
เผยรายงานล่าสุดจาก TikTok เปิดข้อมูลเชิงลึก พร้อมแนะนำเบื้องหลังแนวทางการวัดผลจากการยิงโฆษณา ว่าทำอย่างไรให้วัดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้แบรนด์ได้ผลตอบรับที่ดี รวมถึงช่วยให้แบรนด์คุ้มค่าจากเงินที่ใช้ทำโฆษณา
ในรายงานฉบับนี้ได้รับการวิเคราะห์จากข้อมูลของแบรนด์ชั้นนำต่าง ๆ ในสหราชอาณาจักร ที่ทำการตรวจสอบวิธีการยิงโฆษณาว่าแนวทางใดที่ส่งผลต่อยอดขาย โดยอิงจาก ‘การวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์’ ร่วมด้วย เฉพาะแค่ช่องทางเดียว โดยไม่อิงกิจกรรมทางการตลาดในส่วนอื่น ๆ ทำให้การวิเคราะห์ในครั้งนี้เลือกใช้การวัดผลด้วยวิธี ROI (Return on Investment) แบบดั้งเดิม มีจุดประสงค์เพื่อทำความเข้าใจมูลค่าที่แท้จริงของการทำโฆษณาในแต่ละประเภท และวิธีการในแต่ละรูปแบบมีส่วนช่วยต่อยอดขายได้อย่างไร
ทาง TikTok รายงานเกี่ยวกับ ROI ว่า “ที่ผ่านมา ROI ถูกมองว่าเป็นด่านสุดท้ายของการวัดผลทุกอย่าง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การทำ ROI เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ค่าของ ROI ที่สูงขึ้นจากพื้นที่โฆษณาที่ราคาถูกอาจทำให้ยอดขายจริงถูกมองข้ามไป กลายเป็นว่ายอดขายไม่ได้เพิ่มขึ้นตามที่ควรจะเป็น ในขณะที่ ROI ที่ต่ำกว่าการโฆษณาแบบพรีเมียม อาจเป็นตัวขับเคลื่อนให้แบรนด์โดดเด่นมากกว่า”
หรืออีกนัยหนึ่งก็แสดงให้เห็นว่า การโฆษณาในราคาที่สูงของแบรนด์ต่าง ๆ มีความคุ้มค่ามากกว่าเมื่อเทียบกับเงินที่ใช้ทำการตลาด และแน่นอนว่าผลดีที่ตามมาของ TikTok คือสามารถทำให้หลายแบรนด์ทุ่มเงินจำนวนที่มากขึ้นเพื่อการโฆษณาระดับพรีเมียม เพราะช่วยสร้างผลลัพธ์ทางการตลาดได้มากขึ้น
อีกทั้งยังมีรายงานจากทาง TopView และ Pulse ว่าการสร้างรายได้ต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง ทำยอดได้สูงกว่า Brand Auction ถึง 3-4 เท่า ขณะที่ TopFeed สามารถสร้างยอดได้มากขึ้น 2 เท่า ซึ่งใช้ต้นทุนที่ใกล้เคียงกันประมาณ 2 เท่า ในทางกลับกัน Brand Auction และ Standard Feed เลือกที่จะเน้นสร้างยอดการเข้าถึง ขณะที่แพลตฟอร์มระดับพรีเมียมมุ่งเน้นในการสร้างอิทธิพลต่อผู้ชม เพราะฉะนั้นการเลือกวิธีการวัดผลแบบใดจะเหมาะกับแบรนด์มากที่สุด ก็อยู่ที่วัตถุประสงค์การเลือกใช้งานของแต่ละแบรนด์มากกว่า
อธิบายได้ว่าหากเป้าหมายของแบรนด์คือการสร้างผลลัพธ์ที่โดดเด่นมากขึ้น การลงเงินไปกับการโฆษณาที่พรีเมียมขึ้นของ TikTok อาจให้การตอบรับที่สูงกว่า แต่ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแบรนด์เองด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังมีรายงานระบุว่า การมีส่วนร่วม (Engagement) คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญโดยตรงต่อรายได้และการแสดงผลใน 1,000 ครั้งอีกด้วย
ดังนั้น แทนที่จะโฟกัสกันแต่ ยอดการเข้าถึง (Reach) หากแบรนด์ต้องการสร้างรายได้โดยตรง ยอดการมีส่วนร่วมจึงสำคัญกว่าในการทำโฆษณาบน TikTok โดยมีคำแนะนำที่ช่วยให้ดึงดูดผู้ชมได้มากขึ้น อย่างเช่น
- ความยาวโฆษณาที่ไม่เกิน 25 วินาที
- โฆษณาต้องโชว์ให้เห็นตัวแบรนด์ภายใน 2 วินาทีแรก
- การสร้างคอนเทนต์ให้เข้ากับธรรมชาติของ TikTok
- ตัวโฆษณาควรมีฮุกให้คนหยุดดูได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น เพื่อสร้างความน่าสนใจและน่าจดจำได้ดีมากขึ้น
จากข้อมูลที่มีอยู่ แสดงให้เห็นว่ายอดการรับชมโดยเฉลี่ยมีความสัมพันธ์โดยตรงกับ ROI กล่าวคือ ยิ่งสร้างเนื้อหาที่ดึงดูดผู้ชมให้สนใจได้นานมากเท่าไร โอกาสในการสร้างยอดขายจะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย และควรเลือกใช้รูปแบบการโฆษณาที่ดึงความสนใจได้ตั้งแต่ต้น
อีกปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงด้วยนั้นคือ คุณภาพโปรโมชันของแบรนด์ โดยมีข้อบ่งชี้ว่ารูปแบบโฆษณาระดับพรีเมียมจะช่วยดึงสายตาผู้ชมได้ดีกว่า แต่ถ้าทางแบรนด์มีข้อเสนอหรือโปรโมชันไม่น่าสนใจ การใช้เงินเพื่อเพิ่มการมองเห็นมากขึ้นก็อาจไม่สร้างผลลัพธ์ที่ดีเท่าที่ควร
ซึ่ง “รูปแบบการโฆษณาที่เหมาะสม” ในแต่ละแบรนด์ สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแต่ละครั้งของการทำตลาด หากต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์ (Awareness) จะเป็นความต้องการที่คนละด้านกับการกระตุ้นยอดขายโดยตรง ดังนั้นควรประเมินว่าในแต่ละแคมเปญ สิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง ที่ไม่ใช่เพียงแค่ดูตัวชี้วัดภาพรวมโดยกว้างอย่างเดียว
ด้วยเหตุนี้ทาง TikTok แนะนำว่า หากต้องการใช้ประโยชน์สูงสุดจากข้อมูลหลังบ้าน สิ่งที่นักการตลาดควรให้ความสำคัญนั้นคือ
- เลือกใช้รูปแบบการโฆษณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายของแบรนด์ ไม่ใช่แค่เลือกจากราคาที่ถูกที่สุด
- หากต้องการแจ้งเกิดและสร้างอิทธิพลต่อผู้ชมได้จริง รูปแบบการโฆษณาระดับพรีเมียมมีความคุ้มค่าในการลงทุน และสามารถให้ผลลัพธ์ได้สูงอย่างมีนัยสำคัญ
- หากต้องการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ในระยะยาว ควรเลือกใช้การโฆษณาในรูปแบบ Auction formats ที่ทาง TikTok จะเลือกโฆษณาที่คุ้มค่าและตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดขึ้นมาแสดง และควบคุมงบประมาณได้อย่างยืดหยุ่นด้วย
โดยสรุปแล้ว การเลือกรูปแบบการใช้โฆษณาบน TikTok ให้คุ้มค่าต่อการลงทุนในเม็ดเงิน แต่ละแบรนด์ต้องวางกลยุทธ์และเป้าหมายทางการตลาดได้อย่างชัดเจน เพื่อให้การโฆษณาแต่ละรูปแบบแสดงผลได้ตรงตามความต้องการ และให้ผลลัพธ์ต่อยอดขายที่ดีที่สุดกับแบรนด์
ที่มา: socialmediatoday