Case StudyGoogleSEO

Inthanon Panyasopa July 28, 2018

ทำไม Thai Blogger ควรเริ่มทำ SEO แบบจริงจังกันได้แล้ว

ก่อนเข้าเนื้อหาสาระมีคำถามง่ายๆ 1 ข้อให้ลองตอบกันดู เวลาอยากกินปิ้งย่างเกาหลีแต่ไม่รู้จักร้านและอยากจะรู้ว่าร้านไหนอร่อยคุณจะทำอย่างไร?

เชื่อได้เลยว่าจากคำถามเมื่อกี้ถ้าให้เดาใจของทุกคนก็น่าจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า Google แน่นอน มีใครอยากกินปิ้งย่างแล้วกดที่ช่องค้นหาของ Facebook บ้างไหม? ก็คงจะมีบ้างแต่ % ก็คงจะไม่ทำ Google

การค้นหาแทบจะเป็นกิจวัตรประจําวันของคนในยุคสมัยนี้ไปแล้ว ไม่ว่าจะหาร้านอาหาร หาเสื้อผ้า หาของลดราคา ทุกคนมักจะมุ่งตรงไปที่ Google ก่อนเสมอ เหตุผลง่ายที่ทุกคนมักจะมุ่งตรงมาที่ Google เพราะมันคือเครื่องมือที่เอาไว้ใช้หาข้อมูลทุกอย่างที่ถูกเผยแพร่ในโลกอินเตอร์เน็ต

ถามว่าค้นหาใน Facebook, Twitter หรือ IG ได้ไหม คำตอบคือ ได้ เราสามารถค้นหาได้เหมือนกัน แต่การค้นหาจะเป็นคนละรูปแบบ Facebook คือ Social Media การค้นหาที่เป็นจุดเด่นคือ ค้นหาเพื่อน หรือ กลุ่มที่เราสนใจ มากกว่าการหาข้อมูลเชิงลึกแบบ Google


SEO มันคืออะไร? เกี่ยวอะไรกับ Google

(ใครมีพื้นฐานแล้วข้ามไปเลย) SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization คือการทำอันดับให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับแรกๆของ Google (ก็คือแข่งกันติดหน้าแรก)


ติดอันดับต้นๆของ Google แล้วดีอย่างไร?

ให้เรามองย้อนไปเวลาเราเขียนบทความมา 1 เรื่อง หรือ ทำเนื้อหาที่เป็นภาพมา 1 ชุด แล้วทำการโพสต์ลง Social Media อะไรก็ได้ ณ เวลาที่โพสต์จะมีคนเห็นและไหลเข้ามาดูเนื้อหาของเราจำนวนมาก แต่พอเวลาผ่านไปโพสต์นั้นก็จะหายไปถูกโพสต์ใหม่มาแทนที่ คำถามคือ “ทำยังไงให้มีคนเข้ามาอ่านเนื้อหาที่เราเขียนเอาไว้ตลอดเวลา โดยที่ไม่ต้องเสียเงินลงโฆษณา” คำตอบง่ายๆคือ ทำ SEO ให้กับเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณสิ


SEO ทำหน้าไหนของเว็บไซต์บ้าง?

จริงๆการทำ SEO ไม่ได้ติดอยู่แค่ทำในหน้าแรกของเว็บไซต์เท่านั้น แต่สามารถทำได้ทุกหน้า โดย 1 หน้านั้นๆจะต้องมีการเน้น Keyword อย่างใดอย่างหนึ่งเช่น ที่เที่ยวเชียงราย, ร้านอาหารญี่ปุ่นสยาม, สวนน้ำในไทย ส่วนมากจะเป็นคำที่คนชอบค้นหาและไม่ยาวจนเกินไป

ยกตัวอย่าง เว็บไซต์ Grappik

หน้าแรกจะเล่นคำว่า สอนออกแบบ ถ้าเราลองไปค้นหาดูใน Google จะเจออยู่อันดับที่ 2 ตามรูปภาพด้านล่าง

ในหน้าบทความจะเล่นคำที่แตกต่างกันออกไปเช่นคำว่า ภาพฟรี ถ้ากดค้นหาก็จะเจออยู่ในหน้าแรกของ Google อันดับที่ 4

ถ้าลองเข้าไปนับดูใน บทความ จะมีการเน้นคำว่า ภาพฟรี อยู่ทั้งหมด ภาพฟรี 5 จุด ซึ่งก็คือเทคนิคในการทำ SEO อย่างหนึ่งในอีกหลายวิธี ซึ่งวันหลังจะมาเขียนเทคนิคให้อ่านอีกครั้ง

ปัจจุบันเว็บไซต์ Grappik มีคนเข้ามาอ่านบทความจากการค้นหาของ Google วันละ 3,000+ คน การค้นหาแบบนี้เราจะเรียกว่า Organic Search หรือการค้นหาโดยที่ไม่ต้องเสียเงินลงโฆษณา

สถิติของเว็บไซต์ Grappik 3 ปีย้อนหลัง จะเป็นว่า ปี 2017 มีคนเข้ามาเว็บไซต์โดยการค้นหาทั้งหมด 500,000+ ครั้ง

SEO ควรทำบนเว็บไซต์แบบไหน?

ดีที่สุดคือการทำบนเว็บไซต์ของตัวเอง นั่นคือการจด Domain เช่า Hosting เอง และสุดท้ายทำระบบเอง หลายคนเห็นแบบนี้แล้วรู้สึกท้อว่าทำไมมันดูยากจังเลย จริงๆแล้วเว็บไซต์สมัยนี้ทำง่ายมากๆเพราะมีสำเร็จรูปให้เราได้ใช้อยู่แล้ว ศึกษาเพิ่มอีกนิดแล้วจะรู้ว่ามันไม่ยากเลย เว็บ Blog ส่วนมากที่เห็น Blogger ใช้กันก็คือ WordPress

สามารถไปใช้เว็บไซต์ที่ให้บริการ Blog แล้วจะสามารถทำได้หรือไม่? ทำได้แต่ Google จะให้คะแนนกับเว็บไซต์ที่ได้จด Domain เฉพาะขึ้นใหม่มากกว่า


คนเห็นโพสต์บน Facebook น้อยลง ค่าโฆษณาแพงขึ้น SEO ช่วยได้?

พี่ Mark Zuckerberg ลด Reach อีกแล้ว Ads ก็แพงขึ้น โอ้ยยยยย!! นี่คือเรียกของเพื่อน Blogger ที่ล้วนแต่เจอปัญหาเดียวกันหมด เมื่อคนเห็นน้อยลงก็ต้องยิง Ads แต่จะยิงทุกวันก็ไม่ไหว เพราะงั้นการทำ SEO คือการทำให้เว็บไซต์หรือ Blog ของเรายั่งยืนได้ มีคนเข้ามาอ่านดู = เราได้เงิน(จะจากทางไหนก็แล้วแต่) งั้นแปลว่าเราก็ควรจะหาคนเข้ามาอ่านจากการค้นหาใน Google ให้ได้มากขึ้นรึเปล่า


เริ่มทำ SEO อย่างไรดี?

เราต้องรู้ก่อนว่าผู้ใช้งาน Google ค้นหาคำว่าอะไรแล้วตรงกับเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณหรือไม่ โดยใช้ Google Keyword Planner เช่น เว็บไซต์ www.goohiw.com  ต้องการทำบทความรีวิว ร้านบะหมี่ในโซนเยาวราช เราก็ต้องมาดูกันว่าผู้ใช้งานนั้นชอบค้นหาคำว่าอะไรเพื่อให้เจอร้านบะหมี่ที่ต้องการ ดังภาพตัวอย่าง

ลองใส่คำว่า บะหมี่อร่อย กับ ร้านบะหมี่ ทาง Google Keyword Planner ทำการหา Keyword ที่มีคนค้นหาออกมาให้ดูว่าคำไหนมีการค้นหาประมาณเท่าไหร่บ้าง ถ้าดูจากภาพคำค้นหาที่ใกล้เคียงที่สุดก็คือ บะหมี่หมูแดง และ บะหมี่เกี๊ยว ซึ่งสามารถนำคำไหนก็ได้ไปเป็น Keyword หลักในการเล่น SEO กับบทความนั้นๆ

นอกจาก Google Keyword Planner ยังมี Google Trends อีก 1 เครื่องมือที่สามารถใช้ในการดูค้นไทยกำลังค้นหาอะไรและอะไรเป็น Keyword ที่คนไทยกำลังนิยมอยู่ในตอนนี้ อ่านเพิ่มเติม


ทำ SEO นานแค่ไหนถึงจะติดหน้าแรก?

คำถามนี้ตอบยากมากเพราะมีหลายปัจจัยทั้งในตัวของการแข่งขัน Keyword หรือ ตัวของเว็บไซต์ที่ได้มาตราฐาน และการทำอย่างต่อเนื่อง Google จะมองว่าเว็บที่ไม่มีการอัพเดตคือเว็บที่ตายแล้ว พอไม่มีการขยับมากๆก็จะถึงเว็บอื่นแซงหรืออันดับตกลงไปเรื่อยๆ

การทำ SEO เหมือนการปลูกต้นไม้ เราไม่สามารถหวังให้มันโตงอกงามได้ใน 1 – 2 วัน เราควรลดน้ำ(ทำ)ไปเรื่อยๆ ไม่นานต้นไม้(เว็บไซต์และ SEO)ที่เราได้ปลูกไว้ก็จะค่อยๆเติบโต จนให้คนที่ผ่านไปผ่านมา(คนใช้ Google) ได้มองเห็น(ติดหน้าอันดับต้นๆ) และได้อาศัยร่มเงา(เนื้อหา)อยู่ตลอดเวลา


หวังว่าบทความนี้ที่ได้เขียนจะสามารถทำให้ Blogger ทุกคนหันมาทำเว็บไซต์ของตัวเองและ SEO กันมากขึ้น ข้อคิดสุดท้ายที่อยากจะฝากเอาไว้ก่อนทำ SEO ว่า “พวกเราชาว Blogger ทำเนื้อหาที่มีประโยชน์ให้กับคนในสังคมได้อ่านได้เรียนรู้ อย่าให้การแข่งขันเรื่อง Keyword ทำให้เราต้องการเอาชนะเพื่อมีพื้นที่อยู่ในอันดับต้นๆของ Google แต่เนื้อหากลับไม่ได้สร้างประโยชน์เหมือนอย่างที่เคยทำมา”