
ในปี 2026 วงการโฆษณาและเอเจนซีไทยยังคงแสดงศักยภาพและได้รางวัลเป็นที่จดจำกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเวที APAC หรือเอเชียแปซิฟิกก็มีเอเจนซีไทยติดไปแล้ว 5 อันดับ! พร้อมมีเอเจนซีจากไทยติดอันดับ Top 10 ของงาน The Work 2026 ที่จัดโดย Campaign Brief Asia
ซึ่งเอเจนซีที่ติดอันดับของ The Work 2026 มีผลงานส่งเข้าประกวดทั้งหมด 4,230 Entries จาก 245 เอเจนซีและโปรดักชันเฮาส์ทั่วเอเชีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยประเทศไทยส่งผลงานมากเป็นอันดับ 2 จำนวน 815 Entries รองจากออสเตรเลียที่ส่ง 947 Entries ที่เป็นอันดับ 1 และมีผลตามอันดับ ดังนี้
อันดับเอเจนซีไทยใน The Work 2026
- Wolf BKK: 42 Acceptances
- VML Thailand: 36 Acceptances
- BBDO Bangkok: 30 Acceptances
- SOUR Bangkok: 26 Acceptances
- Flash Bomber Bangkok: 24 Acceptances
- Ogilvy Thailand: 21 Acceptances
- YDM Thailand: 14 Acceptances
- Leo Bangkok: 13 Acceptances
- Dentsu Creative Thailand: 10 Acceptances
- YELL Advertising: 10 Acceptances
โดยจำนวนของ Acceptances ไม่ใช่จำนวนถ้วยรางวัลที่เอเจนซีได้รับ แต่คือผลงานที่ได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน The Work ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นผลงานที่เปิดตัวภายในปี 2026 ทุกงาน แต่มาจากการพิจารณาของงานเอง โดยไม่ได้วัดจากจำนวนการส่งผลงานเข้าประกวดเพียงอย่างเดียว
Wolf BKK
ซึ่ง Wolf BKK ยังคงรักษาตำแหน่งเอเจนซีอันดับ 1 ของประเทศไทยเป็นปีที่ 2 และยังครองอันดับ 3 ของ APAC ด้วย โดยผลงานที่เป็นไฮไลต์ในตอนนี้ก็คือ “The Kaprao Criminals” ของ KFC Thailand ที่นำข้อถกเถียงเรื่องกะเพราแท้กะเพราไม่แท้มาสร้างเป็นเรือนจำสำหรับคนทำกะเพราผิดสูตร ไปจนถึงผู้พัน KFC ซึ่งนำไก่กรอบมาใส่ในเมนูกะเพรา
แต่แทนที่ KFC จะพยายามพิสูจน์ว่าสูตรของตัวเองถูกต้อง แบรนด์เลือกยอมรับว่าเป็นหนึ่งใน “อาชญากรกะเพรา” แล้วเปลี่ยนคำวิจารณ์ที่อาจเกิดขึ้นให้กลายเป็นมุกที่คนทั้งประเทศมีส่วนร่วมได้ด้วย จนแคมเปญโฆษณานี้ได้รับ 2 Bronze Lions จาก Cannes Lions 2026 ในหมวด Film และ Film Craft พร้อมเข้ารอบ Shortlist อีกหนึ่งสาขา นอกจากนี้ยังได้รับ Gold และ Silver จาก Spikes Asia 2026 ด้วย
ทำให้เห็นว่าผลงานของ Wolf BKK ไม่ได้อยู่ที่การนำความตลกแบบไทย ๆ มาเล่าเท่านั้น แต่ยังนำความ Contrast ที่เป็น Inside Joke ทางวัฒนธรรมมาเล่า และออกแบบให้แบรนด์นำตัวเองเข้าไปอยู่ในบทสนทนาได้
ผลงานของ Wolf BKK
- The Scent That Gives You the Scene ของ MITH Bangkok
- Sliding Mom ของ CP-Meiji
- The Season of Gifting และ Own It First ของ Central
- Anyone Can ของ Canva Thailand
VML Thailand
ตามมาด้วยอันดับ 2 อย่าง VML Thailand และอันดับ 4 ของ APAC ด้วย 36 Acceptances และยังได้รับตำแหน่ง Thailand Agency of the Year จาก Spikes Asia 2026 ด้วย ซึ่งผลงานที่เด่นที่สุดก็คือ Soil Stay ที่นำฐานข้อมูลดินของแบรนด์ที่เก็บมานาน 10 ปี มาจับคู่กับ “Soil Twin”
หรือฟาร์มต้นแบบที่มีสภาพดินเหมือนกัน แต่สามารถสร้างผลผลิตได้ดีกว่า ทำให้กษตรกรไม่ได้รับเพียงข้อมูลหรือคำแนะนำจากแบรนด์ แต่ได้ไปพักและเรียนรู้จากเกษตรกรด้วยกันในฟาร์มจริง และกลายเป็น “Airbnb” สำหรับเกษตรกรไปแล้ว
และจุดแข็งของ VML Thailand ก็คือการนำสิ่งที่แบรนด์มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Data, Research, Product Knowledge หรือ Customer Service มาสร้างเป็นประสบการณ์และบริการใหม่ สะท้อนถึงการมี Creative Business Transformation ที่ทำให้ความครีเอทีฟอยู่ทั้งการสื่อสาร และสร้างให้แบรนด์มี Value กับลูกค้ามากขึ้น
ผลงานของ VML Thailand
- Soil Stay ของปุ๋ยตรามงกุฎ
- Dalah’s Spoiler Billboard
- Stranger Things Recap Cassette
- After Shit Happened Service
BBDO Bangkok
อันดับมีการขยับจากอันดับ 10 ของ APAC ในปีก่อนขึ้นสู่อันดับ 6 ด้วย 30 Acceptances และเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย หลังจากคว้า Grand LIA และ 3 Gold ในปี 2025 ผลงานนี้ยังได้รับ Merit จาก The One Show และ Bronze จาก Gerety Awards ในปี 2026 ด้วย
โดยมีผลงานไฮไลต์คือ “Death of a Salesman” ของ Five Star ซึ่งเล่าเรื่องเซลส์แมนที่พยายามทำให้สินค้าธรรมดาทุกอย่างคู่ควรกับคะแนนห้าดาว แต่สุดท้ายมีเพียงไก่ห้าดาวเท่านั้นที่พิสูจน์คุณภาพได้จริง ซึ่งมีไอเดียมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใช้คะแนนรีวิวเป็นทางลัดในการตัดสินคุณภาพ
เพราะ BBDO นำชื่อ Five Star มาเชื่อมกับวัฒนธรรมการให้คะแนนบนแพลตฟอร์ม จนชื่อแบรนด์กลายเป็นทั้ง Product Proof และมุกหลักของเรื่อง ทำให้แคมเปญมียอดชมมากกว่า 48 ล้านวิวภายใน 20 วัน พร้อมสร้างประโยค “อยากได้ห้าดาว” ให้ถูกนำไปพูดต่อในโลกออนไลน์ด้วย
โดย BBDO Bangkok แสดงให้เห็นว่าหนังโฆษณายาวยังมีพื้นที่ในยุค Short-form หากเรื่องเล่ามี Hook ชัด ตัวละครแข็งแรง และทุกฉากช่วยขยาย Brand Idea ได้ เพราะไม่ใช่แค่ให้แบรนด์นำสินค้าไปแทรก แต่ต้องทำให้เรื่องนั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากไม่มีแบรนด์อยู่เป็นแกนกลางด้วย
ผลงานของ BBDO Bangkok
- Second Chance ของ Women and Men Progressive Movement Foundation
- Salute The Detail ของ Club 21 Thailand
- I’m OK // Not OK ของ BOYdPOD Feat. Billkin
- Team Shark ของ WildAid
- The Last Bad Breath Joke ของ Darlie
จากอันดับของเอเจนซีไทยที่ได้ทั้งรางวัล และติด The Work 2026 ยังมีอินไซต์ที่น่าสนใจอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น SOUR Bangkok ที่เปลี่ยน Cultural Moment ให้เป็นพื้นที่ของแบรนด์, Flash Bomber เปลี่ยนการสื่อสารธรรมดาให้กลายเป็นประเด็นสังคม
ฉะนั้น สิ่งที่แบรนด์ควรทำจึงไม่ใช่แค่การศึกษาอินไซต์ของแบรนด์ แล้วนำไปเลียนแบบสไตล์งานที่ชนะรางวัลแล้ว แต่คือการค้นหาว่าแบรนด์มีอะไรที่ยังไม่นำมาถูกเล่าให้คนรู้บ้าง เพราะในปี 2026 เป็นปีที่ต้องทำให้คนอยากดู อยากพูดถึง และอยากมีส่วนร่วมให้ได้ ไปจนถึงต้องได้รับประโยชน์จากไอเดียนั้นจริง ๆ ด้วย
