตา

  • ในช่วงชีวิตจะสลับเปิดเตาแก็สพร้อมกันได้ 2-3 เตา ไม่งั้นจะ Burn-out
  • จัดตารางชีวิตเป็นสี และเช็กการใช้เวลาของตัวเองได้ว่ากำลังเป็นสีอะไร

The Eisenhower Decision Matrix

  • Urgent / Not Urgent
  • Important: Do (Do It now) / Decide (*Schedule a time to do it)
  • Not Important: Delegate (Who can do it for you) / Delete (Eliminate it)

Action Priority Matrix

IMPACT / EFFORT

  • Quick Wins: Low effort / high impact
  • Important Tasks: high effort /  high impact
  • Other tasks: low effort / low impact
  • Ungrateful tasks: high effort / low impact

MAZE: from overwhelming thoughts to clear action.

การ Reflect เพื่อคุยกับตัวเอง 

Self-development

  • Find Your 750: Recheck Action ของตัวเองว่าถูกหรือผิดเพราะอะไร
  • PDCA Cycle: แทร็ก Process การคิดและการทำงานที่ย้อนกลับไปดูได้ (Plan > Do > Check > Act > Plan = Continues Improvement วนเป็นวงกลม)
  • Suddenly Talent: Hopeless > Average > Doable Greatness > Genius
    • Doable Greatness: การเริ่มต้นจากสิ่งที่เราเก่ง 7/10 > Skill Stacking ที่เก่งหลายอย่างและใช้ Skill รวมกันได้ โดยไม่ต้องเก่งเต็ม 10 ไปหมดทุกอย่าง
    • พรสวรรค์ = การลดการทำพลาด
    • E > C > S = Energy, Confident, Skill
  • Generalist: Skills Stacking การตามหา Skill ของตัวเองที่ไม่ได้เก่ง แต่รู้ว่าทำได้ดี เพราะ “You are the NICHE.” ทุกคนมี Skill Stack ของตัวเอง อย่าไปกังวลว่าต้องไปแข่งกับใคร เพราะทุกคนมีสิ่งที่ดีในแบบของตัวเอง
Copyright © 2026 RAiNMaker. All rights reserved.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save